https://so15.tci-thaijo.org/index.php/HUSOCRRU/issue/feed
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
2026-08-31T00:00:00+07:00
รศ.สราวุธ โรจนศิริ
sarawutethno@hotmail.com
Open Journal Systems
<p>วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น<br />Rajanagarindra Journal of Humanities and Social Sciences for Local Development</p> <p>ISSN 3088-3377 (Online)</p> <p>คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์<br />มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์<br /><span style="font-size: 0.875rem;">Faculty of Humanities and Social Science</span><br />RAJABHAT RAJANAGARINDRA UNIVERSITY</p>
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/HUSOCRRU/article/view/3578
การวิเคราะห์เปรียบเทียบองค์คณะผู้พิพากษาระหว่างศาลในประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์: ศึกษามิติโครงสร้าง การสรรหา การดำรงตำแหน่ง และความเป็นอิสระของตุลาการ
2026-06-30T19:33:05+07:00
อัครวิชช์ รอบคอบ
phaiboon.r@mbs.msu.ac.th
ชัชวรรณ์ ลีโรจนวุฒิกุล
phaiboon.r@acc.msu.ac.th
ธงชัย ผลรุ่ง
phaiboon.r@acc.msu.ac.th
<p>ระบบตุลาการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังขาดการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบด้านองค์คณะผู้พิพากษาในมิติโครงสร้างและความเป็นอิสระของตุลาการในทางปฏิบัติ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์เปรียบเทียบองค์คณะผู้พิพากษาระหว่างศาลไทยและศาลสิงคโปร์ใน 5 มิติหลัก และ 2) สังเคราะห์โมเดลความยืดหยุ่นองค์คณะผู้พิพากษาในบริบทเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การวิจัยใช้วิธีการเปรียบเทียบกฎหมายเชิงคุณภาพภายใต้กรอบแนวคิดการเปรียบเทียบเชิงหน้าที่ของ Zweigert & Kötz (1998) โดยวิเคราะห์เอกสารชั้นต้น ได้แก่ รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับเอกสารชั้นรองที่เผยแพร่ในช่วงปี ค.ศ. 2021–2026 ผลการศึกษาพบว่าศาลสิงคโปร์มีความยืดหยุ่นขององค์คณะสูงกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านกลไกผู้พิพากษาระหว่างประเทศและกรรมาธิการตุลาการซึ่งไทยยังไม่มี ระบบสรรหาของไทยดำเนินการผ่านคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ขณะที่สิงคโปร์ให้นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีมีบทบาทร่วมกับอัครตุลาการ แม้ทั้งสองประเทศรับรองความเป็นอิสระของตุลาการในรัฐธรรมนูญ แต่ไทยยังเผชิญข้อกังขาด้านการแทรกแซงทางการเมืองมากกว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยตัวแปร 5 ประการ ได้แก่ ความหลากหลายของบทบาทตุลาการ ความยืดหยุ่นของวาระ ความเปิดกว้างของกระบวนการสรรหา กลไกการปรับขนาดองค์คณะ และความเป็นสากล ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย ได้แก่ การนำกลไกผู้พิพากษาระหว่างประเทศมาใช้ในศาลชำนัญพิเศษและการปฏิรูปกระบวนการสรรหาให้โปร่งใสยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบตุลาการในระดับสากล</p> <p><strong> </strong></p>
2026-08-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/HUSOCRRU/article/view/3997
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
2026-08-09T21:22:57+07:00
จักรกฤษณ์ ศรีสูงเนิน
6626504005@mcu.ac.th
ดนัย ศรีดี
6626504012@mcu.ac.th
เกรียงไกร ยิ่งนาม
6626504025@mcu.ac.th
พรภิรมย์ ยอดบุญ
p.pirom1986@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 2) เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในระดับเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองและกระบวนการเลือกตั้งเป็นกรอบการศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จำนวน 396 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .93 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วย t-test และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.09, S.D. = 0.72) โดยด้านการเลือกตั้ง มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( = 4.03, S.D. = 0.85) ด้านการรณรงค์ทางการเมือง มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ( = 1.97, S.D. = 0.98)</li> <li>ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส และอาชีพแตกต่างกัน มีการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> <li>การเสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ควรส่งเสริมการเลือกตั้งที่โปร่งใส อำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้ง รณรงค์ผ่านสื่อที่สร้างสรรค์ จัดกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</li> </ol>
2026-08-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/HUSOCRRU/article/view/4055
ผ้าทอ ความทรงจำ และการเปลี่ยนผ่านบทบาทของผู้หญิงชนบทล้านนา: ประวัติศาสตร์บอกเล่าจากชุมชนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่
2026-08-25T12:58:23+07:00
ปลายฟ้า นามไพร
playfa.np@gmail.com
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงและความหมายของผ้าทอในวิถีชีวิตของผู้หญิงชนบทล้านนา ผ่านประวัติศาสตร์บอกเล่าของผู้หญิงในชุมชนแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ และ 2) เพื่ออธิบายการเปลี่ยนผ่านบทบาทของผู้หญิงในชนบทล้านนา ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ วิถีการผลิต และสังคมชนบทที่สะท้อนผ่านความทรงจำเกี่ยวกับการทอผ้า การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลใน พ.ศ. 2557 จากผู้หญิงที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการทอผ้าในชุมชนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3 ราย โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต และการบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา โดยใช้แนวคิดเพศสภาพเป็นกรอบในการตีความ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การทอผ้าในอดีตเป็นทั้งกิจกรรมการผลิตและกระบวนการสร้างบทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้ดูแลครอบครัวและผู้สืบทอดภูมิปัญญาของชุมชน การขยายตัวของระบบตลาด การศึกษา และการผลิตเชิงพาณิชย์ ทำให้การทอผ้าค่อย ๆ ลดบทบาทลง เนื่องจากผู้หญิงต้องใช้แรงงานในการสร้างรายได้มากขึ้น การลดบทบาทของการทอผ้าเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านของรูปแบบแรงงานผู้หญิง จากการผลิตเพื่อยังชีพภายในครัวเรือนไปสู่แรงงานที่เชื่อมโยงกับระบบตลาด ขณะที่ความรับผิดชอบต่อครอบครัวยังคงดำรงอยู่ ประวัติศาสตร์บอกเล่าช่วยให้เห็นความหมายของการเปลี่ยนแปลงผ่านความทรงจำของผู้หญิง และทำให้เข้าใจพลวัตของผู้หญิงในชนบทล้านนาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p>
2026-08-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/HUSOCRRU/article/view/3933
การพัฒนาท้องถิ่นและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา บ้านคลองสามแพรก หมู่ที่ 4 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
2026-08-01T11:55:43+07:00
วรพงษ์ เหล็กเพ็ชร
wor.13062530@gmail.com
จักรฐะพงษ์ บวรบุญเรือง
wor.13062530@gmail.com
กานต์ศิรพัธ แสวงเพชร
wor.13062530@gmail.com
ทักษะ สุดเส้นผม
wor.13062530@gmail.com
อรุณ ไชยนิตย์
kunpanchainit@gmail.com
<p>บทความทางวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการพัฒนาท้องถิ่นและการพัฒนาชุมชนของบ้านคลองสามแพรก หมู่ที่ 4 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการพัฒนาชุมชน รวมถึง สังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และการศึกษาดูงาน แล้วนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์การพัฒนาท้องถิ่นและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ของบ้านคลองสามแพรก หมู่ที่ 4 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ ผู้นำคือหัวใจในบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน การอยู่ร่วมกันอย่าง รู้ รัก สามัคคี เกื้อกูล การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาชุมชน สามารถจัดการตนเอง และแก้ไขปัญหาของชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยผู้นำทำก่อน ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อเสนอควรจัดทำป้ายแสดงรางวัลโดยรวม จัดหมวดหมู่ให้ง่ายที่จะศึกษาดู และเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมถึงควรพัฒนาพื้นที่ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน บ้านคลองสามแพรก เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ</p>
2026-08-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/HUSOCRRU/article/view/4039
นิเวศท่องเที่ยวอัจฉริยะรับมือภูมิอากาศสุดขั้ว
2026-08-20T21:09:53+07:00
ปรีดารี ศิริรัดน์
preedaree@npu.ac.th
สุรารักษ์ ศรีลาศักดิ์
surarak@npu.ac.th
<p>วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพยากรท่องเที่ยวและวิถีชีวิตชุมชน บทความวิชาการนี้นำเสนอการบูรณาการแนวคิดมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือ taxonomy ร่วมกับกรอบการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยประยุกต์ใช้แนวทางการท่องเที่ยวอัจฉริยะอิงสภาพภูมิอากาศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการท่องเที่ยวในการปรับตัวและการลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์เอกสารที่เผยแพร่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว องค์การแห่งสหประชาชาติ องค์การท่องเที่ยวโลกและงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ในช่วงปี 2021-2026 ใช้วิธีวิเคราะห์เชิงประเด็น สรุปผลการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะการออกแบบจุดหมายปลายทางที่สอดคล้องกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศตามฤดูกาลและขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ 1) การใช้มาตรฐานจัดกลุ่มกิจกรรมเศรษฐกิจเพื่อวางรากฐานการพัฒนาท่องเที่ยว 2) การประยุกต์นวัตกรรมการจัดการที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และ 3) การออกแบบผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมตามฤดูกาลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยแนวทางดังกล่าวจัดเป็นกลยุทธ์เพื่อใช้ในการเตรียมความพร้อมรับมือความไม่แน่นอนของภูมิอากาศในทุกฤดูกาล โดยมุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่นเชิงสังคม-นิเวศให้แก่ชุมชนเจ้าของพื้นที่ ลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน พร้อมรับมือความผันผวนของภูมิอากาศโลกในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาด</p>
2026-08-31T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ราชนครินทร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น