การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ 5 STEPs ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิค 5W1H เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

Main Article Content

พรพรรณ แย้มงาม
ณิชาภาท์ กันขุนทศ
นาตยา หกพันนา

บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ 5 STEPs ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิค 5W1H สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ การวิจัยครั้งนี้ แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยจำนวน 8 คนและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนิคมกุฉินารายณ์หมู่ 2 จำนวน 19 คน ระยะที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ โดยนำแผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คนเพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ความสอดคล้อง และความเหมาะสม จากนั้นนำนวัตกรรมไปทดลองใช้เบื้องต้น (Try-out) กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสร้างแสน จำนวน 10 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและหาประสิทธิภาพเบื้องต้นตามเกณฑ์ 70/70 และระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินผลนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้กับกลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนิคมกุฉินารายณ์หมู่ 2 จำนวน 19 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive Selection)โดยใช้แบบแผนการทดลองกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pretest–Posttest Design)ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 แผน ใช้เวลารวม 8 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ (E₁/E₂) และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน (Dependent Samples t-test)


          ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาในการจำแนกใจความสำคัญออกจากรายละเอียดสนับสนุน และขาดแรงจูงใจในการอ่าน ขณะที่ครูผู้สอนมีความต้องการนวัตกรรมที่ส่งเสริมการลำดับความคิดอย่างเป็นระบบและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้จริง 2) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ 5 STEPs จำนวน 5 ขั้น ได้แก่ 1) ขั้นการเรียนรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question) 2) ขั้นการเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) 3) ขั้นการเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct) 4) ขั้นการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate) และ 5) ขั้นการเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม (Learning to Serve) โดยบูรณาการร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิค 5W1H ได้แก่ ใคร (Who) ทำอะไร (What) ที่ไหน (Where) เมื่อไร (When) ทำไม (Why) และอย่างไร (How) ผลการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรม (E₁/E₂) มีค่าเท่ากับ 73.68/76.05 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 70/70 ที่กำหนดไว้และ 3) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความสำคัญหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แย้มงาม พ., กันขุนทศ ณ., & หกพันนา น. (2026). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ 5 STEPs ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิค 5W1H เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 . Journal of Integration Social Sciences and Development, 6(2), 164–174. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JISSD/article/view/4117
ประเภทบทความ
บทความวิจัย