วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp <p><strong>วารสารพิพัฒนสังคม (Journal of Social Development Research and Practice)</strong></p> <p><strong>ISSN: 3027-8430 (Online)</strong></p> <p>วารสารพิพัฒนสังคม สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p> <p><strong>ขอบเขตเนื้อหา<br /></strong>วารสารพิพัฒนสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และผลงานสร้างสรรค์ด้านพัฒนศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้องกับสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ในเชิงเศรษฐกิจ บริหารธุรกิจ การเมือง สารสนเทศศาสตร์ สุขภาวะทางกาย จิต และสังคม และสาขาที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจโดยทั่วไปและเพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและสังคม</p> <p><strong>กำหนดการจัดพิมพ์เผยแพร่ <br /></strong>ปีละ 3 ฉบับ (จำนวน 5-7 บทความ/ฉบับ)<br />ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน) <br />ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม)<br />ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม)</p> <p><strong>ประเภทของบทความที่เปิดรับ<br />1. บทความวิจัย (Research article)</strong> เป็นผลงานทางวิชาการที่มุ่งเน้นการแก้ไข ปรับปรุง หรือพัฒนางานประจำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสามารถนำผลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อาจเป็นงานวิจัยสถาบัน งานวิจัยเชิงประเมินองค์กร หรือผลงานจากการศึกษา ค้นคว้า และสำรวจอย่างเป็นระบบ รวมถึงบทความที่นำเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเชิงวิชาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ <strong>องค์ประกอบของบทความวิจัย ประกอบด้วย:</strong> บทนำ วัตถุประสงค์การวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย ผลการวิจัย อภิปรายผล สรุปผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ จริยธรรมการวิจัย (IRB) (ถ้ามี) กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) และบรรณานุกรม<br /><strong>2. บทความปริทัศน์ (Review article)</strong> เป็นงานเขียนเชิงวิเคราะห์หรือสังเคราะห์องค์ความรู้อย่างลุ่มลึก โดยนำเสนอภาพรวมของประเด็น แนวโน้มปัจจุบัน และทิศทางในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานหรือองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อหามุ่งสร้างความเข้าใจเชิงระบบจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย พร้อมทั้งเสนอข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง <strong>องค์ประกอบของบทความปริทัศน์ ประกอบด้วย:</strong> บทนำ เนื้อหา บทสรุป ข้อเสนอแนะ กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) และบรรณานุกรม<br /><strong>3. บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)</strong> เป็นงานเขียนที่มุ่งอธิบาย วิเคราะห์ และประเมินคุณค่าของหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ มิใช่เพียงการสรุปเนื้อหาเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการแสดงความคิดเห็น การวิจารณ์เชิงวิพากษ์ การตีความ และการประเมินคุณภาพของเนื้อหา แนวคิด และความสำคัญทางวิชาการของหนังสือ</p> <p><strong>การพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ<br /></strong>บทความทุกเรื่องจะได้รับการตรวจอ่านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แบบ Double Blind Peer Review จำนวน 3 ท่านต่อบทความ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบัน และไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้เขียน เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 </p> <p><strong>การส่งต้นฉบับ</strong><br />ส่งไฟล์ต้นฉบับบทความ (Submission) ทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์วารสารบนระบบ ThaiJO ของ TCI <br /><a href="https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp">https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp</a></p> <p><strong>การส่งต้นฉบับ (Submissions)<br /></strong>ส่งไฟล์ต้นฉบับบทความ (Submission) ทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์วารสารบนระบบ ThaiJO ของ TCI <a href="https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/about/submissions">https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/about/submissions</a><strong><br /></strong></p> <p>บทความที่จะได้รับการพิจารณาตีพิมพ์จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (Peer review) โดยมีขั้นตอนดังนี้<br />1) ผู้เขียนต้องเตรียมต้นฉบับให้มีรูปแบบเทมแพลต (Template) ตามที่วารสารระบุกำหนดไว้ โดยสามารถ Download ได้จาก link &gt;&gt; <strong><a href="https://drive.google.com/drive/folders/1YCyxQCL_Nq5kCQrUGY_4zI9yPbwp3zTZ?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener">เทมเพลต (Template)</a></strong></p> <p>โดยเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม รูปแบบ <strong>APA 6th Edition</strong> ดูได้จาก link &gt;&gt; <a href="https://drive.google.com/file/d/1i7Af_0aNq6wDlAHpX5Mx0p9zxUDxeQPD/view?usp=sharing" target="_blank" rel="noopener"><strong>รูปแบบการอ้างอิง</strong></a><br /><strong>1.1) หนังสือทั่วไป<br /></strong>ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./<strong>ชื่อเรื่อง</strong>./ครั้งที่พิมพ์ (สําหรับครั้งที่ 2 ขึ้นไป)./สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์. <br />ปารมี ขันธ์แก้ว. (2564). <strong>ชุมชนท้องถิ่น รู้รับ ปรับตัว สู้ภัยโควิด-19</strong>. กรุงเทพ: กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพสํานัก 3.<br /><strong>1.2) บทความวารสาร<br /></strong>ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./<strong>ชื่อวารสาร</strong>, <strong>ปีที่</strong>(ฉบับที่), เลขหน้า.<br />นวพล แก้วสุวรรณ. (2565). พฤติกรรมสารสนเทศด้านสุขภาพในการดูแลสุขภาวะเพื่อการป้องกันโรคเบาหวานของผู้สูงอายุในจังหวัดปัตตานี. <strong>วารสารสารสนเทศศาสตร์</strong>, <strong>40</strong>(2), 42-66.<br /><strong>1.3) เอกสารงานประชุมวิชาการ</strong><br />ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./ใน/<strong>ชื่องานประชุมวิชาการ</strong>./(น./เลขหน้า)./สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์.<br />คมกริช รุมดอน, นวพล แก้วสุวรรณ และฐะปะนีย์ เทพญา. (2565). การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านการบริการทรัพยากรสารสนเทศเพื่อพยากรณ์การจัดบริการของหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ใน ง<strong>านประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์วิจัย ครั้งที่ 13</strong>. (น. 857-868). พัทลุง: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ.<br /><strong>1.4) วิทยานิพนธ์หรือดุษฎีนิพนธ์</strong><br />ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./<strong>ชื่อเรื่อง</strong>/(สาขาวิชา)./สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์.<br />นวพล แก้วสุวรรณ. (2562). <strong>การพัฒนาระบบการให้คําแนะนําการวิจัยเพื่อการพัฒนาภาคใต้</strong> (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสารสนเทศศึกษา). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.<br /><strong>1.5) รายงานการวิจัย</strong><br />ผู้แต่ง./(ปีพิมพ์)./<strong>ชื่อเรื่อง</strong>/(รายงานการวิจัย)./สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์.<br />คมกริช รุมดอน และนวพล แก้วสุวรรณ. (2565). <strong>การศึกษาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเรียนการสอนบนเครือข่ายออนไลน์ ในยุควิถีการศึกษาใหม่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันอุดมศึกษาในภาคใต้ประเทศไทย</strong> (รายงานการวิจัย). ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี.<br /><strong>1.6) รายงานประจําปี/คู่มือ/สิ่งพิมพ์จากหน่วยงาน<br /></strong>ผู้แต่ง./(ปีพิมพ์)./<strong>ชื่อเรื่อง</strong>./สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์.<strong><br /></strong>ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2535). <strong>50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย: 2485-2535.</strong> กรุงเทพฯ: ธนาคารแห่งประเทศไทย.<strong><br />1.7) การสัมภาษณ์</strong><br />ผู้ให้สัมภาษณ์./(ปี,/วันที่/เดือน)./<strong>ประเด็นสัมภาษณ์</strong>.<br />เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตําบลมูโนะ. (2566, 5 มกราคม). <strong>การปฏิบัติซ้อมแผนอพยพ</strong>.<br /><strong>1.8) เว็บไซต์</strong><br />ผู้แต่ง./(ปีพิมพ์)./<strong>ชื่อเรื่อง</strong>./สืบค้นเมื่อ (Retrieved)/วันที่,/จาก (from)/URL.<br />Eva, L.O. (2020). <strong>Poverty Brief: Understanding Poverty. Swiss Agency for Development and cooperation (SDC)</strong>. Retrieved 25 September 2023, from https://www.shareweb.ch/site/poverty-Wellbeing.</p> <p>2) ผู้เขียนต้องลงทะเบียนเพื่อใช้งานระบบ ThaiJO และส่งบทความทางระบบออนไลน์ที่ <strong>วารสารพิพัฒนสังคม (Journal of Social Development Research and Practice)</strong> เท่านั้น พร้อมส่งข้อมูลผู้ประสานงานหลักบทความ<br />3) เมื่อกองบรรณาธิการได้รับบทความแล้วจะดำเนินการตรวจสอบบทความเบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วย การตรวจสอบความสอดคล้องของบทความกับวัตถุประสงค์และขอบเขตวารสาร การตรวจสอบการตีพิมพ์ซ้ำซ้อนและการคัดลอกบทความด้วยโปรแกรมตามที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กำหนด และการตรวจสอบความถูกต้องของต้นฉบับบทความตามรูปแบบที่วารสารกำหนดไว้ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพและประโยชน์ทางวิชาการด้วย<br />4) หากผ่านการตรวจสอบบทความเบื้องต้น กองบรรณาธิการจะดำเนินการส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองคุณภาพบทความต่อไป<br />5) เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองคุณภาพบทความเรียบร้อยแล้ว กองบรรณาธิการจะพิจารณาผลการกลั่นกรองโดยอิงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิในบทความนั้น ๆ ว่า เห็นควรรับการตีพิมพ์ หรือแก้ไขก่อนการตีพิมพ์ หรือปฏิเสธการตีพิมพ์ โดยผลการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิและการตัดสินใจของกองบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด</p> <p><strong>เงื่อนไขการพิจารณาตีพิมพ์บทความ</strong><br />1) กำหนดแจ้งผลการพิจารณาบทความภายใน 30-45 วัน<br />2) ผลการพิจารณาตีพิมพ์บทความ ประกอบด้วย 3 เงื่อนไข ได้แก่ ตอบรับตีพิมพ์ (Accept) ตอบรับตีพิมพ์แบบมีเงื่อนไข (Minor/Major accept) และปฏิเสธการตีพิมพ์ (Reject)<br />3) บทความที่ได้รับการตอบรับตีพิมพ์ (Accept) หรือตอบรับตีพิมพ์แบบมีเงื่อนไข (Minor/Major accept) ผู้เขียนจะได้หนังสือตอบรับภายใน 30 วัน หลังจากวารสารตรวจสอบการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการแก้ไขของผู้เขียน</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมตีพิมพ์</strong><br />วารสารพิพัฒนสังคมไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</p> <p><strong>ข้อมูลเพิ่มเติม</strong><br />กรุณาติดต่อ ที่อีเมล jsdrp.psu@gmail.com</p> <p><strong>สำนักพิมพ์/ผู้ผลิต</strong><br />วารสารพิพัฒนสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เลขที่ 181 ถนนเจริญประดิษฐ์ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 94000 มือถือ 099-4758884, 081-3537639 e-mail: jsdrp.psu@gmail.com</p> คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เลขที่ 181 ถนนเจริญประดิษฐ์ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 94000 th-TH วารสารพิพัฒนสังคม 3027-8430 <p>This work is licensed under a <a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/">Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License</a>.</p> บทบรรณาธิการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/4044 วารสารพิพัฒนสังคม Journal of Social Development Research and Practice ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 สารบัญ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/4045 วารสารพิพัฒนสังคม Journal of Social Development Research and Practice ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 การเต้นรำในฐานะอาชีพในยุคดิจิทัล https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/2400 <p>บทความนี้มีลักษณะเป็นบทความวิชาการเชิงทบทวนและสังเคราะห์แนวคิด (Narrative review and conceptual synthesis) โดยมีข้อเสนอเชิงแนวคิดหลักคือกรอบสมรรถนะบูรณาการ 4 มิติ เพื่ออธิบายและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพการเต้นอย่างยั่งยืนในบริบทเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม โดยวิเคราะห์พลวัตของ “การเต้นรำในฐานะอาชีพในยุคดิจิทัล” มุ่งอธิบายความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศศิลปะการแสดงภายใต้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งทำให้ศิลปิน นักเต้น และผู้สอนเต้นสามารถสร้างผลงาน เผยแพร่ และสร้างรายได้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การศึกษาเชิงทบทวนวรรณกรรมและการสังเคราะห์เชิงแนวคิดนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ (1) ประเภทของอาชีพด้านการเต้นในยุคดิจิทัล (2) โอกาสในการสร้างรายได้และรูปแบบธุรกิจใหม่ (3) ความท้าทายที่สำคัญทั้งเชิงรายได้ สุขภาวะ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา และ (4) แนวทางพัฒนาทักษะบูรณาการเพื่อความยั่งยืนของอาชีพ บทความชี้ว่าแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, YouTube และ Instagram ได้ลดต้นทุนการผลิตและเผยแพร่ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงผู้ชม แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องเผชิญความผันผวนจากอัลกอริทึม ภาระงานดิจิทัล และความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ ข้อเสนอหลักของบทความคือการยกระดับสมรรถนะ 4 มิติ ได้แก่ ศิลปะและการเต้น การสอนและการจัดการเรียนรู้ ดิจิทัลและสื่อใหม่ รวมถึงธุรกิจและการตลาดส่วนบุคคล ควบคู่กับการสนับสนุนเชิงนโยบาย โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และกลไกคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ เพื่อให้การเต้นรำสามารถพัฒนาเป็นอาชีพที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างมูลค่าเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในระยะยาว</p> ศรศักดิ์ รุ่งเรือง ฤทัยชนนี สิทธิชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 68 75 การศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจมารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อมและทีมสหวิชาชีพ โรงพยาบาลราชวิถี https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/3270 <p><strong>วัตถุประสงค์</strong><strong>:</strong> เพื่อศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจมารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม โรงพยาบาลราชวิถี และเพื่อศึกษาบทบาททีมสหวิชาชีพในกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจมารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม โรงพยาบาลราชวิถี</p> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong><strong>:</strong> เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วยบุคคล 2 กลุ่ม คือ 1) มารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม จำนวน 5 ราย 2) ทีมสหวิชาชีพ จำนวน 5 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 10 ราย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และการวิเคราะห์ข้อมูลบรรยายเชิงพรรณนา</p> <p><strong>ข้อค้นพบ</strong><strong>: </strong>แม้มารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อมจะเผชิญปัญหาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่สาเหตุและกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจมีความแตกต่างกันตามปัจจัยเฉพาะบุคคลและบริบททางสังคม เช่น รูปแบบการเลี้ยงดู ระดับการศึกษา ระบบความคิด ความเชื่อ และความสัมพันธ์ในครอบครัว อย่างไรก็ตาม สามารถสังเคราะห์องค์ประกอบร่วมของกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจ ได้แก่ การค้นพบสถานการณ์จริง การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง และการคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ผลการศึกษายังสะท้อนให้เห็นว่า ทีมสหวิชาชีพแม้จะมีบทบาทแตกต่างกันตามขอบเขตวิชาชีพ แต่มีการประสานงานแบบไร้รอยต่อ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแบบองค์รวม การร่วมแรงร่วมใจในการเสริมสร้างพลังอำนาจ และการให้ความร่วมมือในการทำงานอย่างหลากหลายต่อเนื่อง</p> <p><strong>การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้</strong><strong>:</strong> พัฒนาบทบาทของทีมสหวิชาชีพในกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจให้แก่มารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมารดาวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อมและบุตรอย่างยั่งยืน</p> ปณัฏฎา แดงปุ่น พัชชา เจิงกลิ่นจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 1 35 ผลการส่งต่อความช่วยเหลือครัวเรือนยากจนตามมิติทุนการดำรงชีพ: กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/3639 <p><strong>วัตถุประสงค์</strong><strong>:</strong> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์การกระจายปัญหาของครัวเรือนยากจนตามมิติทุนการดำรงชีพ 5 ด้าน ในจังหวัดนครราชสีมา ปี พ.ศ. 2567 และ (2) เพื่อประเมินผลการส่งต่อความช่วยเหลือครัวเรือนยากจนผ่านกลไกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยมุ่งเชื่อมโยงการจำแนกปัญหาเชิงมิติเข้ากับผลลัพธ์การช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริง เพื่อสะท้อนช่องว่างและแนวทางยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ระดับจังหวัด</p> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong><strong>:</strong> การศึกษาใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา วิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ที่สนับสนุนโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ปีงบประมาณ 2567 ประกอบด้วยฐานข้อมูล TPMAP ปี พ.ศ. 2566 ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS) และแบบสำรวจครัวเรือนเชิงลึก ครอบคลุมครัวเรือนที่สอบทาน 22,000 ครัวเรือน ใน 32 อำเภอ 535 ตำบล วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย จำแนกตามมิติทุนการดำรงชีพ</p> <p><strong>ข้อค้นพบ</strong><strong>: </strong>พบครัวเรือนยากจนตามเกณฑ์ TPMAP จำนวน 3,873 ครัวเรือน (ร้อยละ 17.60) โดยมิติด้านรายได้บกพร่องสูงสุด (ร้อยละ 56.00) ระบบ DSS ส่งต่อความช่วยเหลือผ่านภาคีเครือข่าย 89 หน่วยงาน รวม 20,000 ครัวเรือน การประเมินศักยภาพทุนการดำรงชีพ 5 ด้าน ของครัวเรือน 2,797 ครัวเรือน พบทุนทางสังคมมีศักยภาพต่ำที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 1.63) รองลงมาคือทุนการเงิน (ค่าเฉลี่ย = 1.86) ขณะที่ทุนมนุษย์มีศักยภาพสูงสุด (ค่าเฉลี่ย = 2.57)</p> <p><strong>การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้</strong><strong>:</strong> ผลการศึกษาเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานด้านการพัฒนาสังคมและการกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนระดับจังหวัด โดยเสนอรูปแบบการบูรณาการระบบสนับสนุนการตัดสินใจเข้ากับกลไกภาคีเครือข่ายที่มีโครงสร้างชัดเจน ซึ่งสามารถขยายผลไปยังจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ ทั้งนี้ควรประเมินความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและกำลังคนก่อนนำไปปรับใช้ เหมาะสำหรับสาขาการพัฒนาสังคม นโยบายสาธารณะ และระบบสารสนเทศเพื่อการพัฒนา</p> ฉัฐระพี โพธิ์ปิติกุล กนกพร ฉิมพลี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 36 50 การเปรียบเทียบความพึงพอใจในการใช้ AI Chatbot เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้รายวิชาการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระหว่าง ChatGPT, Gemini และ Claude https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/3793 <p><strong>วัตถุประสงค์</strong>: การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ ได้แก่ ChatGPT, Gemini และ Claude ในรายวิชาการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้เรียนเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจของเครื่องมือแต่ละประเภทในด้านการเรียนรู้ การเขียนโปรแกรม การแก้ไขข้อผิดพลาดของโปรแกรม และการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียน</p> <p><strong>วิธีการศึกษา: </strong>กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จำนวน 202 คน คัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ChatGPT, Gemini และ Claude รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated Measures ANOVA) และการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธี Bonferroni</p> <p><strong>ข้อค้นพบ: </strong>ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้ ChatGPT, Gemini และ Claude ในระดับมาก โดย ChatGPT มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงที่สุด รองลงมาคือ Gemini และ Claude ผู้เรียนเห็นว่า AI Chatbot ช่วยอธิบายแนวคิดการเขียนโปรแกรม สนับสนุนการแก้ไขข้อผิดพลาด เสนอแนวทางการพัฒนาโค้ด และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือแต่ละประเภทมีจุดเด่นแตกต่างกันในด้านความลึกของคำอธิบาย ความรวดเร็ว และความสามารถในการสร้างโค้ด</p> <p><strong>การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้: </strong>ผลการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ และการศึกษา เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านการเขียนโปรแกรม การเรียนรู้แบบดิจิทัล และการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางสำหรับอาจารย์ ผู้พัฒนาหลักสูตร และสถาบันการศึกษาในการบูรณาการเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เข้ากับการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p> พิศิษฐ์ บวรเลิศสุธี พิชิตชัย คำอินทร์ ชาญ จารุวงศ์รังสี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 51 67 การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่น https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/3350 <p>หนังสือ <strong>“</strong><strong>การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่น</strong><strong>”</strong> เป็นผลงานทางวิชาการที่มุ่งอธิบายแนวคิดการพัฒนาชุมชนโดยยึดหลักการพึ่งพาตนเองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้บริบทของการกระจายอำนาจในประเทศไทยผู้เขียนได้เสนอแนวทางการพัฒนาชุมชนที่เน้นให้ประชาชนมีบทบาทเป็น “ผู้กำหนดทิศทาง” มากกว่าการเป็นเพียง “ผู้รับนโยบาย” ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคิดการบริหารจัดการจากบนลงล่าง (Top-down) ไปสู่ล่างขึ้นบน (Bottom-up)</p> <p>รายละเอียดที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานของเป็นผลงานของ ศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2560 โดยสำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจำนวน 730 หน้า โดยในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 6 บทหลัก</p> อัศวลักษ์ ราชพลสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพิพัฒนสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-08 2026-08-08 3 2 76 79