อิทธิพลของความพร้อมในการใช้พลังงานทางเลือกที่ส่งผลต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
ความพร้อมในการใช้พลังงานทางเลือก, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม, สุพรรณบุรีบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความพร้อมในการใช้พลังงานทางเลือกและแนวทางการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 2) ศึกษาอิทธิพลของความพร้อมในการใช้พลังงานทางเลือกที่ส่งผลต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 259 ชุด สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่าระดับความพร้อมในการใช้พลังงานทางเลือกและแนวทางการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับมาก โดยความพร้อมในการใช้พลังงานทางเลือกส่งผลต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 68 จากผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้โดยการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานเป็นลำดับแรก เนื่องจากมีอิทธิพลสูงสุดต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานฟอสซิล นอกจากนี้ ควรพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะด้านการจัดการพลังงาน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการวางแผนด้านการเงินและการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม. (2567). แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564–2573. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. https://www.dcce.go.th/media/4119/
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี. (2567). รายงานประจำปี 2567. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2567, จาก https://suphanburi.industry.go.th/th/th67
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570).
Curran, G. (2021). Contemporary environmental entrepreneurs: From the alternative technology movement to ecologically modernised community energy. Journal of Environmental Policy & Planning, 23(4), 467–481. https://doi.org/10.1080/1523908X.2021.1880316
Czemiel-Grzybowska, W., Bąkowski, M., & Forfa, M. (2024). Overcoming the challenge of exploration: Organizational readiness of technology entrepreneurship on the background of energy climate nexus. Energies, 17(23), Article 5999. https://doi.org/10.3390/en17235999
Durbin, J., & Watson, G. S. (1950). Testing for serial correlation in least squares regression: I. Biometrika, 37(3–4), 409–428. https://doi.org/10.2307/2332391
Eitan, A., Rosen, G., Herman, L., & Fishhendler, I. (2020). Renewable energy entrepreneurs: A conceptual framework. Energies, 13(10), Article 2554. https://doi.org/10.3390/en13102554
Kim, J. H. (2019). Multicollinearity and misleading statistical results. Korean Journal of Anesthesiology, 72(6), 558–569. https://doi.org/10.4097/kja.19087
Mareddy, A. R. (2017). Environmental impact assessment: Theory and practice. Butterworth-Heinemann.
Morvay, Z., & Gvozdenac, D. (2008). Applied industrial energy and environmental management. John Wiley & Sons. https://doi.org/10.1002/9780470714379
Odeyemi, O., Usman, F. O., Mhlongo, N. Z., Elufioye, O. A., & Ike, C. U. (2024). Sustainable entrepreneurship: A review of green business practices and environmental impact. World Journal of Advanced Research and Reviews, 21(2), 346–358. https://doi.org/10.30574/wjarr.2024.21.2.0461
Paalosmaa, T. (2025). Energy optimization and Industry 4.0 readiness in manufacturing SMEs—Insights from Ostrobothnia, Finland. Energy Efficiency, 18, Article 60. https://doi.org/10.1007/s12053-025-10353-x
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
Zaman, A. U. (2025). Green energy entrepreneurship: Emerging business models for decentralized renewable power in developing economies. Pacific Journal of Business Innovation and Strategy, 2(3), 60–71. https://doi.org/10.70818/pjbis.v02i03.090
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร