วารสารการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD
<p><strong>วารสาร</strong><span class="s1"><strong>การบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง</strong> มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาสาระด้านการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา นวัตกรรมทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาและการจัดการศึกษาทุกระดับ วารสารมีพันธกิจหลักในการเผยแพร่องค์ความรู้ และผลงานวิจัยอย่างเป็นระบบจากทั้งภายในและภายนอก เพื่อขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการในวงกว้าง โดยวารสารอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง</span></p> <p><span class="s1"><strong>นโยบายและการดำเนินการ<br /></strong>1. บทความทุกฉบับจะได้รับการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) จำนวน 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญสอดคล้องกับสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการภายใต้กระบวนการพิจารณาแบบไม่เปิดเผยตัวตนสองฝ่าย (Double-blind Peer Review) อย่างละเอียด</span></p> <p><span class="s1">2. วารสารฯ ดำเนินงานในฐานะสมาชิกของระบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (ThaiJo)</span></p> <p><span class="s1">3. วารสารฯ <strong data-path-to-node="4,2,0" data-index-in-node="21">ไม่เรียกเก็บ</strong> ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (No APC)</span></p> <p><span class="s1">4. กองบรรณาธิการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน (Plagiarism Check) ของทุกบทความก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตอบรับ หรือปฏิเสธการตีพิมพ์</span></p> <p><span class="s1">5. หากผู้ประเมินตรวจพบการคัดลอกผลงานในระหว่างกระบวนการพิจารณา บรรณาธิการจะติดต่อผู้เขียนหลักทันทีเพื่อขอคำชี้แจง</span></p> <p><span class="s1">6. ผู้เขียนต้องส่งเฉพาะผลงานที่เป็นต้นฉบับของตนเองเท่านั้น และวารสารจะไม่รับพิจารณาบทความที่เคยเผยแพร่ในแหล่งอื่นมาก่อน</span></p> <p> </p>
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
th-TH
วารสารการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
3027-852X
<p style="margin-right: 0px; margin-bottom: 0px; margin-left: 0px; padding: 0px;"><span style="color: #0d0d0d; font-size: 12.0pt;">The authors are solely accountable for the ideas and recommendations articulated in the articles published in The LEAD Journal RU. Should there be any inaccuracies, the authors accept full responsibility for such errors. </span></p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"> </p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"><span style="color: #0d0d0d; font-size: 12.0pt;">Moreover, the Editorial Board, Editorial Team, and Committee of The LEAD Journal RU are committed to maintaining the integrity of the principles reflected in the authors' contributions. </span></p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"> </p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"><span style="color: #0d0d0d; font-size: 12.0pt;">Consequently, Ramkhamhaeng University, the Editorial Board, Editorial Team, and Editors shall not be held liable for any outcomes arising from the authors' presentation of their ideas and recommendations within The LEAD Journal RU.</span></p>
-
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่จัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นร่วมกับเกมกระดาน
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/2746
<p class="p1">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ<span class="s1"> 1) </span>เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่<span class="s1"> 6 </span>ที่จัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นร่วมกับเกมกระดานกับเกณฑ์ร้อยละ<span class="s1"> 75 </span>และ<span class="s1"> 2) </span>ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่<span class="s1"> 6 </span>ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นร่วมกับเกมกระดาน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่<span class="s1"> 6 </span>โรงเรียนวัดนาหนอง<span class="s1"> (</span>วิธานราษฎร์อนุกูล<span class="s1">) </span>ภาคเรียนที่<span class="s1"> 1 </span>ปีการศึกษา<span class="s1"> 2568 </span>จำนวน<span class="s1"> 16 </span>คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ เกมกระดานเพื่อพัฒนาทักษะการจำแนกคำภาษาต่างประเทศ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ ดำเนินการวิจัยโดยใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียวหลังเรียน<span class="s1"> (One - Group Posttest Design) </span>วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ<span class="s1"> <em>t</em>-test </span>ผลการวิจัยพบว่า<span class="s1"> 1) </span>นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ<span class="s1"> 75 </span>อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ<span class="s1"> .05 </span>โดยมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ<span class="s1"> 80.83 </span>และ<span class="s1"> 2) </span>ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนอยู่ในระดับมาก<span class="s1"> </span></p>
สิริวัตร สมใจ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-12
2026-03-12
3 1
LEADJournalRU0301RA2746
LEADJournalRU0301RA2746
-
การพัฒนาแบบวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3265
<p class="p1">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ<span class="s1"> 1) </span>พัฒนาแบบวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่<span class="s1"> 5 </span>โรงเรียนเเห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี<span class="s1"><span class="Apple-converted-space"> </span></span>และ<span class="s1"> 2) </span>ตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่<span class="s1"> 5 </span>โรงเรียนเเห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่<span class="s1"> 5 </span>ภาคเรียนที่<span class="s1"> 2 </span>ปีการศึกษา<span class="s1"> 2568 </span>จำนวน<span class="s1"> 300 </span>คน ซึ่งใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ จากนั้นทำการสุ่มรายชื่อนักเรียนในแต่ละห้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบวัดชนิดมาตรประมาณค่า<span class="s1"> 5 </span>ระดับ ประกอบด้วยคำถาม<span class="s1"> 10<span class="Apple-converted-space"> </span></span>ข้อ ที่มุ่งวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัล ประกอบด้วย<span class="s1"> 3 </span>องค์ประกอบ ได้แก่<span class="s1"> 1) </span>การจัดการกับการกลั่นแกล้งในโลกดิจิทัล <span class="s1">2) </span>การรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางดิจิทัล และ<span class="s1"> 3) </span>การกำกับดูแลสุขภาพกายใจในการใช้ดิจิทัล<span class="s1"><span class="Apple-converted-space"> </span></span>ผลการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ<span class="s1"> 3 </span>ท่าน พบว่าค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถาม<span class="s1"> (IOC) </span>อยู่ระหว่าง<span class="s1"> 0.67 - 1.00 </span>ค่าอำนาจจำแนกของข้อคำถามอยู่ระหว่าง<span class="s1"> 0.36 - 0.73 </span>ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค<span class="s1"> (Cronbach’s Alpha Coefficient) </span>ทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ<span class="s1"> 0.850 </span>ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน<span class="s1"> (Confirmatory Factor Analysis : CFA) </span>พบว่า โมเดลการวัดมีความสอดคล้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด<span class="s1"> (</span>ค่า<span class="s1"> χ² = 35.6, df = 24, χ²/df = 1.48 <em>p</em>-value = 0.060, RMSEA = 0.040, GFI= 0.998, AGFI = 0.994, CFI = 0.989, TLI = 0.980) </span></p>
สุชาวดี จักษุศรี
ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-29
2026-03-29
3 1
LEADJournalRU0301RA3265
LEADJournalRU0301RA3265
-
หน้าปก ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2569)
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3040
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-02-16
2026-02-16
3 1
-
บทบรรณาธิการ ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2569)
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3053
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-02-17
2026-02-17
3 1
-
กรอบแนวคิด TPACK-AI: แนวทางการพัฒนาทักษะครูไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/2582
<p>การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการศึกษา โดยเฉพาะบทบาทของครูที่จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาทักษะครูจึงไม่ใช่เพียงการฝึกใช้เครื่องมือเท่านั้น แต่ต้องเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งความรู้ การสอน และเทคโนโลยี บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ<span class="s1"> 1) </span>วิเคราะห์บทบาทและข้อจำกัดของปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนในบริบทไทย<span class="s1"> 2) </span>ระบุทักษะที่จำเป็นสำหรับครูไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ และ<span class="s1"> 3) </span>นำเสนอกรอบแนวคิด<span class="s1"> TPACK-AI </span>และแนวทางการพัฒนาทักษะครูไทยอย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาพบว่า<span class="s1"> AI </span>มีบทบาทสำคัญ <span class="s1">3 </span>ด้าน ได้แก่ ผู้ช่วยครู เครื่องมือเสริมการเรียนรู้ และแหล่งความรู้ ขณะเดียวกันมีข้อจำกัดด้านความถูกต้องของข้อมูล จริยธรรม และความเหลื่อมล้ำในบริบทไทย ครูจำเป็นต้องพัฒนาทักษะ<span class="s1"> 5 </span>ด้าน คือ เทคโนโลยี<span class="s1"> <br /></span>การสอน เนื้อหา จริยธรรม และอารมณ์<span class="s1">-</span>สังคม บทความนำเสนอกรอบแนวคิด<span class="s1"> TPACK-AI </span>ที่ขยายจาก<span class="s1"> TPACK </span>ดั้งเดิมเป็น<span class="s1"> 7 </span>มิติ และเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะครู<span class="s1"> 4 </span>ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล สถานศึกษา นโยบาย และสถาบันผลิตครู เพื่อให้ครูไทยสามารถบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
วัชรินทร์ กองสุข
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-01-07
2026-01-07
3 1
LEADJournalRU0301AA2582
LEADJournalRU0301AA2582
-
การกำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/2909
<p>บทความวิชาการนี้มุ่งนำเสนอกรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีลักษณะความผันผวนทางสังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ แนวทางการบริหารแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการตอบสนองต่อบริบทดังกล่าว จึงจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์เชิงระบบที่บูรณาการองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอย่างรอบด้าน การศึกษานี้ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมแบบบูรณาการและการวิเคราะห์เนื้อหาจากงานวิจัยและแผนพัฒนาของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ระหว่างปี พ<span class="s1">.</span>ศ<span class="s1">. 2564–2568 </span>ผลการสังเคราะห์พบองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์<span class="s1"> 7 </span>ด้าน ซึ่งสามารถจัดลำดับความสำคัญและบูรณาการเป็นกรอบแนวคิดเชิงระบบ ผลการศึกษานำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ที่เรียกว่า<span class="s1"> M-PENS Strategy Model </span>ซึ่งประกอบด้วย<span class="s1"> 5 </span>มิติหลัก ได้แก่ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาสภาพแวดล้อม การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาผู้เรียน โดยมีวงจรคุณภาพ<span class="s1"> PDCA </span>เป็นกลไกขับเคลื่อนในทุกมิติ พร้อมบูรณาการเทคโนโลยี คุณธรรม และความปลอดภัยเป็นปัจจัยสนับสนุนข้ามมิติ บทความนี้มีส่วนเติมเต็มองค์ความรู้เชิงแนวคิดด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์ทางการศึกษา และเสนอกรอบแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในการยกระดับคุณภาพอย่างยั่งยืนและปรับตัวได้ต่อการเปลี่ยนแปลง</p>
ยศกร โนนสินชัย
สุณันฑา เกิดศิริ
ดวงรัตน์ จันทรวิไล
เบญจลักษณ์ คำแสน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-10
2026-03-10
3 1
LEADJournalRU0301AA2909
LEADJournalRU0301AA2909
-
สารบัญ ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2569)
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3054
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-02-17
2026-02-17
3 1