บทบาทของผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาปฐมวัย ในโรงเรียนวังวารีวนราษฎร์วัฒนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาปฐมวัย และศึกษาผลการจัดการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนวังวารีวนราษฎร์วัฒนา พุทธศักราช 2567 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครองเด็กปฐมวัยที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ในโรงเรียนวังวารีวนราษฎร์วัฒนา จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า บทบาทของผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาปฐมวัย โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการประสานงานและติดต่อสื่อสารกับครู/โรงเรียน รองลงมาได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา และด้านการสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนและการเรียนรู้ของเด็ก ส่วนผลการจัดการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นกัน โดยด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะพื้นฐานของเด็ก ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของบทบาทผู้ปกครองในการส่งเสริมคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัย และความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้าน
คำสำคัญ: บทบาทผู้ปกครอง, การมีส่วนร่วม, การศึกษาปฐมวัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
จันทิมา ศรีบุญเรือง. (2564). บทบาทของผู้ปกครองกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 12(2), 105-117.
คมศักดิ์ สายหยุด. (2561). พฤติกรรมของเด็กปฐมวัยที่มีผู้ปกครองเป็นแบบอย่างทางคุณธรรม. วารสารการศึกษา, 14(1), 55-69.
ณัฏฐ์นรี คำพา. (2563). ผลของสภาพแวดล้อมในห้องเรียนต่อพัฒนาการด้านสังคมของเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 47(3), 112-124.
ปรัชญา อ่อนน้อม. (2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมลงมือปฏิบัติ. วารสารครุศาสตร์, 47(2), 89-100.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2561). การส่งเสริมบทบาทผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 41(3), 20-33.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
อมรรัตน์ สุขสำราญ. (2562). รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการพัฒนาเด็กปฐมวัย. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 12(2), 45-58.
Epstein, J. L. (2001). School, Family, and Community Partnerships: Preparing Educators and Improving Schools. Westview Press.
-------------. (2011). School, Family, and Community Partnerships: Preparing Educators and Improving Schools. Routledge.
Fred C. Lunenburg and Allan C. Ornstein, Educational Administration: Concepts and practices, 6th ed. (BelMont, CA: Wadsworth, 2012),
-22.
Hoover-Dempsey and Sandler (2005). “Final Performance Report for OERI Grant # R305T010673 : The social Context of Parental
Involvement: A Path to Enhanced Achievement” (U.S. Department of Education, 2005), March 22, 74
Maria Montessori. (1967). The Absorbent Mind. Henry Holt & Co.
Piaget, J. (1964). Development and Learning. Journal of Research in Science Teaching.
UNESCO. (2015). Investing Against Evidence: The Global State of Early Childhood Care and Education. Paris: UNESCO Publishing.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Harvard University Press.