การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการกล่อมเกลาทางการเมืองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย : กรณีศึกษา โรงเรียนบุญวัฒนา 2 ตำบลหัวทะเลอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การบูรณาการ, หลักพุทธธรรม, การกล่อมเกลาทางการเมืองบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับการกล่อมเกลาทางการเมือง 2) เพื่อเปรียบเทียบการกล่อมเกลาทางการเมือง โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อนำเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการกล่อมเกลาทางการเมือง การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.921 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 116 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทำการวิเคราะห์ค่าเอฟ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ในกรณีตัวแปรอิสระตั้งแต่สามกลุ่มขึ้นไป เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจะทำการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธีผลต่างเป็นสำคัญน้อยที่สุด การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการกล่อมเกลาทางการเมือง โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( =4.10) 2. ผลการเปรียบเทียบการกล่อมเกลาทางการเมือง จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า นักเรียนที่มีเพศ อายุ และระดับการศึกษา ต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย 3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการกล่อมเกลาทางการเมือง ได้แก่ 1) เมตตากายกรรม ปรารถนาดีต่อผู้อื่น ช่วยสร้างพฤติกรรมเชิงบวกให้แก่นักเรียนอย่างชัดเจน 2) เมตตาวจีกรรม พูดด้วยความปรารถนาดี คำพูดที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีจะช่วยลดความขัดแย้ง 3) เมตตามโนกรรม คิดสิ่งใดก็ให้คิดในสิ่งที่ดี ความปรารถนาดีจากภายในจิตใจ 4) สาธารณโภคี การรู้จักแบ่งปันผลประโยชน์ เสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อความสุขของส่วนรวม 5) สีลสามัญญตา มีความประพฤติเสมอกัน สร้างมาตรฐานความประพฤติที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และ 6) ทิฏฐิสามัญญตา ลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์
เอกสารอ้างอิง
จิตรกร ลออศรี. (2564). “การสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในเทศบาล
เมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
นภัทร สุขใหม่. (2567). “การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองในการไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นของประชาชนในเทศบาลนครนครราชสีมา”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระณัฐพงษ์ ณฏฺฐวํโส (สุดใจ). (2563). “การกล่อมเกลาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระทรงวุฒิ ชาตเมธี (รัตนะ). (2563). “การกล่อมเกลาทางการเมืองที่มีผลต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชนในเขตอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาชาตรี ชาครชโย. (2564) “การตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วไปใน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี”. การประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings). หลักสูตร บัณฑิตศึกษาภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาชาติเชื้อ วชิรญาโณ และคณะ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนต่อการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู”. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 12(4), 247-258.
พระมหาธีรติ ธมฺมโสภโณ (โศภิตธรรม). (2564). “การอบรมกล่อมเกลาทางการเมืองที่ส่งผลต่อพฤติกรรมประชาธิปไตยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายอำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหามรกต ธมฺมปาโล (พิรักษา). (2567). “การกล่อมเกลาทางการเมืองตามแนวพระพุทธศาสนาของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาในอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พิบูลย์ เพียรพานิชกุล. (2565). “การพัฒนาการสื่อสารทางการเมืองเชิงพุทธเพื่อการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มจร โคราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร