การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การบูรณาการหลักพุทธธรรม, ลดการกระทำผิดซ้ำ, เรือนจำกลางนครราชสีมาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสุจริตธรรมกับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา 3. เพื่อบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีดังนี้กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณทำโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น 0.912 กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน จากนั้นสถิติที่เลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักอีกจำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 3.46) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสุจริตธรรมกับการลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา มีความสัมพันธ์กันอยู่ในระดับปานกลาง (R=0.761**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำกลางนครราชสีมา พบว่า 1) กายสุจริต การเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูพฤติกรรมผู้ต้องขังอย่างสม่ำเสมอ ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ควบคุม 2) วจีสุจริต การพูดให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ต้องการกลับตัว ใช้คำพูดสุภาพเมื่อต้องตักเตือนหรือตัดสินใจ สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่บิดเบือนความจริง 3) มโนสุจริต ความคิดเมตตาและปรารถนาดีต่อผู้ต้องขังทุกคน ตั้งใจจริงในการฟื้นฟูพฤติกรรมผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง ไม่อคติหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
เอกสารอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์. (2566). รายงานสถิติจำนวนผู้ต้องขังและอัตราการกระทำผิดซ้ำ. กรุงเทพฯ: กรมราชทัณฑ์.
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพร.) กรมราชทัณฑ์. (2564). รวมพลังขับเคลื่อน 8 มิติยกระดับสร้างความเปลี่ยนแปลง. นนทบุรี: กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพร.) กรมราชทัณฑ์.
ทรรศพล ขุนรัง. (2556). สาเหตุการกระทำผิดซ้ำคดีเกี่ยวกับทรัพย์: ศึกษาเฉพาะกรณีความผิดฐานลักทรัพย์นักโทษเด็ดขาดฝ่ายควบคุมแดน 8 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเกริก.
พรกมล ยังดี และคณะ. (2568). ปัจจัยและแนวทางการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในผู้ต้องขังคดียาเสพติด กรณีศึกษาจากเรือนจำกลางนครปฐมและเรือนจำกลางบางขวาง. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 9(1), 75-89.
พระมานะ อภิวฑฺฒโน (ยืนยง). (2566). การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. สารนิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภานุวัฒน์ มีเพียร และบุญเหลือ บุบผามาลา. (2565). ปัจจัยที่ทำให้มีการกระทำผิดซ้ำในคดียาเสพติดของผู้ต้องขังเรือนจำกลางอุดรธานี. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2), 17-32.
วรรณา อินทร์จันทร์. (2564). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของผู้ต้องขังผ่านกิจกรรมธรรมะในเรือนจำ. วารสารการบริหารและพัฒนา, 13(1), 99–114.
วีระชัย เหล่าลงอินทร์ และคณะ. (2552). การกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(1), 29-38.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2563). คู่มือหลักสุจริต 3 เพื่อส่งเสริมคุณธรรมของข้าราชการ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.
อธิติยา อัชชาศัย. (2567). การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมการไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(6), 248-260.
Cullen, F.T. & Gendreau, P. (2000). Assessing Correctional Rehabilitation: Policy, Practice, and Prospects. Criminal Justice, 3(2), 109–175.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร