แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์

Main Article Content

อภินันท์ วิชัย
อำนาจ ชนะวงศ์
จิราพร วิชระโภชน์

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 276 คน โดยตาราง Krejcie and Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ลักษณะตอบสนองคู่ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 และ 0.93 ผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งความสุข สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน โดยคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง และประเมินความเหมาะสม เป็นแบบสอบถามมาตราประมาณค่า 5 ระดับ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 ท่าน โดยคัดเลือกแบบเจาะจง สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น โดยใช้วิธี Priority Needs Index (PNI modified) และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา


          ผลการวิจัยพบว่า


          1. สภาพปัจจุบัน การเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.93, S.D. = 0.25) สภาพที่พึงประสงค์ การเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.76, S.D. = 0.31) ความต้องการจำเป็นการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น PNI Modified = 0.211


           2. แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ มีทั้งหมด 6 ด้าน ประกอบด้วย 18 แนวทางย่อย ผลการประเมินความเหมาะสมของแนวทางการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา อยู่ในระดับมากที่สุด และความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วิชัย อ., ชนะวงศ์ อ., & วิชระโภชน์ จ. (2026). แนวทางการพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์. Journal of Integration Social Sciences and Development, 6(2), 524–534. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JISSD/article/view/4173
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กษมา ช่วยยิ้ม .(2563). การพัฒนารูปแบบการสร้างความสุขในการทำงานของผู้บริหารและครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี).

กอปรลาภ อภัยภักดิ์. (2563). สุขภาพของพนักงานคือพื้นฐานขององค์กรแห่งความสุข. แอทโฟร์พริ้นท์.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2567. เข้าถึงได้จากhttps://ops.moe.go.th/policy-and-focus-moe-fiscal-year-2024, 22 มิถุนายน 2568

จิระภา สมัครพงษ์. (2564). องค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1. (สารนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่).

จีรภัทร วงศ์ธนสมบัติ. (2566). แรงจูงใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในงานและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานการประปาส่วนภูมิภาคเขต 3 : บทบาทของจรณทักษะในฐานะตัวแปรกำกับ. (หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น

พชร สุลักษณ์อนวัช. (2559). ความสำเร็จในอาชีพ เชาวน์อารมณ์ และความพึงพอใจในชีวิต โดยมีความภาคภูมิใจในตนเองเป็นตัวแปรสื่อ ของพนักงานระดับปฏิบัติการกรณีศึกษา : บริษัทโทรคมนาคมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. (ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).

พิมพิไลย์ ชินคล้าย. (2556). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาเป็นสถานศึกษาแห่งความสุขของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4. (ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ภัทรพล สายแวว. (2564). แนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี).

ศราวุฒิ อินดาและวันทนา อมตาริยกุล. (2565). แนวทางการพัฒนาสู่องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย. วารสารปัญญาปณิธาน.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย, 7(1), 83–96.

สินีนาถ มุขขันธ์. (2568). แนวทางการส่งเสริมสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 25(2), 81 – 94.

สุพิชชา มหิพันธ์ และบรรจบ บุญจันทร์. (2567). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 6(4), 146–160.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2552). มาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ. กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.

สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์. (2568). แผนปฏิบัติการงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2568. บุรีรัมย์: สำนักงาน.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). New York: Harper Collins.

Diener, E., & Seligman, M. E. P. (2004). Beyond money: Toward an economy of well-being. Psychological Science in the Public Interest, 5(1), 1–31.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Manion, J. (2003). Joy at work: Creating a positive workplace. Journal of Nursing Administration, 33(12), 652-659.

Smet, A. D., Loch, M., & Schaninger, B. (2007). Anatomy of a healthy corporation. McKinsey Quarterly.