วารสารการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD
<p><strong>วารสาร</strong><span class="s1"><strong>การบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง</strong></span></p> <p>มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความวิชาการที่มีคุณภาพในสาขาการบริหารการศึกษาและความเป็นผู้นำทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา นโยบายการศึกษาและความเป็นผู้นำในบริบททางการศึกษา ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยครอบคลุมเนื้อหาด้าน</p> <ul> <li class="py-1 [&>p]:inline">การบริหารการศึกษา (Educational Administration)<br /><br /></li> <li class="py-1 [&>p]:inline">ภาวะผู้นำทางการศึกษา (Educational Leadership)<br /><br /></li> <li class="py-1 [&>p]:inline">นวัตกรรมการบริหารและการนำองค์กรทางการศึกษา (Innovation in Educational Management and Organizational Leadership)<br /><br /></li> <li class="py-1 [&>p]:inline">การบริหารการศึกษาในยุคดิจิทัลและการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Educational Administration in the Digital Era and Data-Driven Leadership)</li> </ul> <p> </p> <p> </p>
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
th-TH
วารสารการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
3027-852X
<p style="margin-right: 0px; margin-bottom: 0px; margin-left: 0px; padding: 0px;"><span style="color: #0d0d0d; font-size: 12.0pt;">The authors are solely responsible for the ideas and recommendations presented in articles published in the LEAD Journal RU. If any inaccuracies occur, the authors accept full responsibility. </span></p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"> </p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"><span style="color: #0d0d0d; font-size: 12.0pt;">Moreover, the Editorial Board, Editorial Team, and Committee of the LEAD Journal RU are committed to maintaining the integrity of the principles reflected in the authors' contributions. </span></p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"> </p> <p style="margin: 0px; padding: 0px;"><span style="color: #0d0d0d; font-size: 12.0pt;">Consequently, Ramkhamhaeng University, the Editorial Board, Editorial Team, and Editors shall not be held liable for any outcomes arising from the authors' presentation of their ideas and recommendations within the LEAD Journal RU.</span></p>
-
บทบาทผู้นำกับการลดช่องว่างระหว่างวัยของบุคลากรในสถานศึกษา
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3580
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับบทบาทของผู้นำในการลดช่องว่างระหว่างวัยของบุคลากรในสถานศึกษา และสังเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการความหลากหลายของบุคลากรต่างช่วงวัย อันประกอบด้วย Baby Boomer, Generation X, Generation Y และ Generation Z ซึ่งมีค่านิยม ทัศนคติ และรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสาร (Document Analysis) โดยกำหนดขอบเขตการทบทวนวรรณกรรมจากฐานข้อมูลวิชาการทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบสำคัญของบทบาทผู้นำในบริบทสถานศึกษา ผลการศึกษาพบว่า บทบาทสำคัญของผู้นำประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกและพื้นที่ปลอดภัยที่เคารพความแตกต่าง 2) การส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามเจเนอเรชันและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3) การบริหารจัดการแบบยืดหยุ่นและคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล และ 4) การพัฒนารูปแบบการสื่อสารพร้อมบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้ยังได้นำเสนอรูปแบบนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา The Symphony-4P Model เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรพหุวัยอย่างเป็นระบบภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA โดยผู้บริหารสถานศึกษายุคใหม่จำเป็นต้องปรับบทบาทไปสู่ภาวะผู้นำเชิงมีส่วนร่วมและภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อหลอมรวมความแตกต่างของบุคลากรทุกช่วงวัยให้เป็นพลังร่วม ส่งผลต่อประสิทธิภาพองค์กร ความสุขในการทำงาน และคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
วิทวัส ขาวประเสริฐ
ชนันกร บุญธรรม
นาตยา มั่นวงศ์
สุภกิจ กำลังคลี่
ญาณภัท บุตรพรม
คณัฐนันท์ พูลประดิษฐ์
สิทธิชัย ไพรพฤกษา
ปทุมพร เปียถนอม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-08-28
2026-08-28
3 2
LEADJournalRU0302AA3580
LEADJournalRU0302AA3580
-
ผลของนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้เชิงรุกและเทคโนโลยีช่วยสอนต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านการติดตั้งและปรับแต่งระบบปฏิบัติการและเครือข่ายของนักศึกษาที่มีพื้นฐานทางการศึกษาแตกต่างกัน
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/4213
<p>การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจ ทักษะการปฏิบัติงานจริง ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และความพึงพอใจในการเรียนรู้ด้านการติดตั้งและปรับแต่งระบบปฏิบัติการและเครือข่าย ระหว่างนักศึกษาที่เรียนด้วยนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้เชิงรุกและเทคโนโลยีช่วยสอนกับนักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบดั้งเดิม และ 2) ศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิธีการสอนกับพื้นฐานทางการศึกษาของผู้เรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นปีที่ 1 จำนวน 75 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (สำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. 50 คน และระดับ ม.6/ปวช. <br />25 คน) จัดเข้ากลุ่มทดลอง 38 คน และกลุ่มควบคุม 37 คนโดยการจับคู่ตามพื้นฐานทางการศึกษา และคะแนนก่อนเรียน ทดลอง 15 สัปดาห์ เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ของทั้งสองกลุ่ม แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ แบบประเมินทักษะการปฏิบัติงานจริง แบบทดสอบสถานการณ์ปัญหา แบบสอบถาม<br />ความพึงพอใจ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือวัดมีค่าความเชื่อมั่น .82–.89 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) สำหรับความรู้ความเข้าใจโดยใช้คะแนนก่อนเรียนเป็นตัวแปรร่วม และการวิเคราะห์ความแปรปรวน<br />แบบสองทาง (Two-way ANOVA) สำหรับทักษะการปฏิบัติงานจริง ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และความพึงพอใจในการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1) เมื่อควบคุมคะแนนก่อนเรียน กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยปรับของคะแนนความรู้<br />ความเข้าใจ (81.80) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (72.95) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) กลุ่มทดลองมีทักษะการปฏิบัติงานจริง (85.52) ความสามารถในการแก้ไขปัญหา (80.34) และความพึงพอใจในการเรียนรู้ (4.35) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (71.99, 69.14 และ 3.60 ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ <br />3) ไม่พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิธีการสอนกับพื้นฐานทางการศึกษาในทั้งสามผลลัพธ์ ซึ่งอาจแสดงว่านวัตกรรมให้ผลในทิศทางเดียวกันกับผู้เรียนทั้งสองพื้นฐาน แต่ด้วยขนาดกลุ่มย่อยที่เล็ก ข้อสรุปเรื่องปฏิสัมพันธ์จึงยังมีข้อจำกัด</p> <p>คำสำคัญ: การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน การเรียนรู้เชิงรุก เทคโนโลยีช่วยสอน ระบบปฏิบัติการและเครือข่าย พื้นฐานทางการศึกษา การบริหารงานวิชาการ</p>
นรินทร์ พนาวาส
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-09-25
2026-09-25
3 2
LEADJournalRU0305RA4213
LEADJournalRU0305RA4213