วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru <div><strong><span lang="TH">วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง</span></strong></div> <div> </div> <div><span lang="TH"><span lang="EN-US">ISSN: 2985-2765 E-ISSN: 2985-2757</span></span></div> <div> <div> </div> <div><span lang="TH">กำหนดออก</span><span lang="EN-US">: </span><span lang="TH">ตั้งแต่ปี 2569 ฉบับที่ 14 เป็นต้นไป วารสารได้ปรับกำหนดออกเป็น 2 ฉบับต่อปี<br /> โดย ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม - มิถุนายน และ ฉบับที่ 2 เดือน กรกฎาคม - ธันวาคม</span></div> <div> <div> </div> <div><span lang="TH">นโยบายและขอบเขตในการตีพิมพ์ ครอบคลุมวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ การปกครองท้องถิ่น นิติศาสตร์ การพัฒนาชุมชน ศิลปะและการออกแบบ ดนตรี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน วรรณกรรม การศึกษา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง</span></div> <div> <div> </div> <div><span lang="TH">ฐานข้อมูล: TCI กลุ่มที่ 3</span></div> </div> </div> </div> คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง th-TH วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 2985-2757 บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร การพัฒนาทุนมนุษย์ในภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการไทย: บทเรียนจากแนวคิด https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru/article/view/2503 <p class="p1"> บทความนี้มีวัตถุประสงคเพื่อวิเคราะห์บทบาทของทุนมนุษย์ภาครัฐในฐานะกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการไทย โดยบูรณาการแนวคิดการจัดการทุนมนุษย์เชิงกลยุทธ์และแนวคิดการบริการสาธารณะแนวใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพเชิงกลยุทธ์และคุณค่าสาธารณะ บทความอธิบายพัฒนาการของแนวคิดการจัดการทุนมนุษย์เชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาบุคลากรกับเป้าหมายขององค์กร ควบคู่กับแนวคิดการบริการสาธารณะแนวใหม่ที่เน้นจิตสำนึกการรับใช้ประชาชน ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของพลเมือง การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการบริหารทุนมนุษย์ภาครัฐไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและเชิงวัฒนธรรม อาทิ ระบบอาวุโส วัฒนธรรมราชการแบบลำดับชั้น การขาดแคลนสมรรถนะดิจิทัล และระบบแรงจูงใจที่ยังไม่สะท้อนคุณค่าการรับใช้สาธารณะอย่างเพียงพอ บทเรียนจากแนวคิดการบริการสาธารณะแนวใหม่ เสนอให้ยกระดับบทบาทของบุคลากรภาครัฐจากผู้ปฏิบัติตามนโยบายไปสู่ผู้สร้างคุณค่าสาธารณะร่วมกับประชาชน ผลการวิเคราะห์นำเสนอกรอบแนวคิดบูรณาการการจัดการทุนมนุษย์เชิงกลยุทธ์และแนวคิดการบริการสาธารณะแนวใหม่ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ใหม่ในบริบทไทย และสามารถใช้เป็นฐานในการออกแบบนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ภาครัฐเพื่อสนับสนุนการปฏิรูประบบราชการอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บทความเป็นการศึกษาเชิงแนวคิดที่อาศัยการสังเคราะห์เอกสารและกรอบทฤษฎีเป็นหลัก</p> ปัณณพัฒน์ วิชญไพฑูรย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 14 1 82 98 ภาพอนาคตสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษามัธยมศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์: กรอบการวิเคราะห์และทิศทางการพัฒนา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru/article/view/2648 <p style="font-weight: 400;"><strong> </strong>บทความเชิงแนวคิดนี้มุ่งนำเสนอ “กรอบสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์” ผ่านการวิเคราะห์เอกสาร งานวิจัยและกรอบแนวคิดร่วมสมัยด้านภาวะผู้นำดิจิทัล ความรอบรู้ข้อมูล เทคโนโลยีการศึกษา และจริยธรรมดิจิทัล ตลอดจนแนวคิดด้านการคาดการณ์อนาคตทางการศึกษา กรอบสมรรถนะที่สังเคราะห์ได้ประกอบด้วย 5 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) ความสามารถในการตีความและใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการดูแลผู้เรียนแบบป้องกันล่วงหน้า (2) ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีดิจิทัลในการกำหนดทิศทางการพัฒนาโรงเรียน (3) ทักษะการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ผสานระบบอัจฉริยะ (4) สมรรถนะด้านการบริหารความเสี่ยงและจริยธรรมดิจิทัล และ (5) ความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในฐานะสถาปนิกระบบโรงเรียนยุคใหม่ กรอบดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นของผู้บริหารในอนาคตที่ต้องบริหารสถานศึกษาในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับระบบการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และระบบอัจฉริยะอย่างสมดุล</p> ศิวาวุฒิ รัตนะ จันทร์เพ็ญ ภิญโญวงศ์ อธิพงศ์ โชคเคล้าลาภ สุรพงษ์ ไกรษา กชกร เนียมท่าเสา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 14 1 99 116 หน้าที่ของภาษาบนป้ายสาธารณะในนครปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: การศึกษาตามแนวภูมิทัศน์ภาษา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru/article/view/2426 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหน้าที่ของภาษาบนป้ายสาธารณะในนครปากเซแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเก็บข้อมูลจากป้ายสาธารณะทั้งของภาครัฐและเอกชน จำนวน 858 ป้าย จำแนกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ป้ายบอกทาง ป้ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ป้ายสถานที่และหน่วยงาน และป้ายร้านค้า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แนวคิดเรื่องหน้าที่ของภาษาตามกรอบของ Ben-Rafael et al. (2006; 2009) ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การนำเสนอตัวตน 2) ความสมเหตุสมผล 3) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และ 4) อัตลักษณ์ของหมู่คณะ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้ภาษาบนป้ายในนครปากเซมีหน้าที่ในการให้ข้อมูลความรู้ (informational function) และหน้าที่เชิงสัญลักษณ์ (Symbolic function) โดยภาษาลาวมีบทบาทมากที่สุดในฐานะภาษาประจำชาติที่สะท้อนอำนาจรัฐและการควบคุมเชิงนโยบาย ขณะที่ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเวียดนาม มักถูกเลือกใช้บนป้ายภาคเอกชนเพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้การจัดวางภาษาและการเลือกใช้คำบนป้ายยังสะท้อนบทบาทของผู้เขียนป้ายในการนำเสนอตัวตนและแสดงจุดยืนในสังคมและเศรษฐกิจที่หลากหลายของเมืองชายแดนแห่งนี้ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าภาษาบนป้ายสาธารณะไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ให้ข้อมูล แต่ยังทำหน้าที่เชิงสัญลักษณ์ในการสร้างความหมาย การแสดงอัตลักษณ์ และการแสดงออกทางอำนาจในพื้นที่สาธารณะ</p> ปภาวรินทร์ วรหิน ดุจฉัตร จิตบรรจง สมัย วรรณอุดร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 14 1 1 21 A Multi-Case Qualitative Study on the Strategic Socio-Industrial Integration of AI: Insights from China https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru/article/view/2567 <p style="font-weight: 400;"> This qualitative study explores the technological trajectory and socio-industrial integration of artificial intelligence (AI) in China, addressing the question: How has AI evolved from conceptual research to widespread industrial application? Using a multi-case design, we purposefully selected four sectors—generative AI, computer vision and audition, intelligent connected vehicles and intelligent robotics for analysis. Cross-case analysis is also conducted in the fields of business, news and research. Data drawn from academic literature, industry reports, and policy documents were examined through thematic analysis. Typical and representative cases in the sectors were selected to analyze.<br /><span style="font-weight: 400;"> The findings chart AI's progression toward greater multimodal capability and its concurrent penetration into diverse economic sectors. The study’s primary contribution is its systematic, cross-case synthesis of China's application-driven AI development model, revealing both its transformative potential and persistent challenges. The paper concludes that future progress will hinge on pursuing both advanced general intelligence and deeper, more equitable socio-economic integration.</span></p> Ruihan Shi ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 14 1 22 42 A Corpus-Based Analysis of Figurative Language in Travis Scott’s Hip-Hop Lyrics (2013–2023) https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru/article/view/2488 <p><span lang="TH">การวิจัยนี้ได้ศึกษาความถี่และหน้าที่ของการใช้ภาษาเชิงโวหาร รวมถึงแนวโน้มพลวัตตามกาลเวลาในเพลงของเทรวิส สกอตต์ ศิลปินชั้นนำในวงการฮิปฮอปร่วมสมัย โดยใช้วิธีวิเคราะห์ด้วยคลังข้อมูลภาษาจากเพลงจำนวน </span><span lang="EN-US">132 </span><span lang="TH">เพลง (รวม </span><span lang="EN-US">65,841 </span><span lang="TH">คำ) ที่เผยแพร่ระหว่างปี พ.ศ. </span><span lang="EN-US">2556–2566 </span><span lang="TH">ซึ่งรวบรวมจากเว็บไซต์ </span><span lang="EN-US">AZLyrics.com </span><span lang="TH">การวิเคราะห์ดำเนินการโดยการติดป้ายกำกับด้วยตนเอง บนพื้นฐานของทฤษฎีเชิงปริชานและเชิงวัจนปฏิบัติ ได้แก่ </span><span lang="EN-US">Lakoff </span><span lang="TH">และ</span><span style="font-size: 0.875rem;">Johnson (1980) Grice (1975) </span><span lang="TH">และ </span><span lang="EN-US">Black (1962) </span><span lang="TH">พบว่า มีภาษาเชิงโวหาร </span><span lang="EN-US">10 </span><span lang="TH">ประเภท อุปลักษณ์ คิดเป็น </span><span lang="EN-US">21.99% </span><span lang="TH">อติพจน์ </span><span lang="EN-US">15.86% </span><span lang="TH">และสัญลักษณ์ </span><span lang="EN-US">12.26% </span><span lang="TH">เป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุด ในขณะที่อุปมาเชิงประชดประชัน (</span><span lang="EN-US">2.74%) </span><span lang="TH">เป็นประเภทที่พบน้อยที่สุด ในเชิงหน้าที่ โวหารเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง "การรับรู้เชิงนามธรรม" ซึ่งก้าวข้ามการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิมไปสู่สุนทรียภาพหลักของไซคีเดลิกฮิปฮอป นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ตามช่วงเวลาเผยว่า แม้อุปลักษณ์และอติพจน์จะเป็นแกนหลักที่คงที่ตลอดทศวรรษ แต่ความซับซ้อนทางภาษาได้พัฒนาขึ้น โดยมีการใช้คำกำกวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงวุฒิภาวะทางภาษา และมีการใช้สัทพจน์สูงสุดในช่วงปี พ.ศ. </span><span lang="EN-US">2559–2560 </span><span lang="TH"><span lang="TH">สอดรับกับการปรับเปลี่ยนพลวัตทางดนตรีอย่างมีนัยสำคัญ ข้อค้นพบระบุว่าสไตล์เนื้อเพลงเน้นการสร้างภาพเชิงประสาทสัมผัสและการสะท้อนอารมณ์ มากกว่าการเล่าเรื่องแบบฮิปฮอปดั้งเดิม งานวิจัยมีความน่าเชื่อถือจากการตรวจสอบความสอดคล้อง</span></span><span style="font-size: 0.875rem;">ระหว่างผู้ลงรหัส โดยมีค่า</span><span style="font-size: 0.875rem;">Cohen's kappa </span><span lang="TH">มากกว่า </span><span lang="EN-US">0.80 </span><span lang="TH">จากการสุ่มตรวจ </span><span lang="EN-US">13 </span><span lang="TH">เพลง และช่วยขยายองค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์คลังข้อมูลภาษาในบริบทดนตรี</span></p> Sapolachet Prachumchai Kanpimon Panbenjasuwan ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 14 1 43 60 การศึกษาสภาพแวดล้อมและปัญหาการใช้ห้องเรียนอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jhssrlpru/article/view/2942 <div><span lang="TH"> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสภาพแวดล้อม</span><span lang="TH">การเรียนรู้ในห้องเรียนอัจฉริยะ และ</span><span lang="TH">ศึกษา</span><span lang="TH">ปัญหาและข้อเสนอแนะที่มีต่อห้องเรียนอัจฉริยะ</span><span lang="TH">โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาที่เข้าใช้งานห้องเรียนอัจฉริยะ ภาคเรียนที่ </span><span lang="TH">1 </span><span lang="TH">ปีการศึกษา </span><span lang="TH">2568 </span><span lang="TH">จำนวน </span><span lang="EN-US">351 </span><span lang="TH">คน โดยวิธีการเลือกแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน</span><span lang="TH">สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายคืออาจารย์ผู้สอน จำนวน </span><span lang="EN-US">14 </span><span style="font-size: 0.875rem;">คน</span><span style="font-size: 0.875rem;">โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอัจฉริยะ เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์</span><span lang="TH">เนื้อหา </span><span lang="TH">ผลการวิจัยพบว่าความพึงพอใจต่อ</span><span lang="TH">สภาพแวดล้อม</span><span lang="TH">ห้องเรียนอัจฉริยะ โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก มีความพึงพอใจที่เจ้าหน้าที่มีความเต็มใจในการให้บริการ ส่วนการจัดพื้นที่ในห้องเรียนมีความพึงพอใจพื้นที่ในห้องเรียนสนับสนุนให้อาจารย์และนักศึกษามีปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเรียนการสอนได้ดี ปัญหาการใช้ห้องเรียนอัจฉริยะโดยรวมอยู่ในระดับ</span><span lang="TH">มาก </span><span style="font-size: 0.875rem;">พบว่าการจัดพื้นที่ในห้องเรียนไม่มีพื้นที่สำหรับเก็บสิ่งของทำให้นักศึกษาต้องวางหนังสือและอุปกรณ์การเรียนบนเก้าอี้เลคเชอร์ สำหรับ</span><span lang="TH">อุปกรณ์และเทคโนโลยีในห้องเรียนอัจฉริยะ</span></div> <div><span lang="TH">คือการจัดวาง</span><span lang="TH">เครื่อง </span><span lang="EN-US">Think SmartHub </span><span lang="TH">แบบหน้าจอสัมผัสมีสายไฟจำนวนมากที่ใช้เชื่อมต่อ</span><span lang="TH">อุปกรณ์ต่าง </span><span lang="TH">ๆ </span><span lang="TH">มักพันกัน </span><span lang="TH"><span lang="TH">และแนวทางการแก้ไขปัญหา ควรปรับเปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ที่มีน้ำหนักเบา</span></span><span style="font-size: 0.875rem;">มีล้อเลื่อน เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดรูปแบบการเรียนรู้สมัยใหม่ เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับพื้นที่นั่งและจัดกิจกรรมกลุ่มหรือรายบุคคลได้อย่างสะดวก</span></div> นภา มิ่งนัน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-30 2026-06-30 14 1 61 81