https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/issue/feed วารสารพิพัฒนสังคม 2025-08-18T20:50:16+07:00 วารสารพิพัฒนสังคม (Journal of Social Development Research and Practice) jsdrp.psu@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสารพิพัฒนสังคม (Journal of Social Development Research and Practice)</strong></p> <p><strong>ISSN: 3027-8430 (Online)</strong></p> <p>วารสารพิพัฒนสังคม สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p> <p><strong>ขอบเขตเนื้อหา<br /></strong>วารสารพิพัฒนสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และผลงานสร้างสรรค์ด้านพัฒนศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้องกับสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ในเชิงเศรษฐกิจ บริหารธุรกิจ การเมือง สารสนเทศศาสตร์ สุขภาวะทางกาย จิต และสังคม และสาขาที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจโดยทั่วไปและเพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นและสังคม</p> <p><strong>กำหนดการจัดพิมพ์เผยแพร่ <br /></strong>ปีละ 3 ฉบับ (จำนวน 5-7 บทความ/ฉบับ)<br />ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน) <br />ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม)<br />ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม)</p> <p><strong>ประเภทของบทความที่เปิดรับ<br /></strong>บทความวิจัย (Research article)<br />บทความปริทัศน์ (Review article)<br />บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)<strong><br /></strong></p> <p><strong>การพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ<br /></strong>บทความทุกเรื่องจะได้รับการตรวจอ่านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แบบ Double Blind Peer Review จำนวน 3 ท่าน ต่อ บทความ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 </p> <p><strong>การส่งต้นฉบับ</strong><br />ส่งไฟล์ต้นฉบับบทความ (Submission) ทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์วารสารบนระบบ ThaiJO ของ TCI <br /><a href="https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp">https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp</a></p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมตีพิมพ์</strong><br />วารสารพิพัฒนสังคมไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</p> <p><strong>ข้อมูลเพิ่มเติม</strong><br />กรุณาติดต่อ ที่อีเมล jsdrp.psu@gmail.com</p> https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/2159 สารบัญ 2025-08-16T23:36:36+07:00 วารสารพิพัฒนสังคม Journal of Social Development Research and Practice jsdrp.psu@gmail.com 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/1206 องค์ความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ กรณีศึกษา เทศบาลเมือง คอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 2024-11-05T13:02:21+07:00 ขวัญใจ สุขสวัสดิ์ suksawatkwanjai@gmail.com ศุภการ สิริไพศาล s_siripaisan@hotmail.com <p><strong>วัตถุประสงค์</strong><strong>:</strong> เพื่อศึกษาองค์ความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน และการใช้องค์ความรู้และ ภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุของชุมชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา</p> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong><strong>:</strong> เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ หมอพื้นบ้าน จำนวน 25 ราย และผู้สูงอายุ จำนวน 20 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 45 ราย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์ข้อมูลบรรยายเชิงพรรณนา</p> <p><strong>ข้อค้นพบ</strong><strong>: </strong>1) องค์ความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านของหมอพื้นบ้านในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองคอหงส์อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า จำแนกได้ 2 ประเภท คือ (1) องค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์เป็นการดูแลรักษาโรคทางด้านร่างกาย ประกอบด้วย หมอเป่า หมอยาสมุนไพร และหมอนวด แต่ละลักษณะของหมอพื้นบ้านนั้นมีวิธีการในการดูแลรักษาที่แตกต่างกันออกไป และ (2) องค์ความรู้ที่เกิดจากความเชื่อและศาสนา ได้แก่ หมอพระ หมอทรงและ หมอผี และ2) การใช้องค์ความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านของหมอพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุของชุมชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สามารถจำแนกการดูแลได้เป็น 2 ลักษณะ คือ (1) การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้านร่างกาย ด้วยภูมิปัญญาด้านอาหาร และภูมิปัญญาด้านการออกกำลังกาย และ (2) การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้านจิตใจ ผ่านการใช้หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวัน</p> <p><strong>การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้</strong><strong>:</strong> พัฒนาแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน เพื่อรักษาและต่อยอดการจัดการเรียนรู้การจัดการระบบสุขภาพของชุมชน โดยเฉพาะการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการจัดการระบบสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีรูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่</p> 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/1318 ผลของปัจจัยทางการตลาดต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2567 2024-12-24T13:04:32+07:00 สุวรรณี ห้วยหงษ์ทอง suwaho@kku.ac.th ศศิวิมล ก้อนแพง sasiwimol.ko@kkumail.com <p><strong>วัตถุประสงค์: </strong>เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2567 โดยพิจารณาด้านพฤติกรรมการบริโภคสื่อประชาสัมพันธ์ พฤติกรรมสารสนเทศ และปัจจัยด้านการตลาด เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงาน</p> <p><strong>วิธีการศึกษา: </strong>การศึกษานี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 202 คน ซึ่งประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมงานมหกรรม ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดด้านพฤติกรรมสารสนเทศและการตลาด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อสรุปผล</p> <p><strong>ข้อค้นพบ: </strong>ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเนื้อหาและรูปแบบของงาน (Product) โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี และเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย และสร้างความน่าสนใจผ่านสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบวิดีโอสั้น นอกจากนี้ ปัจจัยด้านราคามีผลสำคัญ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เต็มใจจ่ายค่าใช้จ่ายในระดับต่ำถึงปานกลาง ปัจจัยด้านสถานที่ที่สะดวกต่อการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในงานก็เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจ รวมถึงการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียและการจัดโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มความสนใจในการเข้าร่วมงาน</p> <p><strong>การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้: </strong>ผลการศึกษาสามารถนำไปใช้พัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรม การประชาสัมพันธ์ และการออกแบบงานในอนาคตเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านการจัดงานมหกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าร่วม</p> 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/1174 การจัดการสารสนเทศดิจิทัล: ห้องสมุดดิจิทัล 2025-01-09T14:40:28+07:00 นาซีบะห์ ดาตู 6520210277@psu.ac.th ซีตีฟาระห์ โดดะนะ 6520210002@psu.ac.th จันทรา มัสแหละ 6520210001@psu.ac.th <p>หนังสือเรื่อง “การจัดการสารสนเทศดิจิทัล: ห้องสมุดดิจิทัล” เป็นผลงานเขียนของ ชุ่มจิตต์ แซ่ฉั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ พิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 โดยสํานักพิมพ์ฝ่ายเทคโนโลยี สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หนังสือเล่มนี้นําเสนอมุมมองใหม่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับห้องสมุดดิจิทัลในยุคสารสนเทศ ผู้เขียนได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 7บท มีจำนวน 123 หน้า</p> 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/2158 บทบรรณาธิการ 2025-08-16T23:08:24+07:00 วารสารพิพัฒนสังคม Journal of Social Development Research and Practice jsdrp.psu@gmail.com 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/1183 การเพิ่มขีดความสามารถในการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบนของไทยบนเส้นทาง R3A ภายใต้ความร่วมมือนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง 2024-11-28T16:15:32+07:00 กอบบุญ วิริยยิ่งยง kobboon.vir@mfu.ac.th บัณฑิตา ภัทรวิชญ์กุล banthita.pat@mfu.ac.th กานต์สินี รอดเลี้ยง kansinee.rod@mfu.ac.th <p>นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนเป็นนโยบายที่มุ่งเน้นการสร้างการเชื่อมโยงทางคมนาคมในภูมิภาคตามระเบียงเศรษฐกิจผ่านเส้นทาง R3A ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างประเทศจีน สปป.ลาว และไทย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะลดลงเนื่องจากความนิยมในการท่องเที่ยว แต่เส้นทางนี้ยังคงมีศักยภาพในด้านโลจิสติกส์และการค้า ด้วยเหตุนี้ บทความจึงมุ่งศึกษาการใช้ประโยชน์ จากเส้นทาง R3A เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบนของไทย ภายใต้ความร่วมมือนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน โดยศึกษานโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ในด้านการท่องเที่ยวของจีน แผนพัฒนาการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบนของไทย รวมทั้งอุปสรรคและโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวบนเส้นทาง R3A ของไทย นำเสนอการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย การศึกษาพบว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวบนเส้นทาง R3A ภายใต้นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของไทย ควรประกอบด้วยการวางแผนกลยุทธ์ร่วมกับ สปป.ลาว และจีน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน การส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การใช้สื่อดิจิทัลในการประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การสร้างมาตรฐานและการตรวจสอบคุณภาพบริการ และการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน</p> 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jsdrp/article/view/1000 การฝึกอบรมสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 2024-08-03T14:50:24+07:00 ฟาดีล๊ะ ดอเลาะ pink_pan@hotmail.com นวพล แก้วสุวรรณ nawapon.k@psu.ac.th วันพิชิต ศรีสุข wanpichit.s@psu.ac.th <p>การฝึกอบรมสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้เริ่มจากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้นำหลักการสาธารณสุขมูลฐาน มาเป็นกลวิธีในการพัฒนาสุขภาวะการสาธารณสุข มีการจัดตั้งคณะกรรมการการสาธารณสุขมูลฐานแห่งชาติเพื่อประสานงานการสาธารณสุขมูลฐาน และประเทศไทยได้ลงนามยอมรับกฎบัตรเพื่อการพัฒนาสุขภาพ โดยองค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายในการกำหนดการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าภายในปี พ.ศ. 2543 สำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน ได้มีการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมูลฐาน ในรูปแบบของอาสาสมัครโดยมีการฝึกอบรมของผู้สื่อข่าวสารสาธารณสุขและพัฒนาเพื่อคัดเลือกให้เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งต่อมาได้มีการยกระดับของข่าวสารสาธารณสุขเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ดังนั้น ในบทความวิชาการนี้จะนำเสนอประเด็นความหมายของการฝึกอบรม เทคนิคการฝึกอบรมประเภทต่าง ๆ การฝึกอบรมเทคโนโลยีดิจิทัล และหลักสูตรการฝึกอบรมในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อให้นักศึกษา ผู้บริหารส่วนงานของกระทรวงสสาธารณสุข หรือผู้ที่สนใจตระหนักถึงประโยชน์ของการฝึกอบรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้ปฏิบัติงานในบริบทต่าง ๆ ตลอดจนสามารถนำแนวคิดเกี่ยวกับการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในหน่วยงาน เสริมสร้างสมรรถนะทางด้านความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน สร้างทัศนคติที่ดีเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2025-08-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพิพัฒนสังคม