พุทธบูรณาการเพื่อการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชน ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
พุทธบูรณาการ, การรับรู้ข่าวสารทางการเมือง, สื่อสังคมออนไลน์บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อนำเสนอพุทธบูรณาการเพื่อการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.851 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 397 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทำการวิเคราะห์ค่าเอฟ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในกรณีตัวแปรอิสระตั้งแต่สามกลุ่มขึ้นไป เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธีผลต่างเป็นสำคัญน้อยที่สุด การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน และอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็น ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย 3. พุทธบูรณาการเพื่อการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตามหลักสุจริต 3 ได้แก่ 1) กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย ไม่เผยแพร่ข่าวปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายเมื่อแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังต่อผู้อื่น 2) วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา ตรวจสอบข้อมูลก่อนพูดหรือแชร์ข่าวสารต่อผู้อื่น ไม่พูดโกหก ไม่ใส่ร้ายป้ายสี หรือบิดเบือนความจริง 3) มโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ ไม่คิดริษยาอิจฉาหรืออยากให้ผู้อื่นเดือดร้อน พยายามคิดในแง่บวกต่อผู้อื่น พิจารณาข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบก่อนเชื่อหรือตัดสินใจ
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2568). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร ปี 2568. สืบค้น 10 มกราคม 2568, จาก https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth
/#/displayData
ทรงยุทธ ต้นวัน. (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อมวลชน ความรู้ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเทศบาลตำบลโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
พระครูศรีธรรมวิเทศ (ประเสริฐ ปญฺโภาโส). (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระชินกร สุจิตฺโต (ทองดี). (2564). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมานะ อภิวฑฺฒโน (ยืนยง). (2566). การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสัมฤทธิ์ ปริปุณฺโณ (ปุจโส). (2566). บทบาทสื่อออนไลน์ต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระอัณณรัฐฬ อิสฺสรธมฺโม (สราญตระกูลไพร). (2564). ศึกษาคดีทางการเมืองของพระสงฆ์ไทย. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
แพรวพรรณ ปานนุช. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับสื่อสังคม (Social Media) และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิทยาการจัดการ, 6(1), 158–173.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2565). ช่องทางการรับรู้ข่าวสาร. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร