รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพและแนวทางการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 และ 3) เพื่อประเมินรูปแบบการดำเนินงานนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ซึ่งแบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 การศึกษาการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การศึกษาสภาพการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง โดยการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการสถานศึกษา และครูที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง จำนวน 4 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม การศึกษาแนวทางการนิเทศภายในโดยการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ จำนวน 3 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง (purposive selection) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลนำมาสรุปเป็นความเรียงเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบการนิเทศภายใน ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการร่างรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง ประกอบด้วยผู้บริหาร บุคลากร ผู้วิจัย และอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ จำนวน 8 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง หาความเหมาะสมความเป็นไปได้ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบประเมินรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 มีลักษณะแบบสอบถามแบบมาตราส่วนค่า 5 ระดับ ตามแบบของ Likert ดำเนินการวิเคราะห์เพื่อหาค่าสถิติ ค่าเฉลี่ย (x ̅) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 ประสบปัญหาสำคัญในการจัดการนิเทศภายในเนื่องจากบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ภาระงานตกอยู่กับครูเพียงบางกลุ่ม ส่งผลให้กระบวนการนิเทศ การรายงานผลขาดความต่อเนื่องและไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ 2. รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) วัตถุประสงค์ 2) หลักการ3) วิธีการดำเนินงาน ซึ่งประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา
และความต้องการ 2) การวางแผนและการกำหนดทางเลือก 3) การสร้างสื่อและเครื่องมือ 4) การปฏิบัติการนิเทศการศึกษา (โดยใช้กระบวนการวงจร PDCA ชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ และเครือข่ายความร่วมมือ) 4) การประเมินผล และ 5) เงื่อนไขความสำเร็จ 3. ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนบ้านโป่งกะสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅= 4.95 S.D. = 0.04) และความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด (x ̅= 4.83 S.D. = 0.09)
องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ช่วยเปลี่ยนการนิเทศจากการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญรายบุคคล ไปสู่การนิเทศที่เน้นการมีส่วนร่วมของครูและเครือข่ายความร่วมมือทุกคน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านบุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้สถานศึกษาสามารถจัดการนิเทศได้อย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และเป็นระบบผ่านวงจร PDCA และเครือข่ายความร่วมมือ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ศรีสุข. (2564). รูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนขนาดเล็ก (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
กนกกาญจธ์ ศรีเนตร. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากับการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2544). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: เทพเนรมิต.
ทิศนา แขมมณี. (2550). รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนัชชา ยมนา, หยกแก้ว กมลวรเดช และสุรเชษฐ์ บุญยรักษ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 18(2), 45–58.
ธีรสิทธิ์ สร้อยสวัสดิ์. (2568). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการและวิจัย สวพ. สกร., 9(1), 210-225.
บุญชม ศรีสะอาด. (2547). รายงานการวิจัยเรื่องรูปแบบการควบคุมวิทยานิพนธ์. มหาสารคาม: อภิชาต.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก, หน้า 1–23.
ยุทธศักดิ์ หาดเคลือบ, พิมผกา ธรรมสิทธิ์, และสุกัญญา รุจิเมธาภาส. (2564). รูปแบบการนิเทศภายในของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1.วารสารการพัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 6(4), 104–118.
โรงเรียนบ้านโป่งกะสัง. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self-Assessment Report: SAR) ปีการศึกษา 2567. นครราชสีมา: โรงเรียนบ้านโป่งกะสัง.
วัชรา เล่าเรียนดี. (2554). นิเทศการสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 9). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศศิพิมพ์ ชุมทอง. (2567). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. Journal of Education and Innovation, 26(4), 326–340.
สมศรี สุ่มมาตย์. (2557). รูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สรรเพชญ ศิริเกตุ และสุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2563). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกาฬสินธุ์.วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(2), 526-535.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(2562). คู่มือการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
อติศักดิ์ สุดเสน่หา, กัญภร เอี่ยมพญา และพรทิพย์ อ้นเกษม. (2567). การศึกษารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว
เขต 1. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 6(4), 79–94.
Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Cambridge, MA: MIT Press.
Glickman, C. D., Gordon, S. P. & Ross-Gordon, J. M. (2018). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach (10th ed.). New York: Pearson.