ความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายต่ออบายมุขแฝงในประเพณี: เสียงสะท้อนของพลเมืองดิจิทัลพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้แต่ง

  • สิทธิพงษ์ ศรีกุลบุตร สถานีตำรวจภุธรวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

การบังคับใช้กฎหมาย, อบายมุขแฝง, พลเมืองดิจิทัล, มติมหาชน, ประชาพิจารณ์ท้องถิ่น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์และรูปแบบโครงสร้างของอบายมุขแฝงในงานประเพณีท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ (2) วิเคราะห์ช่องว่างระหว่างมายาคติเชิงวัฒนธรรมดั้งเดิมกับประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับปฏิบัติการ (3) ศึกษาบทบาทและอิทธิพลของพลเมืองดิจิทัลในฐานะผู้กำหนดวาระสารสาธารณะ และ (4) สังเคราะห์แนวทางเบื้องต้นเชิงนโยบายระดับท้องถิ่นในการบริหารจัดการพื้นที่ประเพณีทางวัฒนธรรมปลอดอบายมุขอย่างยั่งยืน การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) บูรณาการระหว่างการศึกษาเชิงชาติพันธุ์วรรณนาทางดิจิทัล (Digital Ethnography) ผ่านการรวบรวมคลังข้อมูลตัวบทดิจิทัล (Text Corpus) จำนวน 1,450 ข้อความ นำมาวิเคราะห์ความถี่คำและบริบทด้วยโปรแกรม Voyant Tools ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) จำนวน 3 คน ซึ่งเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ (1) ผู้แทนภาครัฐและผู้บังคับใช้กฎหมาย (2) ผู้แทนพลเมืองดิจิทัลและสื่อท้องถิ่น และ (3) ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Qualitative Content Analysis) ร่วมกับการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) จนข้อมูลบรรลุความอิ่มตัว (Data Saturation) ผลการวิจัยพบว่า งานประเพณีดั้งเดิมถูกเปลี่ยนสภาพเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมในลักษณะ "พาณิชย์นิยมล้นเกิน" โดยกลุ่มทุนผู้จัดงานได้สถาปนา "เกราะสัญญะสองชั้น" นำวาทกรรม Soft Power และการกระตุ้นเศรษฐกิจมาบังหน้าความชอบธรรมร่วมกับระบบสินบนในระดับปฏิบัติการ ทว่าปฏิบัติการสอดส่องของพลเมืองดิจิทัล (Digital Vigilantism) ผ่านเฟซบุ๊กเพจท้องถิ่น ได้ทำหน้าที่ตีกรอบความคิดกลับ (Counter-Framing) และกำหนดวาระสารสาธารณะจากล่างขึ้นบน เกิดกระแสแห่คล้อยตามของมวลชน (Bandwagon Effect) บีบให้ภาครัฐระดับนโยบายต้องตอบสนองเชิงรุกเพื่อรักษาความเชื่อถือไว้วางใจในภาครัฐ (Public Trust) งานวิจัยนี้จึงเสนอแนะเชิงนโยบายให้แปรเปลี่ยนมติมหาชนออนไลน์สู่ "สัญญาประชาคมดิจิทัล" ผ่าน "กลไกการสื่อสารประชาพิจารณ์ท้องถิ่น" (Public Hearing) ในรูปแบบสภาธรรมาภิบาลเปิดพื้นที่กว้าง เพื่อทำลายคอขวดทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่และระงับเหตุความขัดแย้งในพื้นที่วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กนกนาถ ลิขิตไพรวัลย์. (2561). กลยุทธ์การสื่อสารข้อมูลข่าวสารผ่านเฟซบุ๊กเพจในจังหวัดพิษณุโลก [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. NU Intellectual Repository. https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/2479

กรกฎ จำเนียร. (2560). การรายงานข่าวของนักสื่อสารชุมชนในภาวะวิกฤตน้ำท่วม: กรณีศึกษาวิกฤตน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 50 ปีของจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร, 12(1), 45–58.

กาญจนา แก้วเทพ. (2544). ศาสตร์แห่งสื่อและวัฒนธรรมศึกษา. คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

กิติวัฒน์ กิติบุตร. (2567). รูปแบบการสื่อสารเชิงรุกที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคในจังหวัดลำปาง. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 7(2), 101–116.

คมกริช หาญกล้า. (2562). การสื่อสารโดยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง: กรณีศึกษาพรรคอนาคตใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

จินตวีร์ เกษมศุข. (2554). การสื่อสารกับสังคม. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เดลินิวส์. (2567, 13 พฤษภาคม). ‘ผู้การฯ ศรีสะเกษ’ ฉุนสั่งจับกุมสนามบั้งไฟเถื่อน หลังโดนสื่อแฉปล่อยเล่นพนันโจ่งครึ่ม. https://www.dailynews.co.th/news/3425384/

เดลินิวส์. (2569, 26 กุมภาพันธ์). ผู้ว่าฯ สั่งห้ามเด็ดขาด! ปิดวัดจัดคอนเสิร์ต ขาย-ดื่มเหล้าเบียร์โจ่งครึ่มเป็นเหตุ. https://www.dailynews.co.th/news/5639627/

นลินี ตันวิฑูรย์. (2562). ทฤษฎีการสื่อสารมวลชนและมติมหาชน: อิทธิพลของสื่อต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมสังคมไทย. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

แนวหน้า. (2568, 3 พฤษภาคม). เริ่มแล้ว! ‘ประเพณีบุญบั้งไฟศรีสะเกษ’ ผู้ร่วมงานโอด! เล่นพนัน-ไม่เกรงกฎหมาย. https://www.naewna.com/local/881690

ณิชชา ยงกิจเจริญ. (2558). การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และแนวโน้มพฤติกรรมที่มีต่อศิลปินวง EXO ของกลุ่มแฟนคลับ EXO-L [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

ณัฐกานต์ จันทรศิริพุทธ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ของการรังแกในพื้นที่ไซเบอร์กับการเผชิญปัญหาของเหยื่อ: อิทธิพลส่งผ่านของการประเมินทางปัญญาโดยมีความเป็นนิรนามของผู้กระทำเป็นตัวแปรกำกับ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/1290/

ปาจารย์ ธนะสมบูรณ์. (2538). หนังสือพิมพ์ไทยรัฐกับการกำหนดวาระสารความขัดแย้งทางการเมืองในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

ปาณิสรา จันทร์แจ้ง. (2566). กลยุทธ์การสื่อสารออนไลน์และปัจจัยที่ส่งเสริมความเชื่อมั่นของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรังสิต]. คลังปัญญามหาวิทยาลัยรังสิต.

ประกาศจังหวัดศรีสะเกษ เรื่อง มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน. (2559, 30 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 133(ตอนพิเศษ 232 ง), 25–27.

พัชราภรณ์ เขียวเจริญ. (2564). การสื่อสารทางการเมืองและทฤษฎีมติมหาชนในยุคดิจิทัล. วารสารนวัตกรรมการสื่อสารและการจัดการ, 8(2), 145–160.

พัน ฉัตรไชยยันต์. (2566). สื่อสังคมออนไลน์. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478. (2478, 11 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา, 52(0 ก), 1520–1540.

พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551. (2551, 14 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 125(33 ก), 28–46.

พิษณุรักษ์ ปิตาทะสังข์. (2561). การสื่อสารทางการเมืองในโครงการเมืองกีฬา [ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

เพ็ชรัตน์ ไสยสมบัติ. (2555). การเคลื่อนไหวทางสังคมในบริบทของสังคมไทย. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 15(1), 143–152.

พรพรรณ เชยจิตร. (2560). การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal communication) [เอกสารประกอบการสอน]. สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิกานดา เกียรติมาโนชญ์ และจันทิมา อังคพณิชกิจ. (2559). หน้าที่ของถ้อยคำสาปแช่งและสาบานในวาทกรรมการเมืองไทย. วารสารวจนะ, 1(2), 1–21.

วุฒินัน จันทร์มา. (2564). การจัดการการสื่อสารในภาวะวิกฤติไวรัสโคโรนา 2019 ของสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 7 จันทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี].

สิทธิพงษ์ ศรีกุลบุตร. (2569). การสื่อสารเชิงรุกของตำรวจโรงพักในบริบทดิจิทัล: ช่องว่างระหว่างมายาคติและการสร้างชุมชนผ่าน Facebook Insights. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 1(1), 1–13.

สิทธิพัฒน์ มารยาตร์ และภิรดา ชัยรัตน์. (2565). การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มแกนนำนิสิตนักศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(8), 108–123.

สุธาภรณ์ ขอศานติวิชัย. (2558). ผลของการอ้างอิงตนเองและความเกี่ยวพันสินค้าที่มีต่อเจตคติต่อโฆษณา เจตคติต่อสินค้า และการตั้งใจซื้อสินค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository.

สุภาพร นิภานนท์. (2559). กลยุทธ์การสื่อสารและการบริหารประเด็นเพื่อผลักดันนโยบายระบบสุขภาพมาตรฐานเดียว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

สุระชัย ชูผกา. (2561). สื่อสู่จริยะ. สำนักพิมพ์เคล็ดไทย.

เสริมศิริ นิลดำ. (2555). คุณค่าข่าวในภาวะวิกฤตทางสังคม. วี.พริ้นท์.

สำนักงาน ก.พ. (ม.ป.ป.). ความเชื่อถือไว้วางใจในภาครัฐ (Public trust): ทฤษฎี แนวคิด และหลักการ. สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล.

อมรฉัตร กำภู ณ อยุธยา และมนฤตย์พล อุรบุญนวลชาติ. (2563). วาทกรรมประชารัฐในบริบททางการเมืองของประเทศไทย. วารสารด้านการบริหารรัฐกิจและการเมือง, 9(1), 44–63.

อรพรรณ คูเกษมรัตน์. (2561). ผลของเป้าหมายการควบคุมและการชี้แจงเหตุผลรองรับการตัดสินใจต่อระดับการเอนเอียงในการตัดสินใจให้ตนเองและผู้อื่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository.

Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. G. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241–258). Greenwood Press.

Habermas, J. (1989). The structural transformation of the public sphere: An inquiry into a category of bourgeois society (T. Burger & F. Lawrence, Trans.). MIT Press. (Original work published 1962)

Harvey, D. (1990). The condition of postmodernity: An enquiry into the origins of cultural change. Blackwell.

McCombs, M. E., & Shaw, D. L. (1972). The agenda-setting function of mass media. Public Opinion Quarterly, 36(2), 176–187. https://doi.org/10.1086/267990

Trottier, D. (2017). Digital vigilantism as weaponisation of visibility. Philosophy & Technology, 30(1), 55–72. https://doi.org/10.1007/s13347-016-0216-4

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-29

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีกุลบุตร ส. (2026). ความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายต่ออบายมุขแฝงในประเพณี: เสียงสะท้อนของพลเมืองดิจิทัลพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 1(2), 25–46. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/MS-RMUJournal/article/view/4160