https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/issue/feed วารสารการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2026-03-18T10:13:39+07:00 Assistant Professor Patumphorn Piatanom, Ph.D. leadjournal2023@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสาร</strong><span class="s1"><strong>การบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง</strong> มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาสาระด้านการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา นวัตกรรมทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาและการจัดการศึกษาทุกระดับ วารสารมีพันธกิจหลักในการเผยแพร่องค์ความรู้ และผลงานวิจัยอย่างเป็นระบบจากทั้งภายในและภายนอก เพื่อขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการในวงกว้าง โดยวารสารอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง</span></p> <p><span class="s1"><strong>นโยบายและการดำเนินการ<br /></strong>1. บทความทุกฉบับจะได้รับการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) จำนวน 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญสอดคล้องกับสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการภายใต้กระบวนการพิจารณาแบบไม่เปิดเผยตัวตนสองฝ่าย (Double-blind Peer Review) อย่างละเอียด</span></p> <p><span class="s1">2. วารสารฯ ดำเนินงานในฐานะสมาชิกของระบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (ThaiJo)</span></p> <p><span class="s1">3. วารสารฯ <strong data-path-to-node="4,2,0" data-index-in-node="21">ไม่เรียกเก็บ</strong> ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (No APC)</span></p> <p><span class="s1">4. กองบรรณาธิการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน (Plagiarism Check) ของทุกบทความก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตอบรับ หรือปฏิเสธการตีพิมพ์</span></p> <p><span class="s1">5. หากผู้ประเมินตรวจพบการคัดลอกผลงานในระหว่างกระบวนการพิจารณา บรรณาธิการจะติดต่อผู้เขียนหลักทันทีเพื่อขอคำชี้แจง</span></p> <p><span class="s1">6. ผู้เขียนต้องส่งเฉพาะผลงานที่เป็นต้นฉบับของตนเองเท่านั้น และวารสารจะไม่รับพิจารณาบทความที่เคยเผยแพร่ในแหล่งอื่นมาก่อน</span></p> <p> </p> https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3265 การพัฒนาแบบวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี 2026-03-18T10:13:39+07:00 สุชาวดี จักษุศรี suchawadee15111994@gmail.com ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์ suchawadee15111994@gmail.com <p class="p1">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ<span class="s1"> 1) </span>พัฒนาแบบวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่<span class="s1"> 5 </span>โรงเรียนเเห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี<span class="s1"><span class="Apple-converted-space"> </span></span>และ<span class="s1"> 2) </span>ตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่<span class="s1"> 5 </span>โรงเรียนเเห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่<span class="s1"> 5 </span>ภาคเรียนที่<span class="s1"> 2 </span>ปีการศึกษา<span class="s1"> 2568 </span>จำนวน<span class="s1"> 300 </span>คน ซึ่งใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ จากนั้นทำการสุ่มรายชื่อนักเรียนในแต่ละห้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบวัดชนิดมาตรประมาณค่า<span class="s1"> 5 </span>ระดับ ประกอบด้วยคำถาม<span class="s1"> 10<span class="Apple-converted-space"> </span></span>ข้อ ที่มุ่งวัดทักษะการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัล ประกอบด้วย<span class="s1"> 3 </span>องค์ประกอบ ได้แก่<span class="s1"> 1) </span>การจัดการกับการกลั่นแกล้งในโลกดิจิทัล <span class="s1">2) </span>การรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางดิจิทัล และ<span class="s1"> 3) </span>การกำกับดูแลสุขภาพกายใจในการใช้ดิจิทัล<span class="s1"><span class="Apple-converted-space"> </span></span>ผลการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ<span class="s1"> 3 </span>ท่าน พบว่าค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถาม<span class="s1"> (IOC) </span>อยู่ระหว่าง<span class="s1"> 0.67 - 1.00 </span>ค่าอำนาจจำแนกของข้อคำถามอยู่ระหว่าง<span class="s1"> 0.36 - 0.73 </span>ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค<span class="s1"> (Cronbach’s Alpha Coefficient) </span>ทั้งฉบับมีค่าเท่ากับ<span class="s1"> 0.850 </span>ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน<span class="s1"> (Confirmatory Factor Analysis : CFA) </span>พบว่า โมเดลการวัดมีความสอดคล้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด<span class="s1"> (</span>ค่า<span class="s1"> χ² = 35.6, df = 24, χ²/df = 1.48 <em>p</em>-value = 0.060, RMSEA = 0.040, GFI= 0.998, AGFI = 0.994, CFI = 0.989, TLI = 0.980) </span></p> 2026-03-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/2746 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่จัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นร่วมกับเกมกระดาน 2026-02-13T21:48:57+07:00 สิริวัตร สมใจ 2538benz@gmail.com <p class="p1">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ<span class="s1"> 1) </span>เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่<span class="s1"> 6 </span>ที่จัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นร่วมกับเกมกระดานกับเกณฑ์ร้อยละ<span class="s1"> 75 </span>และ<span class="s1"> 2) </span>ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่<span class="s1"> 6 </span>ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชั่นร่วมกับเกมกระดาน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่<span class="s1"> 6 </span>โรงเรียนวัดนาหนอง<span class="s1"> (</span>วิธานราษฎร์อนุกูล<span class="s1">) </span>ภาคเรียนที่<span class="s1"> 1 </span>ปีการศึกษา<span class="s1"> 2568 </span>จำนวน<span class="s1"> 16 </span>คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ เกมกระดานเพื่อพัฒนาทักษะการจำแนกคำภาษาต่างประเทศ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ ดำเนินการวิจัยโดยใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียวหลังเรียน<span class="s1"> (One - Group Posttest Design) </span>วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ<span class="s1"> <em>t</em>-test </span>ผลการวิจัยพบว่า<span class="s1"> 1) </span>นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ<span class="s1"> 75 </span>อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ<span class="s1"> .05 </span>โดยมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ<span class="s1"> 80.83 </span>และ<span class="s1"> 2) </span>ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนอยู่ในระดับมาก<span class="s1"> </span></p> 2026-03-12T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3040 หน้าปก ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2569) 2026-02-16T15:57:52+07:00 2026-02-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3053 บทบรรณาธิการ ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2569) 2026-02-17T18:08:36+07:00 2026-02-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/2582 กรอบแนวคิด TPACK-AI: แนวทางการพัฒนาทักษะครูไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ 2025-12-26T09:52:24+07:00 วัชรินทร์ กองสุข wacharin7636@gmail.com <p>การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการศึกษา โดยเฉพาะบทบาทของครูที่จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาทักษะครูจึงไม่ใช่เพียงการฝึกใช้เครื่องมือเท่านั้น แต่ต้องเป็นการพัฒนาแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งความรู้ การสอน และเทคโนโลยี บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ<span class="s1"> 1) </span>วิเคราะห์บทบาทและข้อจำกัดของปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนในบริบทไทย<span class="s1"> 2) </span>ระบุทักษะที่จำเป็นสำหรับครูไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ และ<span class="s1"> 3) </span>นำเสนอกรอบแนวคิด<span class="s1"> TPACK-AI </span>และแนวทางการพัฒนาทักษะครูไทยอย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาพบว่า<span class="s1"> AI </span>มีบทบาทสำคัญ <span class="s1">3 </span>ด้าน ได้แก่ ผู้ช่วยครู เครื่องมือเสริมการเรียนรู้ และแหล่งความรู้ ขณะเดียวกันมีข้อจำกัดด้านความถูกต้องของข้อมูล จริยธรรม และความเหลื่อมล้ำในบริบทไทย ครูจำเป็นต้องพัฒนาทักษะ<span class="s1"> 5 </span>ด้าน คือ เทคโนโลยี<span class="s1"> <br /></span>การสอน เนื้อหา จริยธรรม และอารมณ์<span class="s1">-</span>สังคม บทความนำเสนอกรอบแนวคิด<span class="s1"> TPACK-AI </span>ที่ขยายจาก<span class="s1"> TPACK </span>ดั้งเดิมเป็น<span class="s1"> 7 </span>มิติ และเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะครู<span class="s1"> 4 </span>ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล สถานศึกษา นโยบาย และสถาบันผลิตครู เพื่อให้ครูไทยสามารถบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p> 2026-01-07T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/2909 การกำหนดกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง 2026-02-13T16:10:58+07:00 ยศกร โนนสินชัย bonnsc4@gmail.com สุณันฑา เกิดศิริ bonnsc4@gmail.com ดวงรัตน์ จันทรวิไล bonnsc4@gmail.com เบญจลักษณ์ คำแสน bonnsc4@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มุ่งนำเสนอกรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีลักษณะความผันผวนทางสังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ แนวทางการบริหารแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการตอบสนองต่อบริบทดังกล่าว จึงจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์เชิงระบบที่บูรณาการองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอย่างรอบด้าน การศึกษานี้ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมแบบบูรณาการและการวิเคราะห์เนื้อหาจากงานวิจัยและแผนพัฒนาของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ระหว่างปี พ<span class="s1">.</span>ศ<span class="s1">. 2564–2568 </span>ผลการสังเคราะห์พบองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์<span class="s1"> 7 </span>ด้าน ซึ่งสามารถจัดลำดับความสำคัญและบูรณาการเป็นกรอบแนวคิดเชิงระบบ ผลการศึกษานำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ที่เรียกว่า<span class="s1"> M-PENS Strategy Model </span>ซึ่งประกอบด้วย<span class="s1"> 5 </span>มิติหลัก ได้แก่ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาสภาพแวดล้อม การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาผู้เรียน โดยมีวงจรคุณภาพ<span class="s1"> PDCA </span>เป็นกลไกขับเคลื่อนในทุกมิติ พร้อมบูรณาการเทคโนโลยี คุณธรรม และความปลอดภัยเป็นปัจจัยสนับสนุนข้ามมิติ บทความนี้มีส่วนเติมเต็มองค์ความรู้เชิงแนวคิดด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์ทางการศึกษา และเสนอกรอบแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในการยกระดับคุณภาพอย่างยั่งยืนและปรับตัวได้ต่อการเปลี่ยนแปลง</p> 2026-03-10T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/3054 สารบัญ ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2569) 2026-02-17T18:14:39+07:00 2026-02-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยรามคำแหง