การบูรณาการหลักสัปปุริสธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การบูรณาการ, หลักสัปปุริสธรรม, ภาวะผู้นำทางการเมืองบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัปปุริสธรรมกับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และ 3) เพื่อนำเสนอการบูรณาการหลักสัปปุริสธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.920 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 377 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัปปุริสธรรมกับภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา พบว่า มีความสัมพันธ์เชิงบวก อยู่ในระดับน้อย (R=0.453**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. การบูรณาการหลักสัปปุริสธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของผู้บริหารเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ได้แก่
1) ด้านธัมมัญญุตา รู้จักเหตุ ผู้บริหารเทศบาลมีหลักการและเหตุผลในการตัดสินใจ 2) ด้านอัตถัญญุตา รู้จักผล ผู้บริหารเทศบาลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการบริหารงานเทศบาล 3) ด้านอัตตัญญุตา รู้จักตน ผู้บริหารเทศบาลรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนอย่างชัดเจน 4) ด้านมัตตัญญุตา รู้จักประมาณ ผู้บริหารเทศบาลดำเนินโครงการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า 5) ด้านกาลัญญุตา รู้จักกาล ผู้บริหารเทศบาลรู้จักเลือกเวลาที่เหมาะสม 6) ด้านปริสัญญุตา รู้จักชุมชน ผู้บริหารเทศบาลมีความเข้าใจต่อปัญหา 7) ด้านปุคคลัญญุตา รู้จักบุคคล ผู้บริหารรู้จักเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่มอบหมาย
เอกสารอ้างอิง
ประธาน สุวรรณมงคล และคณะ. (2537). การกำหนดอำนาจหน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น. สถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย.
พระครูบรรพตภาวนาวิธาน (มนินท์ จนฺทโก). (2566). การพัฒนาพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยตามแนวพระพุทธศาสนาของประชาชนอำเภอเมืองนครนายก. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูปลัดวัชรพงษ์ วชิรปญฺโญ (ปล้องขัน). (2559). ภาวะผู้นำเชิงพุทธเพื่อการบูรณาการพัฒนาชุมชนในจังหวัดน่าน. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระจันนาฤทธิ์ กุลานุรกขิโต (กิม). (2559). ภาวะผู้นำการบริหารจัดการวัดของเจ้าอาวาสในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์.
พระนุกูล อธิวโร (บุญไทย). (2565). ภาวะผู้นำของผู้ปกครองส่วนท้องในการพัฒนาชุมชนตำบลหาดกรวด อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ (เอมพันธ์). (2563). การประยุกต์หลักพุทธจริยธรรมเพื่อพัฒนาจริยธรรมทางการเมืองของผู้นำทางการเมืองในจังหวัดชัยภูมิ. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระเมธี สิริปญฺโญ (วังใน). (2564). ภาวะผู้นำทางการเมืองตามหลักพุทธธรรมของผู้ปกครองท้องที่ในตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระรฤทธิ์ วริทฺธิญาโณ (เขียนโคกกรวด). (2567). ทัศนคติทางการเมืองตามแนวพุทธในการเลือกตั้งท้องถิ่นของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเทศบาลนครนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ยงยุทธ เกษสาคร. (2541). ภาวะผู้นำและการจูงใจ. ศูนย์เอกสารและตำราสถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร