การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นฐานสืบค้นของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนหนองบัววิทยายน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ: 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วยการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นฐานสืบค้นตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งสองวิชา และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนหนองบัววิทยายน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1จำนวน 43 คน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ วิชาละ 5 แผน (รวม 20 ชั่วโมง) 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาละ 30 ข้อ (IOC 0.67–1.00, อำนาจจำแนก 0.45–0.64, ความเชื่อมั่น 0.95) และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Dependent Samples t-test, One-Sample t-test และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นฐานสืบค้น (E1/E2) เท่ากับ 80.31/82.82 และ 80.38/82.44 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์ มีความสัมพันธ์กันเชิงบวกในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 5) ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2565). แนวปฏิบัติจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Guideline). กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2561). การออกแบบการเรียนรู้ดิจิทัล (Digital Learning Design). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชุติมาพร ชุมพงศ์. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการใช้สื่อเทคโนโลยีเป็นฐานการสืบเสาะ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและกระบวนการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร).
ชนาธิป พรกุล. (2557). การสอนกระบวนการคิด ทฤษฎีและการนำไปใช้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นฤมล แสงพรหม. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่).
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พิมพ์ผกา สุวรรณโชติ. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น).
รัตนาภรณ์ บัวแย้ม. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา).
วรัญญา ศรีประเสริฐ. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์และแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล. (2564). รายงานผลการศึกษาความตระหนักรู้และทักษะด้านดิจิทัลของประชาชนไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล.
Bybee, R. W. (2013). The case for STEM education: Challenges and opportunities. Arlington, VA: National Science Teachers Association Press.
Chu, S. K. W., Reynolds, R. B., Tavares, N. J., Notari, M., & Yi, C. W. (2017). 21st century skills development through inquiry-based learning: From theory to practice. Singapore: Springer.
Garrison, D. R. (2011). E-learning in the 21st century: A framework for research and practice (2nd ed.). London: Routledge.
Hwang, G. J., Xie, H., Wah, B. W., & Gašević, D. (2020). Vision, challenges, roles and research issues of Artificial Intelligence in Education. Computers and Education: Artificial Intelligence, 1, 100001.
Holmes, W., Bialik, M., & Fadel, C. (2019). Artificial intelligence in education: Promises and implications for teaching and learning. Boston, MA: Center for Curriculum Redesign.
Horn, M. B., & Staker, H. (2015). Blended: Using disruptive innovation to improve schools. Hoboken, NJ: John Wiley & Sons.
Keller, J. M. (2010). Motivational design for learning and performance: The ARCS model approach. New York, NY: Springer.
Tucker, C. R. (2012). Blended learning in grades 4-12: Leveraging the power of technology to create student-centered classrooms. Thousand Oaks, CA: Corwin Press.
World Economic Forum. (2020). Schools of the future: Defining new models of education for the fourth industrial revolution. Geneva: World Economic Forum.
Systematic review of research on artificial intelligence applications in higher education and K-12 classrooms. International Journal of Educational Technology in Higher Education, 19(1), 1–27.