การเสริมสร้างพลังอำนาจครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ส่งผลต่อผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1

Main Article Content

ธนกฤต แก้วนาไชย

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ(1) ศึกษาระดับการเสริมสร้างพลังอำนาจครูและบุคลากรทางการศึกษา  (2) ศึกษาระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (3) การเสริมสร้างพลังอำนาจครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ส่งผลต่อผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 จากการกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างตามหลักการคำนวณของยามาเน่ (Yamane.1973) ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเท่ากับ 400 คน จากโรงเรียน 102 โรงเรียน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ และสุ่มอย่างง่าย โดยการจับฉลาก  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และวิเคราะห์สถิติการถดถอยแบบ Stepwise


ผลการวิจัยพบว่า  1 การเสริมสร้างพลังอำนาจครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ระดับดีมาก3. ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ด้วยวิธี Stepwise พบว่า ตัวแปรพยากรณ์ที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จำนวน 2 ตัวแปร ได้แก่ การรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self-Efficacy: X5) และภาวะผู้นำในการเรียนการสอน (Instructional Leadership: X2) โดยตัวแปรทั้งสองสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT)
ได้ร้อยละ 25.5


องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย คือ TEIL-RT Model ซึ่งอธิบายว่าการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียนเกิดจากการบูรณาการระหว่างการเสริมสร้างพลังอำนาจครู การรับรู้ความสามารถของตนเองของครู และภาวะผู้นำในการเรียนการสอนของผู้บริหาร โดยสามารถใช้เป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แก้วนาไชย ธ. (2026). การเสริมสร้างพลังอำนาจครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ส่งผลต่อผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. วารสาร ปัญญาลิขิต, 5(3), 130–147. สืบค้น จาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/PYJ/article/view/3720
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤษฎา สระกระโทก และ บรรจบ บุญจันทร์. (2568). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสอนของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 2(1), 15–28.

กาญจนา วงศ์ษา. (2566). ผลของกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่มีต่อความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้, 3(2), 45–58.

จุฑามาศ ศรีสุวรรณ. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 12(2), 45–58.

ณัฐวุฒิ พรมมา และคณะ. (2568). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 5(1), 67–82.

เบญจามินญ์ จินตรารักษ์ และ ธิดาวัลย์ อุ่นกอง. (2568). การศึกษาสภาพและแนวทางการเสริมพลังอำนาจครู กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 48(1), 16–32.

พิมพ์วิมล อภิภัทรสิริกร และ วิณัฐธพัชร์ โพธิ์เพชร. (2568). การเสริมพลังอำนาจครูของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 10(1), 393–406.

วลัยเพ็ญ หรรษาวัฒนา และอัมเรศ เนตาสิทธิ์. (2568). แนวทางการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาในการสร้างนวัตกรรมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 10(1), 601–616.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านการอ่านออกเขียนได้และการอ่านรู้เรื่อง. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สุทธาทิพย์ เขียวชะอุ่ม, ชัยฤทธิ์ แสงสว่าง และประทุมทอง ไตรรัตน์. (2567). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 1(2), 45–58.

สุภาพร ศรีสุข. (2567). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาไทยโดยใช้สื่อและกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย, 12(1), 23–39.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York, NY: W. H. Freeman and Company.

Chall, J. S. (1983). Stages of reading development. New York, NY: McGraw-Hill.

Hallinger, P. (2011). Leadership for learning: Lessons from 40 years of empirical research. Journal of Educational Administration, 49(2), 125–142.

Hallinger, P. & Murphy, J. (1985). Assessing the instructional management behavior of principals. The Elementary School Journal, 86(2), 217–247.

Lestari, D., Widodo, A. & Sari, R. (2024). Factors influencing elementary students’ reading achievement: Teaching quality and learning environment. International Journal of Educational Research, 120, 102–113.

Rajapakse, C., Ariyarathna, W. & Selvakan, S. (2024). A self-efficacy theory-based study on the teachers' readiness to teach artificial intelligence in public schools in Sri Lanka. ACM Transactions on Computing Education, 24(4), 1–25.

Short, P. M. & Rinehart, J. S. (1992). School participant empowerment scale: Assessment of level of empowerment within the school environment. Educational and Psychological Measurement, 52(4), 951–960.

Spreitzer, G. M. (1995). Psychological empowerment in the workplace: Dimensions, measurement, and validation. Academy of Management Journal, 38(5), 1442–1465.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.

Zhao, Z., Ren, P. & Yang, Q. (2023). Student self-management, academic achievement: Exploring the mediating role of self-efficacy and the moderating influence of gender insights from a survey conducted in 3 universities in America. Journal of Integrated Social Sciences and Humanities, 1(1), 1–12.