การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยใช้ภูมิปัญญาสมุนไพรเป็นฐาน ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวโดยชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 2) พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยใช้ทรัพยากรและ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน และ 3) ประเมินความเหมาะสมของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่พัฒนาขึ้น การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 50 คน ประกอบด้วย กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ คือ นักท่องเที่ยวทดลอง จำนวน 30 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 20 คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน 5 คน ปราชญ์ชาวบ้าน 5 คน สมาชิกกลุ่มสมุนไพร 5 คน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว 5 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสมของเส้นทางท่องเที่ยว วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ตำบลหัวขวางมีศักยภาพด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากฐานทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน และภูมิปัญญาด้านสมุนไพรพื้นบ้านสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายใต้แนวคิด “พักกาย ฟื้นใจ เรียนรู้ภูมิปัญญาสมุนไพรกับชุมชน” ประกอบด้วย6 ฐานกิจกรรม ได้แก่ กราบพระและให้อาหารลิง ชิมชาสมุนไพร เรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน ทำอาหารถิ่น การทำลูกประคบสมุนไพร และการนวดเพื่อสุขภาพ ผลการประเมินความเหมาะสมของเส้นทางท่องเที่ยวอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.69) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้แก่ชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้กรอบแนวทางที่สังเคราะห์จากผลการวิจัย“HUAKWANG WELLNESS MODEL” เป็นแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยใช้ทุนและศักยภาพของชุมชนเป็นฐาน
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566–2570). กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). สุวีริยาสาส์น.
Boonratana, R. (2010). Community-based tourism in Thailand: The need and justification for an operational definition. Kasetsart Journal of Social Sciences, 31(2), 280–289. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/kjss/article/view/246681
Global Wellness Institute. (2024). Global wellness economy monitor 2024. https://globalwellnessinstitute.org/industry-research/2024-global-wellness-economy-monitor/
Murphy, P. E. (1985). Tourism: A community approach. Methuen.
Nunnally, J. C. (1978). Psychometric theory (2nd ed.). McGraw-Hill.
Richards, G. (2021). Rethinking cultural tourism. Edward Elgar Publishing.
Smith, M., & Diekmann, A. (2017). Tourism and wellbeing. Annals of Tourism Research, 66, 1–13. https://doi.org/10.1016/j.annals.2017.05.006
Smith, M., & Puczkó, L. (2014). Health, tourism and hospitality: Spas, wellness and medical travel (2nd ed.). Routledge.
Suansri, P. (2003). Community based tourism handbook. Responsible Ecological Social Tour Project.
Voigt, C., Brown, G., & Howat, G. (2011). Wellness tourists: In search of transformation. Tourism Review, 66(1–2), 16–30. https://doi.org/10.1108/16605371111127206
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร