การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคัน ของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Main Article Content

นาทชนก เขม้นเขตกิจ
พงษ์ศักดิ์ รวมชมรัตน์
นิพนธ์ วรรณเวช

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ใช้แนวคิดการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสนทนากลุ่ม จำนวน 8 คน และผู้เชี่ยวชาญสำหรับการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน  โดยเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด คือ 1) ประเด็นคำถามสำหรับการจัดสนทนากลุ่ม และ 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับการประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยพบว่า



  1. การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า มีความเหมาะสม จำนวน 7 องค์ประกอบ จำนวน 52 ตัวแปร ประกอบด้วย องค์ประกอบที่ 1 ระบบฐานข้อมูลและการคัดกรองนักเรียนเชิงระบบ จำนวน 6 ตัวแปร องค์ประกอบที่ 2 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบบูรณาการและมีเครือข่ายสนับสนุน จำนวน 7 ตัวแปร องค์ประกอบที่ 3 การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมและการจัดการเรียนรู้ยืดหยุ่น จำนวน 7 ตัวแปร องค์ประกอบที่ 4 การพัฒนาการเรียนรู้เฉพาะบุคคลและการติดตามเชิงพฤติกรรม จำนวน 8 ตัวแปร องค์ประกอบที่ 5 ภาวะผู้นำเชิงนโยบายและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ จำนวน 8 ตัวแปร องค์ประกอบที่ 6 การพัฒนาโอกาสทางการเรียนรู้และทักษะชีวิตเชิงประสบการณ์จำนวน 6 ตัวแปร และองค์ประกอบที่ 7 ศักยภาพบุคลากรและการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามบริบท จำนวน 10 ตัวแปร

  2. การประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวมและทุกองค์ประกอบ มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความสอดคล้อง และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เขม้นเขตกิจ น., รวมชมรัตน์ พ., & วรรณเวช น. (2026). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคัน ของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสาร ปัญญาลิขิต, 5(4), 202–219. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/PYJ/article/view/3899
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กานต์ชนก ทองมา และพิกุล ภูมิโคกรักษ์. (2567). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 211-225.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2567). รู้จักการศึกษายืดหยุ่น. สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2568, จาก https://flexiblelearning.eef.or.th/about/

นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร. (2568). ภาวะความรู้ถดถอย (Learning Loss) ที่ต้องเร่งแก้ไขในมุมมองของ CEO Starfish Education. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม 2568,จาก www.starfishlabz.com

นุชธิดา ก้อนพิลา. (2567). รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในยุคปกติใหม่ของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 242–260.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก. (2564). งานวิจัยเรื่องการแก้ไขปัญหานักเรียนออกกลางคันอย่างยั่งยืน. ตาก: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก.

สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการดำเนินงานติดตามค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

อภิชัย เสนาโยธี. (2569). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันนักเรียน หลุดออกจากระบบการศึกษาของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. Interdisciplinary academic and research journal, 6(3), 1-20.

อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล และคณะ. (2565). การศึกษาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์โควิด-19: สภาพการณ์ บทเรียน และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Cohen, J. M. & Uphoff, N. T. (1980). Rural development participation: concept and measure for project design implementation and evaluation. New York: Cornell University Press.

Equitable Education Fund. (2025). Flexible Learning. Retrieved 2025, January 5, from https://flexiblelearning.eef.or.th/about/

Lezotte. (2001). Revolutionary and evolutionary: The effective schools movement. Miami: Okemos.

Likert, R. (1967). The human organization: Its marketing and value. New York: McGraw-Hill.

Office of the National Economic and Social Development Council. (2023). The 13th national economic and social development plan (2023–2027). Retrieved 2025, January 14, from https://www.nesdc.go.th/wp-content/themes/ plant3child/assets/pdf/13/article_file_20230615134223.pdf

Owens, R. G. (2004). Organizational behavior in education. Boston: Peasson/Allen.

Pal, R. (2025). flexible learning. Retrieved 2025, January 7, from https://www.21kschool.com/gh/blog/flexible-learning/

The Secondary Educational Service Area Office Tak. (2021). Sustainable solutions for students dropping out of the Thai education system Case study of The Secondary Educational Service Area Office Tak. Tak: The Secondary Educational Service Area Office Tak.

Yukl, G. A. (1981). Leadership in organization. New York: Prentice-Hill.