ทำไมรัฐสภาจึงไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง : กรณีศึกษา คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและประวัติศาสตร์การเมืองไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งเน้นวิเคราะห์หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยผ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ที่ปรากฏข้อความว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญถาวรที่บังคับใช้อยู่ โดยอาศัยแนวคิดทฤษฎีว่าด้วยอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญไทย และประสบการณ์การจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งวางหลักว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการออกเสียงประชามติอย่างน้อยสองระยะ เพื่อให้ประชาชนแสดงเจตจำนงว่าประสงค์ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้น อย่างไรก็ดี การตีความถึงจำนวนครั้งของการทำประชามติในแต่ละระยะยังเป็นข้อถกเถียงสำคัญทางรัฐธรรมนูญและการเมืองซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2568 เพื่อคลี่คลายความไม่แน่นอนดังกล่าวและแสดงให้เห็นว่าที่มาของกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้เชี่ยวชาญ หรือองค์กรที่มิได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มิได้เป็นตัวชี้ขาดเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญเสมอไป ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญอาจก่อปัญหาความสัมพันธ์เชิงอำนาจกับรัฐสภา หากการออกแบบที่มาหรือกระบวนการไม่มีความชัดเจนและความชอบธรรมเพียงพอ ข้อค้นพบสำคัญของบทความเสนอว่า แก่นของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีคุณภาพและยอมรับได้ในทางประชาธิปไตย มิได้อยู่ที่รูปแบบหรือที่มาของผู้ร่างเท่านั้น แต่อยู่ที่การออกแบบกระบวนการที่ชอบธรรม สามารถลดความขัดแย้งทางการเมือง และเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้มีส่วนร่วมผ่านการออกเสียงประชามติในขั้นตอนที่เหมาะสม อันเป็นหลักประกันสำคัญสู่การได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเสถียรภาพและมีคุณภาพในทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##