การทำงานเป็นทีมของบุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ผู้แต่ง

  • เตชวัฒน์ แช่มช้อย รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
  • วิลาสินี จินตลิขิตดี วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

คำสำคัญ:

การทำงานเป็นทีม, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. ระดับการทำงานเป็นทีมของบุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ 2. เปรียบเทียบการทำงานเป็นทีมของบุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 187 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Krejcie & Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน มีค่า IOC = 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 0.98 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยรายคู่ ผลการวิจัย พบว่า 1. บุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีการทำงานเป็นทีมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการประสานงานมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านความร่วมมือ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการสื่อสาร และ 2. บุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกัน ได้แก่ เพศ อายุ อายุงาน ตำแหน่ง และหน่วยงานต้นสังกัด จะมีการทำงานเป็นทีมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

เอกสารอ้างอิง

กรรณิการ์ เหมือนประเสริฐ. (2548). ทัศนคติของพนักงานที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรบริษัท คูเวต ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด. การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

กษิดิศ พนอนุอุดมสุข และวิลาสินี จินตลิขิตดี. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีม: กรณีศึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. วารสาร มจร.อุบลปริทรรศน์, 9(3), 2252–2261.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. (2567). แผนยุทธศาสตร์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2567–2571. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค.

ขวัญชัย พูลวิวัฒน์ชัยการ. (2556). ระบบการทำงานและการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการ (ย่านสีลม). การศึกษาเฉพาะบุคคล บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.

จุฑารัตน์ สุรกิจ, ภารดี อนันต์นาวี และพรพิมล ประวัติรุ่งเรือง. (2568). การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 11(2), 349–362.

ณัฐปคัลป์ ยุทธารักษ์ และรุจิกาญจน์ สานนท์. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของพนักงานระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในเขตกรุงเทพมหานคร. การค้นคว้าอิสระโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ธนกร กรวัชรเจริญ และเขมมารี รักษ์ชูชีพ. (2556). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของพนักงานบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน). การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ยุทธศักดิ์ อินทฤๅกูร สวัสดิ์วงศ์ชัย. (2566). การพัฒนารูปแบบการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

ยุบล เบ็ญจรงคกิจ. (2542). การวิเคราะห์ผู้รับสาร. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์, ศุภร เสรีรัตน์, ปริญ ลักษิตานนท์, องอาจ ปทะวานิช, ปณิศา มีจินดา, จิระวัฒน์ อนุวิชชานนท์ และอรทัย เลิศวรรณวิทย์. (2552). การบริหารการตลาดยุคใหม่ (ฉบับปรับปรุงใหม่). Diamond in Business World.

สุทัตตา ภักดีเรือง และนพดล เจนอักษร. (2567). การทำงานเป็นทีมของครูโรงเรียนบ้านคลองวาฬ. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 15(2), 15–30.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). Harper Collins.

Eagly, A. H., & Johnson, B. T. (1990). Gender and leadership style: A meta-analysis. Psychological Bulletin, 108(2), 233–256.

Hackman, J. R. (1987). The design of work teams. In J. W. Lorsch (Ed.), Handbook of organizational behavior (pp. 315–342). Prentice Hall.

Hackman, J. R. (2002). Leading teams: Setting the stage for great performances. Harvard Business School Press.

Ji, H., & Yan, J. (2020). How team structure can enhance performance: Team longevity’s moderating effect and team coordination’s mediating effect. Frontiers in Psychology, 11, 1873. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2020.01873.

Katz, R. L. (1974). Skills of an effective administrator. Harvard Business School Press.

Kahn, R. L., Wolfe, D. M., Quinn, R. P., Snoek, J. D., & Rosenthal, R. A. (1964). Organizational stress: Studies in role conflict and ambiguity. Wiley.

Katzenbach, J. R., & Smith, D. K. (1993). The wisdom of teams: Creating the high-performance organization. Harvard Business School Press.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Lawrence, P. R., & Lorsch, J. W. (1967). Organization and environment: Managing differentiation and integration. Boston, MA: Harvard Business School Press.

Mannix, E., & Neale, M. A. (2005). What differences make a difference? The promise and reality of diverse teams in organizations. Psychological Science in the Public Interest, 6(2), 31–55.

Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2019). Organizational behavior (18th ed.). Pearson.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1976). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Journal of Educational Measurement, 13(1), 49–60.

Romig, D. A. (1996). Breakthrough teamwork: Outstanding results through structured teamwork. Irwin.

Salas, E., Sims, D. E., & Burke, C. S. (2005). Is there a “big five” in teamwork. Small Group Research, 36(5), 555–599.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-16

รูปแบบการอ้างอิง

แช่มช้อย เ., & จินตลิขิตดี ว. (2026). การทำงานเป็นทีมของบุคลากรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 4(2), 927–942. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jamsd/article/view/2990

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles