ศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบธุรกิจเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย
คำสำคัญ:
สังคมผู้สูงวัย, รูปแบบธุรกิจเชิงชุมชน, วิสาหกิจผู้สูงอายุ, ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ, เศรษฐกิจสีเงินบทคัดย่อ
งานวิจัยศึกษาและพัฒนารูปแบบธุรกิจและขยายผลเชิงพาณิชย์รองรับสังคมผู้สูงวัยโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อออกแบบโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการสุขภาพ การช่วยเหลือ และการมีส่วนร่วมทางสังคมของผู้สูงวัยศึกษาความต้องการและพฤติกรรมผู้สูงวัยผ่านการสำรวจเชิงปริมาณและสัมภาษณ์เชิงคุณภาพ วิเคราะห์ตลาด คู่แข่ง และปัจจัยสนับสนุนทางนโยบายด้วยการวิเคราะห์ SWOT และ Business Model Canvas พัฒนาแนวทางบริการและผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ทดลองใช้งานเชิงนำร่องกับกลุ่มผู้สูงวัย 3 ชุมชน ระยะเวลา 6 เดือน เก็บข้อมูลผลกระทบเชิงสุขภาพและความพึงพอใจประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจโดยการวิเคราะห์ต้นทุน ผลตอบแทน และรูปแบบรายได้หลากหลายช่องทางผลผลิตที่ได้รวมรายงานโมเดลธุรกิจ แผนการตลาด แพลตฟอร์มต้นแบบ คู่มือการให้บริการ และชุดข้อมูลเชิงพฤติกรรมผู้สูงวัย คือ กล่องเครื่องมือช่างสำหรับผู้สูงวัย และการเพาะต้นอ่อนข้าวสาลีสร้างรายได้ ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติแสดงให้เห็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการ การปรับปรุงคุณภาพชีวิต และระดับความพึงพอใจของผู้ใช้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การทดลองนำร่องชี้ว่าระบบช่วยลดภาระผู้ดูแลและลดค่าใช้จ่ายทางสุขภาพระยะยาวในกลุ่มตัวอย่างเบื้องต้น ความสำเร็จเชิงพาณิชย์สามารถเพิ่มรายได้ให้กับผู้สูงวัยกลุ่มเป้าหมายระยะเวลา 3 เดือน เดือนละ 2,000 บาท คาดว่าจะขยายสู่ตลาดระดับจังหวัดและประเทศ โดยใช้เครือข่ายชุมชนและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นแกนหลัก โครงการสร้างประโยชน์ต่อสังคมด้วยการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพและลดความเปราะบางของผู้สูงวัย เชิงเศรษฐกิจช่วยกระตุ้นธุรกิจที่เกี่ยวข้อง สร้างงานท้องถิ่น และลดภาระระบบสาธารณสุขระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวง/หน่วยงานไทย (กรมกิจการผู้สูงอายุ). (2566). รายงาน/สถิติสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทย. กรมกิจการผู้สูงอายุ.
(เอกสารฉบับที่อ้างอิงในงานวิจัย; หากเผยแพร่เป็น PDF ให้แนบ URL หากมี)
ปรีดี นุกุลสมปรารถนา. (2563). อธิบายวิธีการทำ Digital Marketing แบบง่าย ๆ (ออนไลน์). สืบค้นจาก
https://www.popticles.com/marketing/digital-marketing-technique/
Brinkerhoff, D. W., & Brinkerhoff, J. M. (2011). Public–private partnerships: Perspectives on purposes,
publicness, and good governance. Public Administration and Development, 31(1), 2–14.
https://doi.org/10.1002/pad.598
Drummond, M. F., Sculpher, M. J., Torrance, G. W., O’Brien, B. J., & Stoddart, G. L. (2005). Methods for the
economic evaluation of health care programmes (3rd ed.). Oxford University Press.
Rowe, J. W., & Kahn, R. L. (1997). Successful aging. The Gerontologist, 37(4), 433–440.
https://doi.org/10.1093/geront/37.4.433
World Health Organization. (2002). Active ageing: A policy framework. World Health Organization.
https://apps.who.int/iris/handle/10665/67215
World Health Organization. (2020). Decade of Healthy Ageing 2020–2030: Baseline report. World Health
Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789240017900
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2021). Working better with age. OECD
Publishing. https://doi.org/10.1787/1d1ef7b9-en
United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division. (2019). World population
prospects 2019: Highlights. United Nations.
https://population.un.org/wpp/Publications/Files/WPP2019_Highlights.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการยุคใหม่ มหาวิทยาลัยชินวัตร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.