แนวทางการพัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) ศึกษาระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษา 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษา และ 4) สร้างแนวทางการพัฒนาปัจจัยดังกล่าวของโรงเรียนมัธยมศึกษาการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผล และสร้างแนวทางการพัฒนา กลุ่มตัวอย่างคือโรงเรียนมัธยมศึกษา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ จำนวน 147 แห่ง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Krejcie & Morgan จากประชากร 238 แห่ง ใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามขนาดสถานศึกษา และสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับสลาก ได้ผู้ให้ข้อมูลรวม 246 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน มีค่าความเที่ยงตรง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.6-1.0 และความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับมีค่า 0.861 และแบบประเมินความเหมาะสมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา (ค่าเฉลี่ย, S.D.) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน Stepwise Multiple Analysis
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับความเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษาภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านสมรรถนะบุคลากรและการทำงานเป็นทีมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านโครงสร้างองค์การที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3) ปัจจัยที่สามารถพยากรณ์ความเป็นองค์การแห่งนวัตกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 มี 5 ปัจจัย อธิบายความผันแปรได้ร้อยละ 90.50 (R2= .905) ได้แก่ ความคล่องตัวตามแนวคิดของ Agile บรรยากาศองค์การ, ภาวะผู้นำและวัฒนธรรมองค์การ, ระบบจัดการเทคโนโลยี การสื่อสาร และการประเมินผล และกลยุทธ์ที่สนับสนุนนวัตกรรม โดยสมการรูปคะแนนดิบคือ Y ̂ = 0.470 + 0.278(X8) + 0.205(X7) + 0.188(X5) + 0.144(X3) + 0.127(X1) สมการคะแนนมาตฐานคือ ZY = 0.351(Zx8) + 0.256(Zx7) + 0.224(Zx5) + 0.174(Zx3) + 0.142(Zx1) แนวทางการพัฒนาปัจจัยทั้ง 5 ด้าน มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นิรัติศรัย ธรรมศร, สิทธิพร เขาอุ่น, และ สิริมาส หมื่นสาย. (2566). การบริหารจัดการสู่องค์กรนวัตกรรมของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานศึกษาธิการภาค 18. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(3), 1567–1573.
สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2564). การบริหารสู่องค์การแห่งนวัตกรรมการศึกษา. มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580). สำนักนายกรัฐมนตรี.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Denning, S. (2018). The age of agile: How smart companies are transforming the way work gets done. AMACOM.
Doerr, J. (2018). Measure What Matters: How Google, Bono, and the Gates Foundation Rock the World with OKRs. Portfolio.
Edmondson, A. (1999). Psychological Safety and Learning Behavior in Work Teams. Administrative Science Quarterly.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., Anderson, R. E., & Tatham, R. L. (2006). Multivariate data analysis (6th ed.). Pearson Prentice Hall.
Kenpahoom,S. (2024, August). Agile management: Mastering change in today’s dynamic environment. Proceedings of the 8th National and International Virtual Conference on Multidisciplinary Research Minia, Egypt: Minia University.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1-55.
OECD. (2023). PISA 2022 Results (Volume I): The state of learning and equity in education. OECD Publishing.
Quinn, J. B. (1985). Managing innovation: Controlled chaos. Harvard Business Review, 63(3), 73–84.
Rigby, D. K., Sutherland, J., & Takeuchi, H. (2016). Embracing agile. Harvard Business Review, 94(5), 40–50.
Sutherland, J. (2014). Scrum: The art of doing twice the work in half the time. Crown Business.
Tidd, J., & Bessant, J. (2020). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (7th ed.). Wiley.
Vrakking, W. J. (1990). The innovative organization. Long Range Planning, 23(2), 94–102.