หน้าที่ของภาษาบนป้ายสาธารณะในนครปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: การศึกษาตามแนวภูมิทัศน์ภาษา
คำสำคัญ:
หน้าที่ของภาษา, ภูมิทัศน์ภาษา, ป้ายสาธารณะ, นครปากเซ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหน้าที่ของภาษาบนป้ายสาธารณะในนครปากเซแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเก็บข้อมูลจากป้ายสาธารณะทั้งของภาครัฐและเอกชน จำนวน 858 ป้าย จำแนกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ป้ายบอกทาง ป้ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ป้ายสถานที่และหน่วยงาน และป้ายร้านค้า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แนวคิดเรื่องหน้าที่ของภาษาตามกรอบของ Ben-Rafael et al. (2006; 2009) ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การนำเสนอตัวตน 2) ความสมเหตุสมผล 3) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และ 4) อัตลักษณ์ของหมู่คณะ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้ภาษาบนป้ายในนครปากเซมีหน้าที่ในการให้ข้อมูลความรู้ (informational function) และหน้าที่เชิงสัญลักษณ์ (Symbolic function) โดยภาษาลาวมีบทบาทมากที่สุดในฐานะภาษาประจำชาติที่สะท้อนอำนาจรัฐและการควบคุมเชิงนโยบาย ขณะที่ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเวียดนาม มักถูกเลือกใช้บนป้ายภาคเอกชนเพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้การจัดวางภาษาและการเลือกใช้คำบนป้ายยังสะท้อนบทบาทของผู้เขียนป้ายในการนำเสนอตัวตนและแสดงจุดยืนในสังคมและเศรษฐกิจที่หลากหลายของเมืองชายแดนแห่งนี้ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าภาษาบนป้ายสาธารณะไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ให้ข้อมูล แต่ยังทำหน้าที่เชิงสัญลักษณ์ในการสร้างความหมาย การแสดงอัตลักษณ์ และการแสดงออกทางอำนาจในพื้นที่สาธารณะ
เอกสารอ้างอิง
กรกฤช มีมงคล. (2564). ภูมิทัศน์ทางภาษาศาสตร์ของซอยนานาเหนือและซอยเอกมัย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 12(1), 66-88.
กฤตพล วังภูสิต. (2555). ธุรกิจการค้าในย่านสยามสแควร์: การศึกษาตามแนวภูมิทัศน์เชิงภาษาศาสตร์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตตินาถ เรขาลิลิต. (2563). การเลือกภาษาของป้ายสาธารณะในมหาวิทยาลัยของไทย กรณีศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วารสารมนุษยศาสตร์วิชาการ, 27(2), 315–317.
กิตตินาถ เรขาลิลิต และคณะ. (2563). บทบาทของภาษาประจำชาติและภาษาอังกฤษในสปป.ลาว:ภาพสะท้อนจากสถานการณ์ภาษาในปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: สายธุรกิจโรงพิมพ์ บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง จำกัด (มหาชน).
จริยา เสียงเย็น. (2558). ภูมิทัศน์ทางภาษาจากป้ายโฆษณาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี. ວາຣສາຣພື້ນຖິ່ນໂຂງ ຊີ ມູລ, 1(2), 13-36.
จารญา อนันตะวัน และศุภกิต บัวขาว. (2565). การศึกษาภูมิทัศน์ภาษาศาสตร์ของตลาดท่าเสด็จ จังหวัดหนองคาย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 13(1), 101-134.
ถนอมจิตต์ สารอต และสราวุฒิ ไกรเสม. (2562). ความเป็นพหุภาษาในชุมชนเมือง: กรณีศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิทัศน์ทางภาษากับธุรกิจการค้าย่านนานาฝั่งเหนือ. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 38(1), 24–40.
ปภาวรินทร์ วรหิน, ดุจฉัตร จิตบรรจง, และสมัย วรรณอุดร. (2568). ภูมิทัศน์ภาษาบนป้ายสาธารณะในนครปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว : ภูมิทัศน์ภาษาบนป้ายสาธารณะในนครปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. โขง-สาละวิน, 16(1), 1–43. https://doi.org/10.71185/mscsj.2025.275594
พรพิมล ศิวินา. (2563). ภูมิทัศน์ภาษากับอัตลักษณ์ของเมืองไทยในยุคโลกาภิวัตน์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศุภกิต บัวขาว และหนึ่งฤทัย ปานแก้ว. (2562). เอกสารแบบเสนอโครงการสนับสนุนทุนวิจัย ประจำปีงบประมาณเงินรายได้ พ.ศ.2562 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สิริณทร พิกุลทอง. (2554). ภาษาบนป้ายพาณิชย์ของสถานประกอบการ ย่านถนนพระอาทิตย์. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Backhaus, P. (2007). Linguistic landscapes: A comparative study of urban multilingualism in Tokyo. Clevedon: Multilingual matters.
Ben-Rafael, E., Shohamy, E., Amara, M. H., & Trumper-Hecht, N. (2006). Linguistic landscape as symbolic construction of the public space: The case of Israel.
In D. Gorter (Ed.), Linguistic landscape: A new approach to multilingualism. Multilingual Matters Ltd. Ben-Rafael, E. (2009). A sociological approach to the study of linguistic landscapes.
In E. Shohamy & D. Gorter (Eds.), Linguistic landscape: Expanding the scenery. Routledge.
Cenoz, J. & Gorter, D. (2006). Linguistic Landscape and Minority Languages.
In Linguistic Landscape: A New Approach to Multilingualism. Multilingual matters.
Enterprise Singapore. (2023). Laos: Market overview and business opportunities in Champasak Province. Enterprise Singapore. https://www.enterprisesg.gov.sg
Enterprise Singapore. (2023). Laos market guide. Enterprise Singapore. https://www.enterprisesg.gov.sg/grow-your-business/go-global/market-guides/southeast-asia/laos/overview
Japan International Cooperation Agency. (2012, October). Data collection survey on
economic development of the southern region in Lao People’s Democratic Republic: Final report (Report No. JR-12-005). International Development Center of Japan, Inc.; Kaihatsu Management Consulting, Inc.; IC Net Ltd.; Oriental Consultants Co., Ltd. https://openjicareport.jica.go.jp/pdf/1000023021.pdf
Landry, R., & Bourhis, R. Y. (1997). Linguistic landscape and ethnolinguistic vitality: An empirical study. Journal of Language and Social Psychology, 16(1), 23–49. https://doi.org/10.1177/0261927X970161002
Reh, M. (2004). Multilingual writing: A reader-oriented typology—with examples from Lira Municipality (Uganda). International Journal of the Sociology of Language, 170, 1–41. https://doi.org/10.1515/ijsl.2004.2004.170.1
Siwina, P., & Prasithrathsint, A. (2020). Multilingual landscapes on Thailand’s borders. Journal of Mekong Societies, 16(1), 121–131.
Shohamy, E. (2006). Language policy: Hidden agendas and new approaches. Routledge.
Shohamy, E., & Gorter, D. (2009). Linguistic landscape: Expanding the scenery. Routledge.
ລັດຖະດຳລັດ ຂອງປະທານປະເທດ ສາທາລະນະລັດ ປະຊາທິປະໄຕ ປະຊາຊົນລາວ. (2559, 29 ມັງກອນ). ກ່ຽວກັບການປະກາດໃຊ້ກົດໝາຍວ່າດ້ວຍ ປ້າຍ. ລາຊະກິດຈານຸເບກສາ, 36/ຮບ(4), 5-6. https://laoofficialgazette.gov.la/index.php?r=site/display &id=895
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

