ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิดต่อความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด 2) เปรียบเทียบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิดกับเกณฑ์ร้อยละ 75 3) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองโดยใช้แบบแผนกลุ่มเดียวทดสอบก่อนหลัง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด จำนวน 6 แผน จำนวน 18 ชั่วโมง 2) แบบประเมินความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เป็นแบบประเมินตามสภาพจริง (Scoring Rubric) มีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 4 ระดับ โดยการสุ่มตอบคำถาม 1 จาก 10 ชุดคำถาม ชุดคำถามละ 5 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าทีแบบไม่อิสระ และแบบกลุ่มเดียวเทียบกับเกณฑ์
ผลการวิจัยพบว่า
1. ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิดหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิดหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). รายงานการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
ญาณินทร ไชยสงค์. (2562). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษโดยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือของนักเรียนชั้นปรถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษารมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์
ธีระศักดิ์ สินชัย. (2559). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือที่เน้นวิธีการสอนแบบ ทีม คู่ เดี่ยว : กรณีศึกษาของโรงเรียนบ้านขอนแตก ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 8(2), 69-89.
นงลักษณ์ ใจฉลาด. (2559). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีเรียนแบบร่วมมือร่วมกลุ่มที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วมและความพึงพอใจของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. วารสารการวิจัยกาสะลองคำ. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 10(2),77-8
ประสิทธิ์ กาพย์กลอน และคณะ. (2557). การเตรียมเพื่อการพูดและการเขียน: กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พิสมร ชูเอม. (2561). การพัฒนาความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
มติชนออนไลน์. (2568, 13 กุมภาพันธ์). ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษต่ำ. มติชนออนไลน์.https://www.matichon.co.th/local/education/news_5047683
มนทิตา กิตติโกสินท์. (2555). การพัฒนาทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำอักษรนำ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี).
ระวินันท์ ธเนศสิริทัศน์ และ ธิดารัตน์ สมานพันธ์. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด ร่วมกับแบบฝึกทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารศูนย์พัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 9(11), 172–190.
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. (2566). รายงานคุณภาพการจัดการศึกษาประจำปี 2566. อุดรธานี : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. (2567). รายงานคุณภาพการจัดการศึกษาประจำปี 2567. อุดรธานี : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
วีระเกียรติ รุจิรกุล. (2556). ศิลปะการพูด. ปทุมธานี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ. (2558). แนวทางการพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษตาม CEFR. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สมชาย เกิดผล. (2562). การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนคู่คิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. รายงานการวิจัย.
สรวชญ สมณวัฒนา (2564). การพัฒนาความสามารถในการพูดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้ข้อมูลท้องถิ่น. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
สุมัณฑนา ธีรภัคสิริ. (2559). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคจิ๊กซอว์ร่วมกับเกมทางภาษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม).
อรพรรณ พรสีมา. (2540). การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1992). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning. Allyn & Bacon.
Lyman, F. (1987). Think‑Pair‑Share: An expanding teaching technique. MAA - CIE Cooperative News, 1(1), 1–2.
Supraba, A. (2018). The application of Think-Pair-Share strategy in improving students’ speaking ability. IDEAS: Journal on English Language Teaching and Learning, Linguistics and Literature, 6(2). https://doi.org/10.24256/ideas.v6i2.510
Ur, P. (1998). A course in language teaching: Practice and theory (Paperback ed.). Cambridge, UK: Cambridge University Press.