พุทธวิธีการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ความเป็นพลเมือง, ระบอบประชาธิปไตย, หลักสังคหวัตถุ 4บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เสนอพุทธวิธีการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชน ของเทศบาลนครนครราชสีมา การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีดังนี้กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณทำโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น 0.809 กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน จากนั้นสถิติที่เลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทำการวิเคราะห์ค่าเอฟ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักอีกจำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.92) 2. เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชนของเทศบาลนครนครราชสีมา ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นโดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3. พุทธวิธีการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ภาคประชาชน ของเทศบาลนครนครราชสีมา พบว่า เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาพฤติกรรมและจิตใจ 1) ทาน การให้การแบ่งปัน เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม 2) ปิยวาจา การพูดดีต่อกันให้เกิดความสามัคคี เปิดใจกว้างในการรับฟังความเห็นที่แตกต่างด้วยถ้อยคำที่สุภาพและให้เกียรติกัน 3) อัตถจริยา การช่วยเหลือกัน ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีในท้องถิ่น และ 4) สมานัตตตา การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอภายใต้มาตรฐานจริยธรรมที่เท่าเทียมกัน
เอกสารอ้างอิง
ญาณิศา กุเวรไตรย์. (2566). บทบาทของสตรีในการมีส่วนร่วมทางการเมืองในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ปกิจ พรรัตนานุกูล. (2564). ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ปรมต วรรณบวร และคณะ. (2560). ความเป็นพลเมืองเพื่อการส่งเสริมประชาธิปไตยในท้องถิ่น. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(2), 85-100.
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล. (2555). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง. กรุงเทพฯ: นามมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น.
พระชิศนุพงศ์ วชิรญาโณ. (2567). การส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักพุทธธรรมสำหรับนักการเมืองท้องถิ่นในอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาธนาธิป สีลสุทฺโธ. (2567). การประยุกต์หลักปัญญาธรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มงคลกิตติ์ โวหารเสาวภาคย์ และชลธิชา จิรภัคพงศ์. (2568). ความเป็นพลเมือง. เข้าถึงได้จาก https://acd.mcu.ac.th/wp-content/plugins/download-attachments/includes/download.php?id=16 48. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2569.
เลิสพร อุดมพงษ์. (2557). การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองในการส่งเสริมบทบาทของประชาชนในระบอบการเมืองแบบผู้แทน: ประสบการณ์อันยั่งยืนจากต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า.
อาทิตย์ ชูชัย และคณะ. (2564). บทบาทการส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 10(3), 335-345.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร