https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/issue/feed วารสารศาลรัฐธรรมนูญ 2025-12-30T09:10:08+07:00 นางสาวจิตราภรณ์ โสตถิกุล Seminar@constitutionalcourt.or.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารศาลรัฐธรรมนูญ </strong></p> <p><strong>กำหนดเผยแพร่:</strong> 2 ฉบับ ต่อ ปี</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม</p> <p><strong>เจ้าของ:</strong> สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ </p> <p><strong>วัตถุประสงค์: </strong></p> <p>1. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายมหาชน สิทธิและเสรีภาพ <br />อำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงาน<br />ศาลรัฐธรรมนูญ</p> <p>2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา เจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ที่สนใจทั่วไป ได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงาน<br />ทางวิชาการและผลงานวิจัย</p> <p><strong>ขอบเขตเนื้อหา:</strong></p> <p>บทความวิจัยและบทความวิชาการทางด้านรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายมหาชน สิทธิและเสรีภาพ <br />อำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ</p> https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2779 บทบรรณาธิการ 2025-12-30T08:31:28+07:00 บรรณาธิการ Seminar@constitutionalcourt.or.th 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2780 การพัฒนาศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2025-12-30T08:43:36+07:00 อุดม รัฐอมฤต seminar@constitutionalcourt.or.th 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2786 แถลงการณ์กรุงมาดริด "สิทธิมนุษยชนของอนุชนรุ่นต่อไป" 2025-12-30T09:10:08+07:00 ศิรวัฒน์ ลิปิพันธ์ seminar@constitutionalcourt.or.th 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2781 The Challenge in the Application of Artificial Intelligence (AI) To Constitutional Rights and the Judicial Process: Lessons from Germany, China, and the United States 2025-12-30T08:45:35+07:00 Tanawoot Trisopon seminar@constitutionalcourt.or.th <p>Integrating artificial intelligence (AI) into the administration of justice has emerged as a transformative development, capable of significantly enhancing the efficiency of trial processes and improving judges’ performance. The resulting gains in procedural speed and workload management not only benefits judicial institutions but also fosters broader and timelier access to justice. Notable applications, such as the EU-funded Visual Analytics for Sense-making in Criminal Intelligence Analysis (VALCRI), Germany’s OLGA system (an artificial Intelligence assistant system of the regional higher court of Stuttgart), and China’s Smart Court system have demonstrated how AI can efficiently streamline case management, classify large volumes of data, and support decision-making processes. These exemplifications reinforce the view that AI holds considerable promise in reducing costs (time) and improving case handling within judicial systems worldwide.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; However, while the capabilities of AI in judicial reform are compelling, its employment necessitates careful consideration in light of constitutional principles and human rights obligations. The very efficiency AI introduces may turn into a risk, affecting legal value (order, justice, and freedom), particularly where it intersects with equality before the law, transparency in judicial reasoning, and the protection of personal privacy. These rights are not merely abstract concepts but are fundamental aspects of human existence, enshrined in each nation’s constitutions and international law as fundamental guarantees. Thus, the integration of AI must adhere to the rule of law, ensuring that these technological advancements do not undermine human dignity and justice.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; This article aims to explore the complex legal, ethical, and constitutional challenges posed by implementing AI into the judicial process. Employing comparative legal method and document-based analysis, it draws upon case studies from Germany, China, and the United States to assess whether AI can be harmoniously integrated without compromising constitutional rights. The findings highlight both the benefits, such as reduced staff burdens, enhanced access to justice, and the risks of algorithmic bias, opaque “black-box” decision-making, and a breach of privacy. And, while AI can support legal reasoning, adjudication must remain under the providence of humans. To this end, the article recommends legal safeguard mechanisms, transparency requirements, and a globally coordinated framework under the rule of law.</p> 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2782 การคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ (Rights to Know) : ศึกษากรณีประเทศในภูมิภาคเอเชีย 2025-12-30T08:47:45+07:00 กชกร น้อยเพ็ง seminar@constitutionalcourt.or.th นิติกร จิรฐิติกาลกิจ seminar@constitutionalcourt.or.th <p>สิทธิในการรับรู้ (Right to Know) ถือเป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (freedom of expression) และเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (freedom of information) ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของระบอบเสรีประชาธิปไตยซึ่งได้รับการรับรองตามกฎหมาย ทั้งในระดับสากลและในระดับกฎหมายภายในประเทศ ขณะที่การจำกัดสิทธิในการรับรู้กระทำมิได้ เว้นแต่โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายและวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด</p> <p>สำหรับบทความนี้มุ่งหมายที่จะนำเสนอเนื้อหาในแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับสิทธิในการรับรู้ (Right to Know) อันได้แก่ การสำรวจตรวจสอบนิยามความหมายและบริบทในทางสากลของสิทธิในการรับรู้ (Right to Know) และการรับรองสิทธิดังกล่าวในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทั้งของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไต้หวัน รวมถึงตัวอย่างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่างประเทศที่คุ้มครองสิทธิในการรับรู้ ทั้งนี้ กล่าวได้ว่า ภายใต้การพัฒนาทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ส่งผลต่อช่องทางในการติดต่อสื่อสาร การได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการรับรู้ (Right to know) ย่อมเป็นรากฐานที่สำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันเป็นการปกครองที่ให้สิทธิแก่ประชาชนในการมีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาของบทความตามที่ได้สำรวจนิยามของการรับรองสิทธิในระดับสากลและในภูมิภาคเอเชียนั้น มีประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงสิทธิในการรับรู้ (Right to Know) อาทิ บทบาทของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ที่ช่วยขยายศักยภาพ ในการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ก็สร้างความท้าทายเรื่องความเป็นส่วนตัว ความถูกต้องของข้อมูล (Fake News) และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บทความนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อให้สิทธิในการรับรู้เป็นสิทธิที่จะช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความจำเป็นของการเปิดเผยข้อมูลของรัฐ การจำกัดสิทธิต้องมีขอบเขต กล่าวคือ การจำกัดสิทธิในการรับรู้จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะและการส่งเสริมส่วนร่วมของประชาชนที่รัฐควรตระหนักว่าสิทธิในการรับรู้เป็นสิทธิที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิด</p> 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2783 ทำไมรัฐสภาจึงไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง : กรณีศึกษา คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและประวัติศาสตร์การเมืองไทย 2025-12-30T08:53:52+07:00 ปฐมพงษ์ คำเขียว seminar@constitutionalcourt.or.th นิพัทธ์ หงษ์มณี seminar@constitutionalcourt.or.th กล้า สมุทวณิช seminar@constitutionalcourt.or.th พัลลภา ดาเกลี้ยง seminar@constitutionalcourt.or.th จินต์จุฑา พานิชวงศ์ seminar@constitutionalcourt.or.th <p>บทความนี้มุ่งเน้นวิเคราะห์หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยผ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ที่ปรากฏข้อความว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญถาวรที่บังคับใช้อยู่ โดยอาศัยแนวคิดทฤษฎีว่าด้วยอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญไทย และประสบการณ์การจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งวางหลักว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการออกเสียงประชามติอย่างน้อยสองระยะ เพื่อให้ประชาชนแสดงเจตจำนงว่าประสงค์ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้น อย่างไรก็ดี การตีความถึงจำนวนครั้งของการทำประชามติในแต่ละระยะยังเป็นข้อถกเถียงสำคัญทางรัฐธรรมนูญและการเมืองซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2568 เพื่อคลี่คลายความไม่แน่นอนดังกล่าวและแสดงให้เห็นว่าที่มาของกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้เชี่ยวชาญ หรือองค์กรที่มิได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มิได้เป็นตัวชี้ขาดเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญเสมอไป ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญอาจก่อปัญหาความสัมพันธ์เชิงอำนาจกับรัฐสภา หากการออกแบบที่มาหรือกระบวนการไม่มีความชัดเจนและความชอบธรรมเพียงพอ ข้อค้นพบสำคัญของบทความเสนอว่า แก่นของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีคุณภาพและยอมรับได้ในทางประชาธิปไตย มิได้อยู่ที่รูปแบบหรือที่มาของผู้ร่างเท่านั้น แต่อยู่ที่การออกแบบกระบวนการที่ชอบธรรม สามารถลดความขัดแย้งทางการเมือง และเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้มีส่วนร่วมผ่านการออกเสียงประชามติในขั้นตอนที่เหมาะสม อันเป็นหลักประกันสำคัญสู่การได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเสถียรภาพและมีคุณภาพในทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง</p> 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/OCC/article/view/2784 การตีความเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) 2025-12-30T09:02:57+07:00 กรมิษฐ์ เจษฎาพิพัฒน์ seminar@constitutionalcourt.or.th <p>รัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) บัญญัติว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ ... (3) หน้าที่และอำนาจอื่นที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ” ถ้อยคำเช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหาว่า กฎหมายระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติจะสามารถกำหนดอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ กฎหมายเหล่านั้นจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ยืนยันว่ากฎหมายเหล่านั้นไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่การให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยเหล่านั้น ยังคงมีข้อจำกัดบางประการ ดังนั้น บทความนี้จึงมุ่งศึกษาประเด็นปัญหาเพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดข้างต้น โดยทำการศึกษาผ่านเอกสารทางวิชาการ หนังสือ บทความ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้เป็นบทบัญญัติที่ตัดอำนาจนิติบัญญัติในการตรากฎหมายเพื่อกำหนดหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนอกเหนือไปจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยหากในอนาคต มีข้อโต้แย้งในประเด็นนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญอีก ศาลรัฐธรรมนูญควรใช้เหตุผลข้างต้นในการยืนยันเขตอำนาจของตนต่อไป</p> 2026-01-05T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025