นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis <p><strong>วารสารนวัตศาสตร์สหวิทยาการ (Journal of Innovative Interdisciplinary Sciences)</strong></p> <p>จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการของอาจารย์ นักศึกษา ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กับสถาบันการศึกษาอื่นหรือองค์กรอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์คล้ายกัน</p> <p><strong>ชื่อวารสาร </strong></p> <p>ภาษาไทย : นวัตศาสตร์สหวิทยาการ</p> <p>ภาษาอังกฤษ : Journal of Innovative Interdisciplinary Sciences</p> th-TH luxlek@hotmail.com (Luksamee Ngammeesri) hitun.s@nsru.ac.th (Hirun Sripintusorn) Sun, 02 Aug 2026 11:00:05 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการตรวจสอบภายในของ องค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดนครสวรรค์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/1724 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัญหาการตรวจสอบภายในขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดนครสวรรค์ และ 2) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการตรวจสอบภายใน องค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดนครสวรรค์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการตรวจสอบภายใน (ระดับปฏิบัติการ – ชำนาญการ)&nbsp; ในองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 15 อำเภอ จังหวัดนครสวรรค์ รวมทั้งสิ้น 15 คน คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In Depth Interview)&nbsp; และการจัดประชุมสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาแบบอุปนัย</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาการตรวจสอบภายในขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดนครสวรรค์ มีดังนี้ 1) วัฒนธรรมองค์กร ที่ไม่สนับสนุนการตรวจสอบและมีระบบอุปถัมภ์ 2) บุคลากรขาดความเชี่ยวชาญและจำนวนไม่เพียงพอ 3) ระบบงาน ไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือและการติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ 4) นโยบายและกฎหมาย ล้าสมัยและขาดการบังคับใช้อย่างเหมาะสม 5) การสนับสนุนจากผู้บริหาร มีข้อจำกัดและการแทรกแซงการทำงานของผู้ตรวจสอบ 6) ความเป็นอิสระ ถูกกระทบจากโครงสร้างองค์กรและการเมืองในพื้นที่ และแนวทางการพัฒนาการตรวจสอบภายใน มีดังนี้ 1) ด้านวัฒนธรรมองค์กร โดยส่งเสริมทัศนคติที่ดี ลดการต่อต้าน และปรับปรุงระบบอุปถัมภ์ให้สอดคล้องกับธรรมาภิบาล <br>2) ด้านบุคลากร พัฒนาทักษะเฉพาะทางผ่านการฝึกอบรมและเพิ่มจำนวนบุคลากร 3) ด้านระบบงาน กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ปรับปรุงระบบจัดเก็บข้อมูล และเสริมกลไกติดตามผล 4) ด้านนโยบายและกฎหมาย ควรปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย พร้อมกลไกกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ 5) ด้านการสนับสนุนจากผู้บริหาร ควรสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสอบและส่งเสริมวัฒนธรรมที่สนับสนุนการตรวจสอบ 6) ด้านความเป็นอิสระ ควรปรับโครงสร้างองค์กรให้เอื้อต่อความเป็นอิสระ เปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูล และกำหนดกระบวนการแต่งตั้งบุคลากรให้โปร่งใส</p> <p>&nbsp;</p> โชติมา บุญยัง, ณัฐชัย นิ่มนวล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/1724 Sun, 02 Aug 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาอิทธิพลทางการสื่อสารการตลาดและคุณภาพการบริการที่มีผลต่อ การตัดสินใจซื้อสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ของลูกค้าในจังหวัดแพร่ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2265 <p>ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เงินฝากด้านสลากออมทรัพย์มีการแข่งขันสูงมากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp; ปัญหาสำคัญที่พบในเขตจังหวัดแพร่ คือ ผลการดำเนินงานด้านเงินฝากสลากออมทรัพย์ของสาขาในสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดแพร่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ธนาคารกำหนดและยอดเงินฝากด้านสลากออมทรัพย์ยังมีแนวโน้มที่ลดลงการศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ของลูกค้าในจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริโภคที่เคยซื้อผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ของลูกค้าในจังหวัดแพร่ โดยการวิเคราะห์ ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง สถานภาพสมรส ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,001-40,000 บาท มีอาชีพอิสระ การศึกษาปริญญาตรี เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.มาแล้วมากกว่า 5 ปี และฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.มาแล้ว มากกว่า 5 ครั้ง โดยพบว่า ปัจจัยการสื่อสารการตลาด ด้านการโฆษณา ด้านการตลาดทางตรง และปัจจัยด้านคุณภาพบริการ ด้านการตอบสนองต่อลูกค้า มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ของลูกค้าในจังหวัดแพร่&nbsp; อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> <p>คำสำคัญ: การสื่อสารการตลาด, คุณภาพการบริการ, การตัดสินใจซื้อ,สลากออมทรัพย์,จังหวัดแพร่</p> สุชาติ แสงซอน, ปราณี เอี่ยมละออภักดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2265 Sun, 02 Aug 2026 00:00:00 +0700 การติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่ได้รับทุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2418 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2563 และใช้เป็นแนวทางกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนวิจัยใหม่เพื่อประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณด้านการวิจัยที่มีอยู่อย่างจำกัด และเพื่อให้ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร ประชากรคือโครงการวิจัยทั้งหมด 99 โครงการ โดยกลุ่มตัวอย่างคือ 92 โครงการ&nbsp;&nbsp; ที่สามารถปิดทุนได้ตามกำหนด วิธีการวิจัยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยและแบบบันทึกข้อมูล (Record Form) ผลการศึกษาพบว่า มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงวิชาการสูงที่สุดคิดเป็นร้อยละ 89 รองลงมาคือ การใช้ประโยชน์เชิงชุมชน/สังคม คิดเป็นร้อยละ 8 และเชิงพาณิชย์ คิดเป็นร้อยละ 3 โดยไม่พบการใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย การเผยแพร่ผลงานวิจัยเชิงวิชาการส่วนใหญ่เป็นการเผยแพร่ในระดับชาติ คิดเป็นร้อยละ 70 การเผยแพร่ในระดับนานาชาติ คิดเป็นร้อยละ 13 การยื่นขอทรัพย์สินทางปัญญาร้อยละ 2 และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ร้อยละ 15 จากข้อค้นพบนี้สะท้อนว่าการจัดสรรทุนวิจัยของมหาวิทยาลัยยังมุ่งเน้นด้านวิชาการเป็นหลัก จึงควรปรับยุทธศาสตร์การสนับสนุนให้เพิ่มการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมในระยะถัดไป&nbsp; ซึ่งผลการติดตามประเมินนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการทบทวนและกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นและประเทศได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด</p> ประทานพร คุ้มแก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2418 Sun, 02 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยด้านความไว้วางใจและส่วนประสมทางการตลาด (7C) ที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของลูกค้าในการใช้บริการสินเชื่อของ ธ.ก.ส. สาขาพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2269 <p>การศึกษาวิจัยเรื่อง อิทธิพลของความไว้วางใจและส่วนประสมทางการตลาด (7C) ต่อความจงรักภักดีของลูกค้าในการใช้บริการสินเชื่อของ ธ.ก.ส. สาขาพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย<br>มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการรับรู้ของลูกค้าเกี่ยวกับปัจจัยความไว้วางใจ และปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในมุมมองลูกค้า (7C) ในการใช้บริการสินเชื่อ (2) ศึกษาระดับความจงรักภักดีของลูกค้าต่อการใช้บริการสินเชื่อ ในด้านการใช้บริการซ้ำ การแนะนำบอกต่อ และความ<br>ไม่อ่อนไหวต่อราคา (3) วิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยความไว้วางใจและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในมุมมองลูกค้า (7C) ที่มีต่อความจงรักภักดีของลูกค้าในการใช้บริการสินเชื่อ การศึกษาวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากลูกค้าที่เคยใช้บริการสินเชื่อ จำนวน 367 คน และทำการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ เพื่อทดสอบสมมติฐาน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 51–60 ปี สถานภาพสมรส และมีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 15,000 บาท <br>ใช้บริการมานานมากกว่า 6 ปี และใช้บริการอย่างต่อเนื่องทุกปี แหล่งที่มาของข้อมูลสินเชื่อได้รับจากผู้นำชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกร เหตุผลหลักที่เลือกใช้บริการคือ ความไว้วางใจในชื่อเสียงของธนาคาร ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ การใช้เวลานานในการอนุมัติสินเชื่อ และส่วนใหญ่ไม่เคยใช้บริการธนาคารอื่น ด้านระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ศึกษา (1) ความไว้วางใจ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด องค์ประกอบ ความเอาใจใส่ มีค่าเฉลี่ยรวมสูงที่สุด (2) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในมุมมองลูกค้า (7C) ทุกองค์ประกอบมีระดับความคิดเห็นมากที่สุด องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยรวมสูงที่สุดคือ คุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ และความสบาย (3) ความจงรักภักดีต่อบริการสินเชื่อ พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด โดยองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยรวมสูงที่สุดคือ ความตั้งใจในการใช้บริการซ้ำ</p> นางนพคุณ เชิดธีระกุล, อริสรา เสยานนท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2269 Sun, 02 Aug 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อการบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการปฏิบัติงานวิชาชีพของบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานคร https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3809 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความรู้ ความเข้าใจและการบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของบุคลากรทางการศึกษา (2) เปรียบเทียบความรู้ ความเข้าใจและการบูรณาการ SDGs จำแนกตามลักษณะประชากรศาสตร์ และ (3) วิเคราะห์อิทธิพลของความรู้ ความเข้าใจที่มีต่อการบูรณาการ SDGs ในการปฏิบัติงานวิชาชีพ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรทางการศึกษาจำนวน 400 คน จากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกในกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ SDGs อยู่ในระดับมาก มีการบูรณาการ SDGs ในการปฏิบัติงานวิชาชีพอยู่ในระดับมาก และเมื่อเปรียบเทียบตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &gt; .05) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่า ความรู้เกี่ยวกับ SDGs (β = .130, p &lt; .001) และความเข้าใจเกี่ยวกับ SDGs (β = .160, p &lt; .001) สามารถร่วมกันพยากรณ์การบูรณาการ SDGs ในการปฏิบัติงานวิชาชีพได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทิศทางบวก โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 28.1 (R² = .281) ดังนั้น การส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ SDGs ผ่านการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและการสนับสนุนจากสถาบัน อาจช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการนำแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน</p> ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3809 Sun, 02 Aug 2026 00:00:00 +0700 การใช้อำนาจทางปกครองของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ: ปัญหาการบริหารงานบุคคล https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3878 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้อำนาจทางปกครองของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในประเทศไทย โดยมุ่งวิเคราะห์ลักษณะ ขอบเขต และข้อจำกัดของการใช้อำนาจดังกล่าวภายใต้กรอบของกฎหมายมหาชน รวมถึงศึกษากลไกการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครอง แม้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะได้รับความเป็นอิสระในการบริหารจัดการตามนโยบายการปฏิรูประบบอุดมศึกษา หลักการสำคัญของกฎหมายปกครอง และแนวคำพิพากษาของศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การดำเนินการทางวินัย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า แม้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะมีดุลพินิจในการบริหารจัดการองค์กร แต่การใช้อำนาจในมิติการบริหารงานบุคคลมักเกิดข้อขัดแย้งเชิงหลักการระหว่างความเป็นอิสระของสถาบันและการคุ้มครองสิทธิของบุคลากร การใช้อำนาจดังกล่าวจึงยังคงต้องอยู่ภายใต้หลักการสำคัญของกฎหมายปกครอง ได้แก่ หลักความชอบด้วยกฎหมาย หลักความได้สัดส่วน และหลักความเป็นธรรมทางปกครอง ทั้งนี้ การตรวจสอบโดยศาลปกครองมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการใช้อำนาจของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ และคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งหรือการกระทำทางปกครอง บทความนี้จึงเสนอแนะให้มีการพัฒนากลไกการตรวจสอบภายในและปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลให้มีมาตรฐานที่ชัดเจน เพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างความเป็นอิสระในการบริหารองค์กรและการคุ้มครองสิทธิของบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม</p> ภฤศญา ปิยนุสรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3878 Sun, 02 Aug 2026 00:00:00 +0700