การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ

Main Article Content

เอกรักษ์ พิมพ์เภา
วรรณธิดา ยลวิลาศ

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มีต่อทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ตามกรอบ PISA เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ การใช้ปัญหาของการหาพื้นที่ เวลา และราคาสินค้า กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา "กรป.กลางอุปถัมภ์" จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 26 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) แบบ PAOR ของ Kemmis & McTaggart ในเนื้อหาเรื่องสมการกำลังสองตัวแปรเดียว ซึ่งดำเนินการวิจัยปฏิบัติการจำนวน 3 วงจร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดเชิงออกแบบ (3 แผน รวม 10 ชั่วโมง) ใบกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ และแบบวัดทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ตามกรอบ PISA 2022 ซึ่งทักษะตามกรอบ PISA ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1.การคิด/แปลงสถานการณ์ปัญหาในเชิงคณิตศาสตร์ (Formulate) การใช้มโนทัศน์ ข้อเท็จจริง วิธีการ และ 2.การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา (Employ) และ 3.การตีความ การประยุกต์ใช้ และการประเมินผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ (Interpret and evaluate) จำนวน 3 ใบกิจกรรม จากผลการวิจัยพบว่า การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ มีผลต่อทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ตามกรอบ PISA เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความสามารถอยู่ในระดับดี มีจำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 76.92 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด เมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงาน 3 วงจรปฏิบัติการ พบว่าคะแนนเฉลี่ยมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการเรียนรู้การแปลงสถานการณ์ปัญหาในชีวิตจริงให้เป็นสมการคณิตศาสตร์ จากนั้นจึงพัฒนาทักษะการคำนวณผ่านการระดมความคิดร่วมกันในกลุ่ม จนท้ายที่สุดสามารถตีความและประเมินความสมเหตุสมผลของคำตอบเทียบกับบริบทจริงได้อย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้คะแนนเฉลี่ยรวมสูงขึ้นตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พิมพ์เภา เ., & ยลวิลาศ ว. (2026). การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ. Journal of Integration Social Sciences and Development, 6(1), 278–289. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JISSD/article/view/3506
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ ตั้งใจ. (2564). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มีต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร).

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2563). Design Thinking กระบวนการคิดเชิงออกแบบ. ซีเอ็ดยูเคชั่น.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2565). ทำความรู้จักทักษะทางคณิตศาสตร์ตามกรอบ PISA. จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/mathematical_literacy_framework/

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). กรอบการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ PISA 2025 ด้านคณิตศาสตร์. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สมหญิง รักเรียน, และ สมชาย ใฝ่รู้. (2565). การพัฒนากระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์. วารสารการศึกษาและนวัตกรรม, 10(2), 45-60.

สุดารัตน์ คงวิเชียร, และศิริวรรณ วณิชวัฒนวรชัย. (2564). การพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 19(2), 497-513.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 19). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Hasso Plattner Institute of Design at Stanford. (2010). An introduction to design thinking process guide. Stanford University.

Braun, L. W. (2016, May 31). Using design thinking: Providing a framework for youth activities. American Libraries.