วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK <p>วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช <br />E-ISSN: 3088-3563<br />Publication Frequency: รายเดือน Monthly<br />Aims and Scope : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงที่มีการประยุกต์พระพุทธศาสนากับศาสตร์ทางด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการ</p> th-TH บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร niwetkorat2568@gmail.com (พระครูปริยัติวิสุทธิบัณฑิต, ผศ. ดร.) somboonkh2500@gmail.com (นายสัภยา ขาวหมื่นไวย์) Wed, 30 Sep 2026 20:05:23 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4367 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสุจริตธรรมกับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา 3. เพื่อบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีดังนี้กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณทำโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น 0.912 กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน จากนั้นสถิติที่เลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักอีกจำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 3.46) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสุจริตธรรมกับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา มีความสัมพันธ์กันอยู่ในระดับปานกลาง (R=0.761**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา พบว่า 1) กายสุจริต การเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูพฤติกรรมผู้ต้องขังอย่างสม่ำเสมอ ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ควบคุม 2) วจีสุจริต การพูดให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ต้องการกลับตัว ใช้คำพูดสุภาพเมื่อต้องตักเตือนหรือตัดสินใจ สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่บิดเบือนความจริง 3) มโนสุจริต ความคิดเมตตาและปรารถนาดีต่อผู้ต้องขังทุกคน ตั้งใจจริงในการฟื้นฟูพฤติกรรมผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง ไม่อคติหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง</p> คำประนาจ คำศรี, พระมหาศักรินทร์ สุรเมธี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4367 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700 พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชน ของเทศบาลนครนครราชสีมา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4371 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล&nbsp; 3) เพื่อนำเสนอพุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยการวิจัยเป็นแบบผสานวิธีดังนี้ การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 379 คน โดยใช้แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.939 วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าเอฟ และการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ด้วยการสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (&nbsp;= 3.47, S.D.=0.56) 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้ 3. พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองให้แก่ประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ได้แก่ 1) ทาน การให้ การเสียสละ การแบ่งปัน เทศบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางการเมืองแก่ประชาชน ให้มีส่วนร่วมทางการเมือง 2) ปิยวาจา การพูดดีต่อกันให้เกิดความสามัคคี เทศบาลสื่อสารนโยบายและข้อมูลทางการเมืองด้วยภาษาที่ชัดเจนและเป็นมิตร 3) อัตถจริยา การช่วยเหลือกัน เทศบาลช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้สูงอายุหรือผู้พิการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง 4) สมานัตตตา การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ&nbsp; เทศบาลจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างต่อเนื่องทุกปี เผยแพร่ข้อมูลทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทางหลากหลาย</p> บดินทร์ อิ่มหาญ, พระธรรมธรมนัส ชยปญฺโญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4371 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700 การสื่อสารทางการเมืองตามแนวพระพุทธศาสนาของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4373 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3. เพื่อนำเสนอการสื่อสารทางการเมืองตามแนวพระพุทธศาสนาของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยการวิจัยเป็นแบบผสานวิธีดังนี้ การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 348 คน โดยใช้แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.892 วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าเอฟ และการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ด้วยการสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (&nbsp;= 3.86) 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการสื่อสารทางการเมืองของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย 3. การสื่อสารทางการเมืองตามแนวพระพุทธศาสนาของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ตามหลักสุจริต 3 ได้แก่ 1) กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย ผู้บริหารแสดงออกถึงการกระทำที่สอดคล้องกับคำพูดทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือและศรัทธาในผู้ส่งสาร 2) วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา ผู้บริหารควรให้ข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างสุภาพ และถูกต้องตามความเป็นจริง ไม่สร้างความขัดแย้ง ข้อมูลข่าวสารชัดเจน 3) มโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ ผู้บริหารมีความคิดบริสุทธิ์ มุ่งประโยชน์ส่วนรวม และไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน</p> พชรวิทย์ นาคคล้าย, ประเทืองจิต บุญมาก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4373 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700 การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการรับรู้ทางการเมืองของประชาชน ในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4374 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสุจริต 3 กับการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และ 3) เพื่อนำเสนอการประยุกต์หลักพุทธ รรมเพื่อส่งเสริมการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.892 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 299 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสุจริต 3 กับการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หลักสุจริต 3 กับการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีความสัมพันธ์เชิงบวก อยู่ในระดับปานกลาง (R=0.648**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย <br>3. การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการรับรู้ทางการเมืองของประชาชนในตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ตามหลักสุจริต 3 ได้แก่ 1) กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย หลีกเลี่ยงการแสดงออกทางการเมืองด้วยพฤติกรรมรุนแรงหรือขัดต่อกฎหมาย 2) วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา การพูดสนับสนุน ความจริงและข้อเท็จจริงในการอภิปรายประเด็นทางการเมือง 3) มโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ เจตนาสุจริต ในการติดตามข้อมูลข่าวสารทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอ</p> พระวรุฒ วรจิตฺโต, สมพร ไพกระโทก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4374 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700 การบูรณาการหลักสัปปุริสธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4375 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัปปุริสธรรมกับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และ 3) เพื่อนำเสนอการบูรณาการหลักสัปปุริสธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.920 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 377 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก <br>2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัปปุริสธรรมกับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา พบว่า มีความสัมพันธ์เชิงบวก อยู่ในระดับน้อย (R=0.453**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. การบูรณาการหลักสัปปุริสธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ได้แก่ <br>1) ด้านธัมมัญญุตา รู้จักเหตุ&nbsp; ผู้บริหารเทศบาลมีหลักการและเหตุผลในการตัดสินใจ 2) ด้านอัตถัญญุตา รู้จักผล ผู้บริหารเทศบาลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการบริหารงานเทศบาล 3) ด้านอัตตัญญุตา รู้จักตน ผู้บริหารเทศบาลรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนอย่างชัดเจน 4) ด้านมัตตัญญุตา รู้จักประมาณ&nbsp; ผู้บริหารเทศบาลดำเนินโครงการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า 5) ด้านกาลัญญุตา รู้จักกาล&nbsp; ผู้บริหารเทศบาลรู้จักเลือกเวลาที่เหมาะสม 6) ด้านปริสัญญุตา รู้จักชุมชน&nbsp; ผู้บริหารเทศบาลมีความเข้าใจต่อปัญหา 7) ด้านปุคคลัญญุตา รู้จักบุคคล&nbsp; ผู้บริหารรู้จักเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่มอบหมาย</p> พระใบฎีกาอภิชัย ชยุตฺตมงฺกุโร, พระมหาศักรินทร์ สุรเมธี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4375 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700 เครือข่ายภาคประชาชนกับการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลท้องถิ่น https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4370 <p>บทความวิชาการนี้ศึกษาบทบาทของเครือข่ายภาคประชาชนในการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลท้องถิ่น แนวทางการดำเนินงาน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และอุปสรรคในพื้นที่ เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอแนะในการพัฒนาประชาธิปไตยระดับฐานรากของสังคมไทย จากการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคมและเศรษฐกิจที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการสั่งการฝ่ายเดียว สู่การเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำ และรับผิดชอบร่วมกัน ทว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นยังคงเผชิญข้อจำกัด ทั้งโครงสร้างอำนาจเดิม วัฒนธรรมอุปถัมภ์ และความตระหนักรู้ของประชาชน ทำให้ความท้าทายสำคัญคือการยกระดับการมีส่วนร่วมให้เป็นการขับเคลื่อนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงพิธีการตามกฎหมาย จากการศึกษาพบว่า เครือข่ายภาคประชาชนเป็นทุนทางสังคมที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังการทุจริต เสนอนโยบาย และสร้างค่านิยมสุจริตตามหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ โดยมีกระบวนการขับเคลื่อน 3 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้พื้นฐานเพื่อให้ประชาชนตระหนักในสิทธิ หน้าที่ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ ต่อด้วยการใช้เครื่องมือทางสังคมและความร่วมมือผ่านเวทีประชาคม สื่อสังคมออนไลน์ และการสร้างความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนระหว่างรัฐกับประชาชนเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด และสุดท้ายคือความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาวผ่านการสืบทอดเจตนารมณ์ การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ และโครงการจิตอาสา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพลังเครือข่ายภาคประชาชนเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกตรวจสอบความโปร่งใสและเป็นโรงเรียนประชาธิปไตยที่ช่วยบ่มเพาะจิตสาธารณะ เสริมสร้างความเข้มแข็</p> ภณิดา สีทน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4370 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700 การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่น https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4376 <p>บทความวิชาการนี้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่น สู่การพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน การเลือกตั้งท้องถิ่นถือเป็นรากฐานสำคัญของการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ในปัจจุบันยังคงประสบปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียง การทุจริต ผลประโยชน์ทับซ้อน และวัฒนธรรมการเมืองแบบอุปถัมภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผู้นำท้องถิ่นและบั่นทอนความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องอาศัยการบูรณาการหลักสุจริตธรรม ซึ่งประกอบด้วยความซื่อสัตย์ ความถูกต้อง ความโปร่งใส ความเสมอภาค และการกระทำด้วยความสุจริตใจ ทั้งในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ต้องแข่งขันด้วยนโยบายและความสามารถ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องใช้สิทธิด้วยวิจารณญาณ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ระยะสั้น นอกจากนี้ ความสำเร็จในการขับเคลื่อนยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการให้การศึกษาและการปลูกฝังจิตสำนึก การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม การสร้างพื้นที่สาธารณะในการตรวจสอบข้อมูล และการสร้างผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางการเมืองที่โปร่งใส นำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืนจากระดับรากหญ้าสู่ประเทศชาติ</p> ปัณชพัฒน์ พราวพลายแก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JPMK/article/view/4376 Wed, 30 Sep 2026 00:00:00 +0700