นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis <p><strong>วารสารนวัตศาสตร์สหวิทยาการ (Journal of Innovative Interdisciplinary Sciences)</strong></p> <p>จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการของอาจารย์ นักศึกษา ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กับสถาบันการศึกษาอื่นหรือองค์กรอื่นใดที่มีวัตถุประสงค์คล้ายกัน</p> <p><strong>ชื่อวารสาร </strong></p> <p>ภาษาไทย : นวัตศาสตร์สหวิทยาการ</p> <p>ภาษาอังกฤษ : Journal of Innovative Interdisciplinary Sciences</p> th-TH luxlek@hotmail.com (Luksamee Ngammeesri) hitun.s@nsru.ac.th (Hirun Sripintusorn) Thu, 30 Apr 2026 17:35:06 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/1686 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี (2) ศึกษาปัญหาการมีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว และ (3) หาแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมใน การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด การศึกษานี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักคือ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคประชาสังคม และผู้ปฏิบัติงานด้านแผนของส่วนราชการ คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า (1) การมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอุทัยธานี มีดังนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูล การรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารือ การวางแผนร่วมกัน การปฏิบัติตามแผนร่วมกัน และ การควบคุมและประเมินผลแผน โดยมีส่วนราชการในจังหวัดอุทัยธานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม (2) ปัญหาที่พบได้แก่ ข้อมูลไม่ทันสมัย งบประมาณจำกัดในการรับฟังความคิดเห็น การขาดความชัดเจนในการตัดสินใจ การขาดข้อมูลในขั้นตอนการวางแผน ความล่าช้าในการดำเนินการ และการประเมินผลที่ขาดความละเอียด (3) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วม ได้แก่ การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลเดียว การใช้ช่องทางหลากหลายในการรับฟังความคิดเห็น การจัดทำปฏิทินการดำเนินงานที่ชัดเจน การเตรียมข้อมูลล่วงหน้าในการวางแผน การรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และการใช้เทคโนโลยีในการติดตามและประเมินผลแผน</p> Warangkana Chaykumkaew, คุณากร กรสิงห์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/1686 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การศึกษา การทำงานเป็นทีม ความฉลาดทางอารมณ์ และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2096 <p>การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ 2) เพื่อศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ และ 3) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ จำนวน 335 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยการทำงานเป็นทีมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 2) ปัจจัยความฉลาดทางอารมณ์ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และ 3) ปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงานส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05</p> NATTAPOL INTARASUT, ธิดารัตน์ พงษ์วชิรินทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2096 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาปัจจัยด้านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง แรงจูงใจในการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร ที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กร กรณีศึกษาพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2271 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง แรงจูงใจในการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานระดับปฏิบัติการจำนวน 328 คน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความเชื่อมั่น โดยมีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s Alpha เท่ากับ 0.985 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า พนักงานมีความคิดเห็นต่อปัจจัยทั้งสามและความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับสูง โดยมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบสมมติฐานแสดงว่าสมมติฐานที่ 1 และ 2 ซึ่งคาดว่า “ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง” และ “แรงจูงใจในการทำงาน” มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กร ไม่ได้รับการยืนยัน แม้จะมีความสัมพันธ์แต่ไม่พบอิทธิพลเชิงนัยสำคัญ ขณะที่สมมติฐานที่ 3 ได้รับการยืนยัน โดย “วัฒนธรรมองค์กร” มีผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ และอธิบายความผันแปรของความผูกพันได้มากที่สุด ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ได้แก่ การส่งเสริมค่านิยมและบรรทัดฐานร่วม การพัฒนาระบบแรงจูงใจที่เชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงาน และการยกระดับภาวะผู้นำเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรในการเสริมสร้างความผูกพันและลดอัตราการลาออกอย่างยั่งยืน</p> <p><strong>คำสำคัญ:</strong> ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง, แรงจูงใจในการทำงาน, วัฒนธรรมองค์กร, ความผูกพันต่อองค์กร</p> ยงยุทธ มิ่งขวัญ, ชนาธิป เลชะกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2271 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมกลุ่มการดูแลสุขภาพ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2510 <p style="font-weight: 400;">การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจการดูแลสุขภาพ&nbsp; (2) เพื่อเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ปรับด้วยความเสี่ยงของกองทุนรวมในกลุ่มธุรกิจการดูแลสุขภาพ&nbsp; กลุ่มตัวอย่าง คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจการดูแลสุขภาพ จำนวน 7 กองทุน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบบันทึกข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ โดยรวบรวมข้อมูลรายเดือนจากเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2563–2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์การแปรผันและค่าเบต้า พร้อมเปรียบเทียบผลการดำเนินงานตามมาตรวัด Sharpe Ratio, Treynor Ratio และ Jensen’s Alpha</p> <p style="font-weight: 400;">ผลการศึกษา พบว่า (1) กองทุนที่มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยรายเดือนสูงที่สุด คือ กองทุนSCBRMGHC มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับ 0.3915% &nbsp;ส่วนกองทุน UHCRMF มีอัตราผลตอบแทนต่ำที่สุด เท่ากับ 0.0324% และกองทุน SCBRMGHC มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เท่ากับ 11.6767 ส่วน กองทุน UHCRMF มีค่าความเสี่ยงสูงที่สุด เท่ากับ 134.9161&nbsp; (2) ผลการเปรียบเทียบการดำเนินงานที่ปรับด้วยความเสี่ยงโดยใช้มาตรวัด 3 วิธี พบว่า กองทุน SCBRMGHC มีประสิทธิภาพดีที่สุดทุกมาตรวัด ในขณะที่กองทุน UHCRMF และกองทุน KFHCARERMF มีประสิทธิภาพต่ำที่สุด ดังนั้น ผลการ ศึกษาแสดงให้เห็นว่า กองทุนที่มีผลตอบแทนสูง จะมีระดับความเสี่ยงที่สูงกว่ากองทุนอื่นด้วย</p> <p style="font-weight: 400;"><strong>คำสำคัญ</strong> <strong>: </strong>กองทุนรวม, ผลตอบแทนและความเสี่ยง, ผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง</p> Khanapod Saleesuk ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/2510 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 จิตวิทยาเชิงพุทธกับการจัดการตนเองในบริบทข้ามวัฒนธรรมของชาวต่างชาติในสังคมไทย https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3309 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาหลักการจัดการตนเองตามแนวจิตวิทยาเชิงพุทธจากพระไตรปิฎกและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (2) วิเคราะห์ความท้าทายข้ามวัฒนธรรมของชาวต่างชาติในสังคมไทย และ (3) สังเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักจิตวิทยาเชิงพุทธในบริบทดังกล่าว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารปฐมภูมิและทุติยภูมิที่ผ่านการคัดกรองจำนวน 45 รายการ ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงประเด็นและการสังเคราะห์เชิงคุณภาพ</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า หลักจิตวิทยาเชิงพุทธแกนกลาง ได้แก่ สติ สัมปชัญญะ และโยนิโสมนสิการ มีโครงสร้างสอดคล้องกับแนวคิดการกำกับตนเองในจิตวิทยาตะวันตก แต่มีมิติเป้าหมายเชิงโมกขธรรมที่ลึกซึ้งกว่า ชาวต่างชาติในประเทศไทยเผชิญความท้าทายข้ามวัฒนธรรม 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล สังคม และองค์กร ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) สามารถทำหน้าที่เป็นกรอบการจัดการตนเองที่ครอบคลุมทุกระดับ โดยมีกลไกสำคัญคือการสร้าง “ช่องว่างระหว่างการรับรู้กับการตอบสนอง” ผ่านการฝึกสติ ช่วยให้บุคคลตอบสนองอย่างใคร่ครวญแทนการตอบสนองอัตโนมัติ ข้อสรุปชี้ว่า แนวทางการจัดการตนเองตามจิตวิทยาเชิงพุทธมีความยืดหยุ่นและใช้ได้ข้ามวัฒนธรรม เนื่องจากมุ่งเน้นกระบวนการภายในของจิตมากกว่าพฤติกรรมที่ผูกกับบริบทเฉพาะ ทั้งยังเสนอกรอบ สติ-สัมปชัญญะ-โยนิโสมนสิการ เป็นลำดับการกำกับตนเองที่สามารถนำไปพัฒนาเครื่องมือวัดและแนวทางการช่วยเหลือที่สอดคล้องกับสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> Thatchathon Attarung ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3309 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างคุณค่าแบรนด์และ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3233 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการสร้างคุณค่าแบรนด์และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในบริบทการตลาดช่วงปี ค.ศ. 2025–2026 โดยใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมเชิงวิเคราะห์ร่วมกับการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบตามประเด็นหลักจากงานวิจัยและกรณีศึกษาทางการตลาดดิจิทัล</p> <p> ผลการวิเคราะห์ พบว่า ในปี ค.ศ. 2025 นั้น AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล การพยากรณ์พฤติกรรม และการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล ขณะที่ในปี ค.ศ.2026 AI ได้พัฒนาไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบนิเวศทางการตลาดที่เชื่อมโยงแบรนด์ ผู้บริโภค และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างบูรณาการจากการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ผู้วิจัยได้นำเสนอกรอบแนวคิด “การตลาดเชิงคุณค่าในระบบนิเวศดิจิทัล” ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ผู้บริโภคในฐานะผู้ร่วมสร้างคุณค่า ปัญญาประดิษฐ์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน และการวางตำแหน่งแบรนด์เชิงองค์รวม ผลการศึกษานี้มีส่วนช่วยพัฒนาทฤษฎีการตลาดร่วมสมัย และเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว</p> ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นวัตศาสตร์สหวิทยาการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jiis/article/view/3233 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700