ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชนบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์
คำสำคัญ:
ทุนทางวัฒนธรรม, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, ชุมชนบ้านแก่ง, การอนุรักษ์วัฒนธรรม, การพัฒนาท้องถิ่นบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 2. จัดหมวดหมู่ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และ 3. วิเคราะห์ศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านแก่ง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 12 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และประชาชนในชุมชน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ผลการวิจัยพบว่า 1. ศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชนบ้านแก่งมีทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและโดดเด่น มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ภาษาพูด อาหารท้องถิ่น งานหัตถกรรม เช่น เครื่องปั้นดินเผา การทอผ้า และการแสดงศิลปวัฒนธรรม 2. หมวดหมู่ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลบ้านแก่งจำแนกเป็น 4 หมวดหมู่ คือ หมวดหมู่สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ได้แก่ วัดบ้านแก่ง วัดเกาะแก้ว หมวดหมู่งานช่างฝีมือดั้งเดิม ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ ผ้าทอบ้านวังหยวก และผลิตภัณฑ์จากผ้าไทดำบ้านวังหยวก หมวดหมู่กีฬาภูมิปัญญาไทยมีการละเล่นพื้นบ้านที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ได้แก่ การละเล่นลูกมะกอน หมวดหมู่แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล ขนบธรรมเนียมประเพณีแบ่งออกเป็นประเพณีเกี่ยวกับศาสนา ได้แก่ พิธีกรรมเสนเรือน ประเพณีเกี่ยวกับเทศกาล ได้แก่ เทศกาลสงกรานต์ชาวมอญ และงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทดำ และประเพณีเกี่ยวกับการทำมาหากิน ได้แก่ อาหารของชาวมอญบ้านแก่ง เช่น ข้าวแช่ ขนมจีนมอญ ขนมครกมอญ ข้าวเหนียวแดกงา อาหารไทดำบ้านวังหยวก ได้แก่ แกงผำ ผักจุ๊บ ปลาปิ้งต๊บ กบปิ้งโอ๋ 3. ศักยภาพด้านการจัดการและสิ่งอำนวยความสะดวก ชุมชนมีโครงสร้างการบริหารจัดการที่เข้มแข็งและมีระบบบริหารเบื้องต้นโดยคณะกรรมการศูนย์เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญและศูนย์วัฒนธรรมไทดำ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ได้แก่ การเข้าถึงที่สะดวกจากถนนใหญ่ ที่จอดรถ ห้องน้ำ และห้องประชุม ศักยภาพด้านกิจกรรมการมีส่วนร่วม และกระบวนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือน
ได้มีส่วนร่วม อาทิ การปั้นเครื่องปั้นดินเผา การวาดลวดลาย การทอผ้า การจักสาน และการละเล่นพื้นบ้าน พร้อมทั้งมีระบบการสื่อสารภายในชุมชนผ่านเสียงตามสาย โดยผู้นำท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและสนับสนุนกิจกรรมวัฒนธรรมอย่างเข้มแข็ง
เอกสารอ้างอิง
กันตา วิลาชัย, ธัญญรัตน์ ไชยคราม และขวัญตา เบ็ญจะขันธ์. (2566). การบูรณาการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการชุมชน. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 15(2), 194-206.
กัลยา สว่างคง และพสุธา สุขธีรนิธิ. (2559). การศึกษาดัชนีศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว กรณีศึกษา แหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในจังหวัดสระบุรี. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 9(2), 1184-1199.
จุรีวรรณ จันพลา, วลี สงสุวงค์, เพ็ญสินี กิจค้า และสุรีรัตน์ วงศ์สมิง. (2554). การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าทอไทยทรงดำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์. Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย มนุษศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 9(2), 82-98.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2554). ศูนย์วัฒนธรรมไทดำ บ้านวังหยวก. สืบค้น 25 พฤษภาคม 2568 จาก https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/1447.
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. เพรสแอนด์ดีไซน์.
ประเวศ วะสี. (2550). วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 4). สํานักพิมพ์สวนเงินมีมา.
พนมศักดิ์ สุวิสุทธิ์. (2561). การวิจัยเครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้านแนวแม่น้ำเจ้าพระยา. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 22(2), 98-114.
ระพีพัฒน์ ศรีมาลา, พรสุข หุ่นนิรันดร์ และทรงพล ต่อนี (2559). การจัดการสุขภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา ชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 11(3), 159-167
วิวัฒน์ชัย บุญยภักดิ์. (2529). แนวคิดด้านศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ผลกระทบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อมรดกศิลปวัฒนธรรม. จุลสารการท่องเที่ยว, 4, 40-42.
สุมาวลี จินดาพล. (2563). ถอดบทเรียนสามทศวรรษการบริหารจัดการการท่องเที่ยว “บ้านนาต้นจั่น”. วารสารวิชาการ ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 11(1), 180–194. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ajnu/article/view/242606/164754.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12). สำนักพิมพ์แห่งชาติ. สืบค้น 25 พฤษภาคม 2568 จาก https://www.ks.go.th/index/add_file/qBhz0noTue20209.pdf
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. (ม.ป.ป.). พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ. สืบค้น 25 พฤษภาคม 2568 จาก https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/1390.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2562). สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์. สำนักงานสถิติจังหวัดนครสวรรค์.
Auksondee, N., & Darawong, C. (2024). Benefits, challenges, and key success factors of community-based tourism management in Thailand: An exploratory study of 3 destinations in Thailand. Journal of Business, Innovation and Sustainability (JBIS), 19(3), 169-181. https://www.chonburi.spu.ac.th/gcm/admin/upload_file_portfolio/202409281506236940.pdf.
Charoensit, J., & Emphandhu, D. (2017). Analyzing research gap on community-based tourism in Thailand. Damrong Journal of The Faculty of Archaeology Silpakorn, 17(1), 175-204.
Goodwin, H., & Santilli, R. (2009). Community-based tourism: A success? (ICRT Occasional Paper No. 11). International Centre for Responsible Tourism (ICRT).
Scheyvens, R. (1999). Ecotourism and the empowerment of local communities. Tourism Management, 20(2), 245–249. https://doi.org/10.1016/S0261-5177(98)00069-7.
Throsby, D. (2001). Economics and culture. Cambridge University Press.