การพัฒนาการจัดการศึกษาสู่คุณภาพเด็กปฐมวัย โดยใช้การจัดประสบการณ์แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning : PBL) ควบคู่กับ STEM Education

Main Article Content

จักรพงษ์ วรรณขันธ์

บทคัดย่อ

            รายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศฉบับนี้นำเสนอแนวปฏิบัติของโรงเรียนเทศบาล  1 โพศรี ในการพัฒนาการจัดการศึกษาสู่คุณภาพเด็กปฐมวัย โดยใช้การจัดประสบการณ์แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning: PBL) ควบคู่กับ STEM Education มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ของเด็กปฐมวัย 2) ยกระดับสมรรถนะของครูผู้สอนในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุกที่บูรณาการ STEM Education และ 3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน โรงเรียนดำเนินงานโดยประยุกต์ใช้วงจรคุณภาพ PDCA ร่วมกับกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และกระบวนการจัดประสบการณ์โครงงานบูรณาการ STEM 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นจุดประกายความสนใจ ขั้นวางแผนร่วมใจ ขั้นสืบค้นและลงมือทำด้วย STEM ขั้นสร้างสรรค์นวัตกรรมน้อย ขั้นสรุปแชร์ความรู้ และขั้นนิทรรศการ โดยมีครูปฐมวัยและเด็กปฐมวัยทุกคนเข้าร่วม พร้อมทั้งผู้ปกครองและปราชญ์ชุมชนเป็นภาคีสนับสนุน


            ผลการดำเนินงานพบว่า เด็กปฐมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 87.5–88.5 มีผลการประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับ "ดี" ขึ้นไป สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 85 ครูผู้สอนร้อยละ 100 สามารถออกแบบและจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการ PBL และ STEM ได้อย่างมีคุณภาพ และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรมสูงถึงร้อยละ 91.00 โดยร้อยละ 94.50 มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในระดับ "ดีมาก" ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2568 อยู่ในระดับ "ดีมาก" และบรรลุเป้าหมายครบทั้ง 3 มาตรฐานปฐมวัย ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 การบริหารจัดการสถานศึกษา (ร้อยละ 90.94) มาตรฐานที่ 2 การดูแลและจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของครู (ร้อยละ 92.29) และมาตรฐานที่ 3 คุณภาพของเด็ก (ร้อยละ 93.27) ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะผู้นำเชิงการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร กระบวนการ PLC รายสัปดาห์ของครู ความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็ก เครือข่ายความร่วมมือบ้าน-โรงเรียน-ชุมชนที่เข้มแข็ง และการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่งช่วยให้เกิดรูปแบบที่ลงทุนต่ำ คุ้มค่า และยั่งยืน แนวปฏิบัตินี้ได้รับการรับรองเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ถูกนำไปเผยแพร่เป็นต้นแบบแก่โรงเรียนเครือข่าย และเป็นแนวทางที่สามารถปรับใช้ได้จริงในการปลูกฝังทักษะศตวรรษที่ 21 ให้แก่เด็กปฐมวัยด้วยต้นทุนต่ำ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วรรณขันธ์ จ. (2026). การพัฒนาการจัดการศึกษาสู่คุณภาพเด็กปฐมวัย โดยใช้การจัดประสบการณ์แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning : PBL) ควบคู่กับ STEM Education. Journal of Integration Social Sciences and Development, 6(2), 586–594. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JISSD/article/view/4180
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). แนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Washington, DC: ASHE-ERIC Higher Education Reports.

Bybee, R. W. (2013). The Case for STEM Education: Challenges and Opportunities. Arlington, VA: National Science Teachers Association.

Deming, W. E. (1986). Out of the Crisis. Cambridge, MA: MIT Press.

DuFour, R., DuFour, R., Eaker, R., & Many, T. (2008). Learning by Doing: A Handbook for Professional Learning Communities at Work. Bloomington, IN: Solution Tree Press.

Knight, J. (2007). Instructional Coaching: A Partnership Approach to Improving Instruction. Thousand Oaks, CA: Corwin Press.

Piaget, J. (1970). Science of Education and the Psychology of the Child. New York: Orion Press.

Thomas, J. W. (2000). A Review of Research on Project-Based Learning. San Rafael, CA: Autodesk Foundation.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.