การประเมินความต้องการจำเป็นการบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1
คำสำคัญ:
การประเมินความต้องการจำเป็น, การบริหาร, หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 2) ประเมินความต้องการจำเป็นของการบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 จำนวน 93 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น 0.85 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีจัดเรียงลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็น (PNIModified)
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัจจุบันของการบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 โดยภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับ ปานกลาง
2. สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 โดยภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด
3. ความต้องการจำเป็นของการบริหารตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของสถานศึกษาในกลุ่มโรงเรียนเมือง 3 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านหลักสูตรและการจัดกิจกรรมการสอน ด้านผลลัพธ์ภาพความสำเร็จ และด้านการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). คู่มือการประเมินสถานศึกษาแบบอย่างการจัดการเรียนการสอนและบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง). เอกสารประกอบการประเมินสถานศึกษาพอเพียง. สำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
กุณฑิกา พัชรชานนท์ และ บัลลังก์ โรหิตเสถียร. (2557). ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 116/2557: งานมหกรรมรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา. สืบค้น 6 มิถุนายน 2556, จาก http://www.moe.go.th
ถวัลย์ มาศจรัส และคณะ. (2550). แบบฝึกหัดแบบฝึกทักษะ, พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ธารอักษร.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2548). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พิรัญญา พันธุศิริ และจิรวัฒน์ วรุณโรจน์. (2564). แนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 8(3), 287-298.
มัลลิกา สีดาเดช. (2563). ประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาพอเพียงในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
วัชราวลี เดชจูด. (2567). การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(2), 234–248.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. 2557. ราชกิจจานุเบกษา. ค้นวันที่ 8 กันยายน 2566 จาก http://www.senate.go.th
อภิชัย พันธเสน. (2560). เศรษฐกิจพอเพียง: พระอัจฉริยภาพ และพระกรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาวิทยาลัยรังสิต.
อุปสรา สิทธิพงษ์. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3. สารนิพนธ์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร