แม่ธรณีกับผู้หญิง: ภาพสะท้อนบทบาททางเพศกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านมุมมองแนวคิดนิเวศสตรีนิยมและนิเวศวิทยาเชิงจิตวิญญาณ กรณีศึกษา ชุมชนกะเหรี่ยงโผล่วด้ายเหลือง จังหวัดอุทัยธานี
คำสำคัญ:
กะเหรี่ยงโผล่วด้ายเหลือง, ลัทธิเจ้าวัด, สตรีนิยมเชิงนิเวศ, เพศสภาวะ, จิตวิญญาณ, สิ่งแวดล้อมบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาททางเพศ ความเชื่อเรื่องพระแม่ธรณี และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในลัทธิเจ้าวัดของชาวกะเหรี่ยงโผล่วด้ายเหลือง จังหวัดอุทัยธานี และ 2) อธิบายบทบาทของผู้หญิงในฐานะตัวกลางเชิงสัญลักษณ์และเชิงปฏิบัติการระหว่างธรรมชาติ จิตวิญญาณ และระเบียบทางสังคม ภายใต้กรอบแนวคิดสตรีนิยมเชิงนิเวศ (Ecofeminism) และนิเวศวิทยาเชิงจิตวิญญาณ (Eco-spirituality) การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงชาติพันธุ์วรรณนา โดยเก็บข้อมูลจากการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการศึกษาพิธีกรรมสำคัญของลัทธิเจ้าวัดในชุมชนบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี ผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 20 คน ครอบคลุมผู้นำทางจิตวิญญาณ ผู้หญิงผู้มีบทบาทพิธีกรรม และสมาชิกชุมชนหลากหลายช่วงวัย ผลการศึกษาพบว่า ระบบความเชื่อของลัทธิเจ้าวัดจัดวาง “ผู้หญิง–แม่ธรณี–แผ่นดิน” เป็นแกนกลางของจักรวาลวิทยาทางสังคม โดยผู้หญิงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์เชิงนามธรรม หากแต่มีบทบาทเชิงปฏิบัติการจริงในการกำกับพิธีกรรม การเกษตร และการรักษาความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความสัมพันธ์เชิงคู่ระหว่างเจ้าวัดกับแม่ย่า เพศชายกับเพศหญิง และโลกมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นกลไกทางวัฒนธรรมในการควบคุมการใช้ทรัพยากรและการธำรงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ บทความเสนอว่าความรู้เชิงจิตวิญญาณของผู้หญิงกะเหรี่ยงเป็นรูปแบบหนึ่งของอำนาจเชิงนิเวศ (ecological authority) ที่ท้าทายกรอบการพัฒนาและนโยบายทรัพยากรของรัฐสมัยใหม่ และช่วยขยายความเข้าใจสตรีนิยมเชิงนิเวศในบริบทเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอกสารอ้างอิง
ธัญณ์ณภัทร์ เจริญพานิช. (2559). ผีและอำนาจ ผ่านความเชื่อเรื่องผีของชาวไทยทรงดำ ตำบลพันเสา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก, วารสารราชพฤกษ์, 4(2), 67-74.
ปราณี วงษ์เทศ. (2549). เพศสภาวะในสุวรรณภูมิ (อุษาคเนย์). มติชน.
พยงค์ ศรีทอง. (2537). คนโผล่ว กะเหรี่ยงเมืองสุพรรณ, ศิลปวัฒนธรรม, 15(4), 100-111.
สุริยา สมุทคุปติ์ และพัฒนา กิติอาษา.(2545). ทำไม “คนอีสาน” ในอดีตจึงใช้ผ้าซิ่นห่อคัมภีร์ใบลาน. สํานักวิชาเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
Eaubonne, F. (1974). Le féminisme ou la mort [Feminism or death]. P. Horay.
Eaubonne, F. (1978). Ecology, feminism: Revolution or mutation? Paris: Editions ATP
Griffin, S. (1978). Women and nature: The roaring inside her. Harper & Row.
Hayami, Y. (1992). Ritual and religious transformation among Sgaw Karen of northern Thailand: Implications of gender and ethnic identity (Doctoral dissertation, Brown University).
Hayami, Y. (1993). To be Karen and to be cool: Community, morality and identity among Sgaw Karen in northern Thailand. Cahiers des Sciences Humaines, 29(4), 747–762.
Hayami, Y. (1996). Karen tradition according to Christ or Buddha: The implication of multiple reinterpretations for a minority ethnic group in Thailand. Journal of Southeast Asian Studies, 27(2), 334–349.
Merchant, C. (1980). The death of nature: Women, ecology, and the scientific revolution. In A. Editor (Ed.), Title of book (pp. 68–87). Stanford University Press.
Mies, M. & Shiva, V. (1993). Ecofeminism. Rawat Publications.
Shiva, V. (1989). Staying alive: women, ecology and development. Zed Book.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร