การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การประยุกต์หลักสุจริตธรรม, พฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่น, การเลือกตั้งท้องถิ่นบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสุจริตธรรมกับพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา และ 3. เพื่อนำเสนอการประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีดังนี้กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณทำโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น 0.866 กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 399 คน จากนั้นสถิติที่เลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักอีกจำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.97) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสุจริตธรรมกับพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา พบว่า หลักสุจริต 3 โดยภาพรวม กับพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา มีความสัมพันธ์เชิงบวก อยู่ในระดับปานกลาง (R=0.759**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา พบว่า 1) กายสุจริต ประพฤติชอบด้วยกาย ที่มุ่งเน้นพฤติกรรมการลงคะแนนโดยปราศจากการรับผลประโยชน์และการทำผิดกฎหมายเพื่อสร้างรากฐานประชาธิปไตยที่โปร่งใส 2) วจีสุจริต ประพฤติชอบด้วยวาจา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่สร้างสรรค์ ผ่านการงดเว้นการใส่ร้ายป้ายสีและการใช้วาทกรรมสร้างความเกลียดชัง และ 3) มโนสุจริต ประพฤติชอบด้วยใจ ซึ่งเป็นปัจจัยต้นน้ำในการขัดเกลาจิตสำนึกให้ลดละความโลภและอคติส่วนตัว โดยเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนจากการเห็นแก่ตนมาเป็นการเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะเป็นหลักเมื่อประชาชนชาวโคราช
เอกสารอ้างอิง
นุชปภาดา ธนวโรดม. (2564). พฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2544). การสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
บุญศรี มีวงษ์อุโฆษ. (2542). การเลือกตั้งและพรรคการเมือง. กรุงเทพฯ: สถาบันนโยบายการศึกษา.
พระใบฎีกาคณิน สุวณฺโณ (เร่งทอง) และคณะ. (2566). พฤติกรรมทางการเมืองของผู้นำท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่นในอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 6(3), 13-26.
พระมหามานะ อภิวฑฺฒโน. (2566). การประยุกต์หลักสุจริตธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ในตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณวิทยาลัย.
เรียม ศรีทอง. (2542). พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพฯ: บริษัทเธิร์ดเวฟเอ็ดดูเคชั่น จำกัด.
วิจิตร เกิดน้อย. (2562). พฤติกรรมทางการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไปของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในตำบลไทยาวาส อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุขุม นวลสกุล. (2557). การเมืองและการปกครองไทย. พิมพ์ครั้งที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สุทธิรักษ์ ตาพล และคณะ. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 11(2), 210-225.
เอกลักษณ์ สุนทราลักษณ์ และคณะ. (2567). การบริหารงานของภาวะผู้้นําตามหลักสุจริตธรรม. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(6), 248-260.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร