แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5

Main Article Content

แพรวิตรา ทองผา
อำนาจ ชนะวงศ์
จิราพร วิชระโภชน์

บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 328 คน โดยเทียบกับตารางของ Krejcie and Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม เป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ลักษณะตอบสนองคู่ ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา ขั้นตอนที่ 1 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง จำนวน 9 คน โดยเลือกแบบเจาะจง ขั้นตอนที่ 2 ร่างแนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 3 ประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของร่างแนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ใช้แบบประเมินความเหมาะสม เป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 ท่าน โดยเลือกแบบเจาะจง สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น


           ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา พบว่า อยู่ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 โดยเรียงตามความต้องการจำเป็นและต้องการพัฒนา ได้ดังนี้ 1. ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ 3 แนวทาง 2. ด้านบุคคลรอบรู้ 3 แนวทาง 3. ด้านรูปแบบทางความคิด 3 แนวทาง 4. ด้านการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม 3 แนวทาง 5. ด้านการคิดเชิงระบบ 3 แนวทาง 6. ด้านวิสัยทัศน์ร่วม 3 แนวทาง ประเมินความเหมาะสมของแนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองผา แ., ชนะวงศ์ อ., & วิชระโภชน์ จ. (2026). แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 . Journal of Integration Social Sciences and Development, 6(2), 114–123. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JISSD/article/view/4112
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579. กรุงเทพฯ : พริกหวาน กราฟฟิค.

ชนะ ครองสา. (2560). การพัฒนาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีแพร่. วารสารครุศาสตร์. มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร, 2(4), 13-27.

ฐิติพร พิบูลย์วงศ์. (2559). แนวทางการพัฒนาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของธนาคารออมสินภาค 14.วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสาธารณะบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

ยุรพร ศุทธรัตน์. (2552). องค์การเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วุฒินันท์ ประธาน และ ศันสนีย์ จะสุวรรณ์. (2564). องค์กรแห่งการเรียนรู้ : การจัดการความรู้ที่ผู้บริหารสถานศึกษาต้องตระหนัก. การประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 14 (น. 14-38).

วีรยา สัจจะเขตต์. (2564). การพัฒนาแนวทางการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).

วิจารณ์ พานิช. (2550). วิถีแห่งองค์กรอัจฉริยะ. จุลสารอุตสาหกรรมสัมพันธ์, 73, 2-3.

ศิรประภา พิลาโสภา.(2563).การพัฒนาแนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคามเขต 1. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 39(2), 7 – 18.

สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2553). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. ภาควิชาวัดผลและวิจัยการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุภาภรณ์ จันทร์กระจ่าง. (2562). แนวทางการพัฒนาโรงเรียนสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา).

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. (2568). ข้อมูลพื้นฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 จาก: http://web.kkn5.go.th/.

อาภรณ์ สาระสมบัติ .(2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนครพนม).

Bennett, J. K., and O, Brien, M. J. (1994). The Building Blocks of the Learning Organization. Training. 3 June 1994, 41-49.

Garvin, D.A. (1993). Building a Learning Organization. Harvard Business Review, 71, 78-91.

Fulmer, R., & Key, B. (1998). A conversation with Peter Senge: New developments in organization leaning. Organizational Dynamics, 27(2), 33 – 42.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Marquardt, M. J. (1996). Building the learning organization: a systems approach to quantum improvement and global success. McGraw Hill.

Marquardt, M.J. and Reynolds, A. (1994). The Global Learning Organization. New York:McGraw-Hill.

Senge, P.M. (1990). The Fifth Discipline Field Book: Strategies and Tools for Building a Learning Organization. New York: Doubleday.