วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru <p>วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชกำหนดออก : 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม<br /><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong> : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ประยุกต์ (ศิลปศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ บริหารธุรกิจ นิเทศศาสตร์ การจัดการสารสนเทศ ครุศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ การจัดการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และสาขา อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง)</p> th-TH weerayut_sud@nstru.ac.th (ผศ.ดร.วีระยุทธ สุดสมบูรณ์) journalgraduate@nstru.ac.th (นางสาววรัญญา พรหมมาศ, นายชาญวิทย์ ชัยทอง) Tue, 30 Jun 2026 18:41:20 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 สมรรถนะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1075 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะของผู้บริหาร 2) การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนขนาดเล็ก และ 3) สมรรถนะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนขนาดเล็ก ตัวอย่างที่ใช้ศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร และครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 259 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง 0.67-1.00 และมีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ศึกษา คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย <br />ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05</p> <table width="100%"> <tbody> <tr> <td> <p><sup>*</sup>นักศึกษาปริญญาโท, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลัยวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี</p> <p><sup>*</sup>Student in Master of Education Program Educational Administration, Kanchanaburi Rajabhat University</p> <p>* Corresponding author. E-mail address: Nanthaporn@gmail.com</p> <p> </p> </td> </tr> </tbody> </table> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านมีสมรรถนะในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ย คือ ด้านการบริหารตนเอง ด้านการทำงานเป็นทีม ด้านการวางแผนและการบริหารจัดการ ด้านการตระหนักรับรู้โลกาภิวัตน์ ด้านการสื่อสาร ด้านการปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ 2) การบริหารงานบุคลของโรงเรียนขนาดเล็ก พบว่าโดยภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ย คือ ด้านการสรรหาและการบรรจุแต่งตั้ง ด้านการดำเนินการทางวินัยและการลงโทษ ด้านการวางแผนอัตรากำลัง และด้านการออกจากราชการ และ 3) สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนขนาดเล็ก และโดยภาพรวม พบว่า ด้านการวางแผนและการบริหารจัดการ (X<sub>2</sub>) ด้านการสื่อสาร (X<sub>1</sub>) ด้านการทำงานเป็นทีม (X<sub>3</sub>) ด้านการตระหนักรับรู้โลกาภิวัตน์ (X<sub>5</sub>) ด้านการปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ (X<sub>4</sub>) ด้านการบริหารตนเอง (X<sub>6</sub>) สามารถทำนายสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวม ได้ร้อยละ 70.20 สมการถดถอย คือ = 1.11 + 0.34X<sub>2</sub> + 0.26X<sub>1 </sub>+ 0.20X<sub>3</sub> + 0.20X<sub>5</sub> + 0.09X<sub>4</sub> + 0.08X<sub>6</sub> หรือ <sub>Y</sub> = 0.42X<sub>2</sub> + 0.-31X<sub>1 </sub>- 0.25X<sub>3</sub> + 0.26X<sub>5</sub> + 0.12X<sub>4</sub> + 0.12X<sub>6</sub></p> นันทพร ตุ้มทอง, สาโรจน์ เผ่าวงศากุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1075 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 องค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1077 <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู และ 2) เปรียบเทียบองค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน และขนาดสถานศึกษา ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ข้าราชการครูในสถานศึกษา จำนวน 290 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิตามขนาดสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง 0.67-1.00 และมีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการฝึกอบรมและพัฒนา ด้านการมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม ด้านบรรยากาศที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ด้านองค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้านมีวิสัยทัศน์ร่วม ด้านมุมมองจากภายนอกองค์กร ด้านทีมงานที่มีประสิทธิภาพ ด้านบุคลากรที่มีความสําคัญ ด้านการขยายการสื่อสาร และด้านโครงสร้างองค์กรเหมาะสม และ 2) การเปรียบเทียบองค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามประสบการณ์การทำงาน โดยภาพรวม และรายด้านทุกด้าน พบว่า ไม่แตกต่างกัน สำหรับการเปรียบเทียบองค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามขนาดสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านทุกด้าน พบว่า ไม่แตกต่างกัน</p> อังศุมาลิน บุญทอง, ปรเมศร์ กลิ่นหอม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1077 Thu, 02 Jul 2026 00:00:00 +0700 พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1649 <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2) เพื่อเสนอข้อเสนอแนะต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตและนักศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกในการเก็บข้อมูลกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเมืองทั้งระดับมหาวิทยาลัย ระดับท้องถิ่นและระดับชาติ จำนวน 10 คน ผลการวิจัยพบว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตมี 5 รูปแบบ ดังนี้ ได้แก่ การรณรงค์ในการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง การแสดงออกถึงสิทธิทางการเมือง การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย การเรียกร้องต่อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมทางการเมือง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน งานวิจัยนี้ได้เสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษา ได้แก่ นิสิตนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ควรร่วมกันแสดงออกทางการเมืองเพราะการเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญมิใช่แค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องมีส่วนร่วมในทางการเมืองและนิสิตนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ควรตระหนักรู้ถึงสิทธิทางการเมืองโดยให้มองเป็นเรื่องของส่วนรวมมากกว่าเรื่องส่วนตัว และประการที่สาม นิสิตนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ควรมีความกล้าแสดงออกทางการเมืองมากกว่าที่เป็นอยู่และกล้าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐอย่างเสรี</p> ราชภูมิ นันทอำไพ, วรวุฒิ จำลองนาค ลิขสิทธิ์ (c) 2026 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1649 Thu, 02 Jul 2026 00:00:00 +0700 การจัดการความเสี่ยงเพื่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในสหวิทยาเขตพระใหญ่เขื่องใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา อุบลราชธานี อำนาจเจริญ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1784 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาระดับการจัดการความเสี่ยงเพื่อประสิทธิผลของสถานศึกษาและ 2. เพื่อศึกษาการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงเพื่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในสหวิทยาเขตพระใหญ่เขื่องใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ โดยมีจำนวนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 163 คน แบ่งเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 13 คน และ ครูผู้สอน จำนวน 150 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) มีการจัดการความเสี่ยงอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านมีการจัดการความเสี่ยงอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ การจัดการความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การจัดการความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย/กฎระเบียบ การจัดการความเสี่ยงด้านการเงิน ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ การจัดการความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน 2) การพัฒนาการจัดการความเสี่ยงเพื่อประสิทธิผลของสถานศึกษาคือ ผู้บริหาร และครูในสถานศึกษาควรมีการวางแผนในการดำเนินการจัดการความเสี่ยงร่วมกัน มีการศึกษารายละเอียด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ มีการจัดอบรมเพิ่มเติมในเรื่องของการจัดการความเสี่ยงแก่ผู้บริหาร และครูในสถานศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิผลที่ดี</p> ชนะพงศ์ อนันทวรรณ, เมธาวี โชติชัยพงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/gsjnstru/article/view/1784 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700