คุณลักษณะทางจิตใจของนักกีฬาฟุตซอล ในช่วงฤดูกาลแข่งขันรายการฟุตซอลไทยลีก : ทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬา

Main Article Content

จีรัฐติกุล ต้นสายธนินท์
สุนทร พันธัง
นันทิยา รักตประจิต
พิมพา ม่วงศิริธรรม

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะทางจิตใจของนักกีฬาฟุตซอล ในช่วงฤดูกาลแข่งขัน : ทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักกีฬาฟุตซอลสโมสรฟุตซอลเอสแบค-นอร์ทกรุงเทพ โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง อายุระหว่าง 19-30 ปี จำนวน 22 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬาและพัฒนาเป็นฉบับภาษาไทยโดย สุพัชริน ปานอุทัย ในปี พ.ศ.2559 โดยนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าทดสอบความแตกต่างโดยใช้สถิติการวิเคราะห์การทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างอิสระ (Independent Samples t-test) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์โดยวิธีการหาความสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน (Spearman rank correlation coefficient)กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


            ผลการวิจัยพบว่า 1) นักกีฬาฟุตซอลมีทักษะการจัดการความเครียดในระดับค่อนข้างสูง โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านความเชื่อมั่นและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ด้านการตั้งเป้าหมายและเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ และด้านอิสระจากความกังวล 2) นักกีฬาที่มีอายุแตกต่างกันมีทักษะการจัดการความเครียดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในด้านการจัดการกับปัญหา การยอมรับคำแนะนำ สมาธิ และความเชื่อมั่นในตนเอง กลุ่มอายุ 19–23 ปี มีความโดดเด่นด้านการจัดการปัญหาและสมาธิ ขณะที่กลุ่มอายุ 24–30 ปี มีระดับการยอมรับคำแนะนำและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงกว่า 3) อายุ รูปแบบการฝึกซ้อม และการฝึกจิตใจ มีความสัมพันธ์กับทักษะการจัดการความเครียดหลายด้าน โดยเฉพาะด้านอิสระจากความกังวล ด้านการจัดการกับปัญหา ด้านสมาธิ และด้านความเชื่อมั่นและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ดังนั้น ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาควรตระหนักถึงโปรแกรมการฝึกทักษะทางจิตใจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับนักกีฬา สามารถควบคุมอารมณ์ในด้านการยอมรับคำแนะนำ และการรวบรวมสมาธิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ต้นสายธนินท์ จ., พันธัง ส., รักตประจิต น., & ม่วงศิริธรรม พ. (2026). คุณลักษณะทางจิตใจของนักกีฬาฟุตซอล ในช่วงฤดูกาลแข่งขันรายการฟุตซอลไทยลีก : ทักษะการจัดการความเครียดทางการกีฬา. Journal of Integration Social Sciences and Development, 6(2), 53–65. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JISSD/article/view/4106
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ธนพนธ์ อินทาปัจ. (2562). การศึกษาสภาวะลื่นไหล ความเชื่อมั่นในตนเอง และความวิตกกังวลตามสถานการณ์ในนักกีฬาอาชีพรายการวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์).

วิมลมาศ ประชากุล. (2563). เทคนิคทางจิตวิทยาการกีฬา. เอกสารประกอบการสอนเทคนิคทางจิตวิทยาการกีฬา. ภาควิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุพัชรินทร์ ปานอุทัย. (2557). รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาและตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของแบบสอบถามทักษะ การจัดการความเครียดทางการกีฬา ฉบับภาษาไทย. สหมิตรการพิมพ์. กรุงเทพฯ.

Bandura, A. (1986). Social foundation of thought and action: A social cognitive theory. New Jersey: Prentice Hall.

Caruso, C. M., Gill, D.L., Dzewaltowski D.A. & McElroy, M.A. (1990). Psychological and physiological change in competitive success and failure. Journal of Sport and Exercise Psychology, 12, 6-20.

Cox. R.H. (2012). Sport psychology: Concepts and applications. 7th edition. McGrew-Hill. USA.

Daroglou, G. (2011). Coping skills and self-efficacy as predictors of gymnastic performance. The Sport Journal, 14, 1–16.

Martin, R. Vealey, RS. and Burton. D. (1990). Competitive anxiety in sport. Champaign, Illinois: Human Kinetic.

Smith, R. E., Schutz, R. W., Smoll, F. L., & Ptacek, J. T. (1995). Development and validation of a multidimensional measure of sport-specific psychological skills: The Athletic Coping Skills Inventory-28. Journal of Sport and Exercise Psychology, 17, 379-398.