แนวทางการจัดการความเครียดของผู้ต้องขังชายระหว่างการพิจารณาคดี: กรณีศึกษาเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
การจัดการความเครียด, ผู้ต้องขังชาย, เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับความเครียดของผู้ต้องขังชายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 2. ศึกษาแนวทางการจัดการความเครียดของผู้ต้องขังชายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน (mixed methods research) โดยดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพการวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ต้องขังชายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี จำนวน 200 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 8 คน ได้แก่ นักอาชญาวิทยา นักจิตวิทยา และนักทัณฑวิทยา โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ระดับความเครียดของผู้ต้องขังชายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยปัจจัยด้านคดีความและโทษทัณฑ์ส่งผลต่อความเครียดในระดับสูงกว่าปัจจัยด้านอื่น เมื่อจำแนกตามสถานภาพ พบว่า ผู้ต้องขังที่มีอายุระหว่าง 18–20 ปี ผู้ที่มีระดับการศึกษาต่ำ และผู้ที่ไม่เคยกระทำผิดซ้ำมีระดับความเครียดสูงกว่ากลุ่มอื่น แนวทางการจัดการความเครียดของผู้ต้องขังชายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีควรดำเนินการอย่างบูรณาการ ประกอบด้วย การส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต การสนับสนุนจากครอบครัว การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางสังคมและกายภาพในเรือนจำ รวมทั้งการให้ความรู้และคำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อช่วยลดระดับความเครียดและส่งเสริมการปรับตัวของผู้ต้องขังระหว่างกระบวนการยุติธรรม
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2561). ผู้ต้องขังป่วยทางจิตสูงกว่า 3 เท่า นำร่องตรวจรักษาผ่านทางไกล 5 แห่ง. https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27997.
คณิน จินตนาปราโมทย์ และพรชัย สิทธิศรัณย์กุล. สรีรวิทยาความเครียดจากการทำงาน และการแก้ปัญหาเมื่อเผชิญความเครียดในอาชีพแพทย์. Journal of Medicine and Health Sciences, 26(2), 112-123.
จอมเดช ตรีเมฆ. (2565). ทฤษฎีอาชญาวิทยา (Theories of Crime). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.
ชลิยา วามะลุน, เพชรไทย นิรมานสกุลพงศ์, โสภิต ทับทิมหิน, กัญญณิช อเนกบุณย์, เพชรมณี บุญฉวี และพิมพ์พิศา มรกตเขียว. (2565). ความชุกของความเครียดและภาวะซึมเศร้าของผู้รับบริการโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานีในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสรรพสิทธิประสงค์, 6(1), 16–30.
ชุติมา พระโพธิ์. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียด การจัดการความเครียด และคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการครูในจังหวัดสระบุรี. การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ทัณฑสถานโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์. (2067). 10 วิธีคลายเครียดในคุก. สืบค้น 16 สิงหาคม 2567 จาก https://hosdoc.com/service/ccioc-mainmenu-14/item/44-10-ways-to-relax.
ธงชัย ทองคำ. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ประเทือง ธนิยผล. (2548). อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พวงผกา เจริญรื่น. (2558). การศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของนักเรียนโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง กองพลทหารราบที่ 11 จังหวัดฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
พิรญาณ์ โคตรชมภู. (2561). การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังเชิงบูรณาการ. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มรรยาท รุจิวิชชญ์. (2556). การจัดการความเครียดเพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิต (พิมพ์ครั้งที่ 2). ซีเอ็ดยูเคชั่น.
สนธยา โจมกัน, วรรณอนงค์ รักดี, กนกพร คำสมัย, ศิริกัลยา เกียรติประการ และสิทธิโชค กิตติญานุกูล. (2562). ปัญหาการฆ่าตัวตายของผู้ต้องขังในเรือนจำ. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 11 (น. 1021–1027). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
สวรรยา งานวิวัฒน์ถาวร และญัฏฐพงษ์ กุลสิทธิจินดา. (2563). ความเครียดและภาวะซึมเศร้าในแพทย์ฝึกหัด โรงพยาบาลตำรวจ. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 65(4), 373-384.
สุพัฒน์ จำปาหวาย และอุทัยวรรณ นุกาศ. (2564). ปัญหาสุขภาพและความต้องการการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, 7(1), 18-31.
สุรางค์ โค้วตระกูล. (2559). จิตวิทยาการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 12). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิมุข สดมพฤกษ์. (2558). การศึกษากระบวนการตีตราทางสังคมที่ทำให้บุคคลกลายเป็นผีปอบ. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
อุนิษา เลิศโตมรสกุล และอัณณพ ชูบำรุง. (2561). อาชญากรรมและอาชญาวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 2). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Erikson, E. H. (1963). Childhood and society (2nd ed.). W. W. Norton & Company.
Merton, R. K. (1938). Social structure and anomie. American Sociological Review, 3(5), 672–682.
Merton, R. K. (1957). Social theory and social structure (Rev. ed.). Free Press.
Nye, F. I. (1958). Family relationships and delinquent behavior. John Wiley & Sons.
University of Oxford, Department of Psychiatry. (2024). People in prison have higher rates of mental illness, infectious diseases and poor physical health. Retrieved December 21, 2024, from https://www.psych.ox.ac.uk/news/people-in-prison-have-higher-rates-of-mental-illness-infectious-diseases-and-poor-physical-health-2013-new-study.