วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid <p>Print ISSN : 2985-2242 Online ISSN : 2985-2250 </p> <p>กำหนดออก : 3 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม และฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม</p> <p>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความในด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม ด้านทรัพยากรมนุษย์ ด้านการบริหารจัดการองค์กรในภาครัฐและเอกชน และด้านอุตสาหกรรมสัมพันธ์</p> th-TH Journal@bid.kmutnb.ac.th (Asst. Prof. Dr. Supakorn Charoenprasit) Journal@bid.kmutnb.ac.th (Phannarot Tosakul) Fri, 27 Feb 2026 15:25:38 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/3171 ศุภกร เจริญประสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/3171 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล: ความท้าทายและแนวทางปฏิบัติสู่ความสำเร็จขององค์การ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2109 <p>บทความวิชาการนี้ผู้เขียนได้นำเสนอแนวคิดการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัลที่มีความท้าทายในโลกของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความท้าทายที่สำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัล และนำไปสู่การปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ที่จำเป็นในการพัฒนาและบริหารจัดการทุนมนุษย์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน พบว่าความท้าทายหลักประกอบด้วย 1) การขาดแคลนทักษะด้านดิจิทัล 2) การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและโครงสร้างองค์การ 3) การบริหารจัดการพนักงานที่มีความหลากหลาย 4) การรักษาพนักงานที่มีความสามารถสูง และ 5) ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล จึงได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 5 ประการ ได้แก่ 1) การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล 2) การยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ 3) การบริหารผลการปฏิบัติงานแบบต่อเนื่อง 4) การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงาน และ 5) การใช้เทคโนโลยี HR เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ดังนั้น การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และนำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ จะช่วยให้ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์สามารถสนับสนุนเป้าหมายขององค์การในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิผล</p> คมสัน สมคง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2109 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การจัดเส้นทางการขนส่งอาหารควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/1903 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษารูปแบบกระจายสินค้าอาหารทะเลภายในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 2. เพื่อหาตัวแบบที่เหมาะสมในการจัดเส้นทางรถขนส่งอาหารทะเลให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าอาหารแบบควบคุมอุณหภูมิ โดยทำการรวบรวมข้อมูลกระบวนการทำงานของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ เพื่อมาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่มีผลต่อการดำเนินงานในการทำงานขององค์กรในปัจจุบัน โดยผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากพนักงานขนส่ง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม เป็นเวลา 8 เดือน ที่มีต้นทุนการขนส่งมากที่สุด จากการขนส่งทั้งหมด 17 สถานที่มาวิเคราะห์หาเส้นทางที่เหมาะสม จากการศึกษาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ พบว่ามีเส้นทางการขนส่งสินค้า ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอลานสกา อำเภอพรหมคีรี อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอฉวาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอร่อนพิบูลย์ แบ่งเป็น 8 เส้นทาง โดยมีต้นทุนค่าขนส่งรวมก่อนการศึกษาเท่ากับ 99,600 บาท หลังจากที่ได้นำวิธี VRP Spreadsheet Solver ซึ่งเป็นตัวแบบที่เหมาะสมในการขนส่ง พบว่า มีต้นทุนค่าขนส่ง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคมเท่ากับ 71,093.23 บาท ลดลง 28,506.77 บาท คิดเป็นร้อยละ 28.62</p> อรปวีณ์ โภคาวัฒนา, อมรเดช อินทร์แก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/1903 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การปรับปรุงความพึงพอใจลูกค้าในอุตสาหกรรมบริการ: กรณีศึกษาบริษัทให้บริการตรวจรับรองความปลอดภัยปั้นจั่นแห่งหนึ่ง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2113 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจต่อการให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรม 2) ศึกษาองค์ประกอบของปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจต่อการให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมและ 3) เสนอแนวทางในการปรับปรุงการให้บริการ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม ซึ่งครอบคลุมแนวคิดเกี่ยวกับคุณภาพการบริการตามรูปแบบ SERVQUAL ของ Parasuraman, Zeithaml และ Berry (1988) ในการวัดคุณภาพการบริการใน 5 ด้าน ได้แก่ ความเป็นรูปธรรมของบริการ (Tangibles) ความน่าเชื่อถือ (Reliability) การตอบสนอง (Responsiveness) การให้ความมั่นใจ (Assurance) และการเอาใจใส่ (Empathy) การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research Methodology) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทก่อสร้างทั่วประเทศ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) ผลของงานวิจัยพบว่า ระดับความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจการให้บริการโดยภาพรวม มีความสำคัญอยู่ในระดับ มาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.49, S.D. = 0.39) ผลการพิจารณาเป็นรายด้านตามลำดับได้ดังนี้ ด้านการตอบสนอง (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.53, S.D. = 0.40) ด้านความน่าเชื่อถือ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.52, S.D. =0.42) ด้านการให้ความมั่นใจ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.50, S.D. = 0.44) ด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.46, S.D. = 0.41) ด้านการเอาใจใส่ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.46, S.D. = 0.49) ส่วนแนวทางในการปรับปรุงการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจในการให้บริการ พบว่า ประกอบด้วย 10 ปัจจัยหลัก และ 31 ปัจจัยย่อย โดยปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ความเชื่อถือได้ในการให้บริการ 2) การสร้างสัมพันธภาพกับลูกค้า 3) การตอบสนองในการให้บริการ 4) บรรยากาศและความน่าเชื่อถือของการบริการ 5) ความรวดเร็วในการให้บริการ 6) ความเป็นมืออาชีพในการให้บริการ 7) ความพร้อมของสถานที่ในการให้บริการ 8) ความถูกต้องในการให้บริการ 9) ความพร้อมของเทคโนโลยีที่ใช้ในการให้บริการ และ 10) ประสิทธิภาพในการให้บริการหลังการขาย</p> วุฒิชัย ดวงแก้ว, วีระกาจ ดอกจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2113 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารของพนักงานบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (สำนักงานใหญ่) https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2434 <p>งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยรูปแบบการสื่อสารและปัจจัยองค์ประกอบของการสื่อสาร 2) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการสื่อสาร และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยรูปแบบการสื่อสารและปัจจัยองค์ประกอบการสื่อสารมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารของพนักงาน ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ พนักงานบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (สำนักงานใหญ่) จำนวน 907 คน คำนวณกลุ่มตัวอย่างด้วยสูตรของทาโร่ ยามาเน่ ค่าความเชื่อมั่น 95% และดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 389 ตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน One-way Analysis of Variance และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยรูปแบบการสื่อสารของพนักงานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.20) ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยองค์ประกอบของการสื่อสารในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.26) และระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการสื่อสารในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />= 4.22) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่า รูปแบบการสื่อสารมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณอยู่ในระดับสูง (R = 0.853) มีอำนาจในการพยากรณ์ร้อยละ 72.4 (Adjusted R2 = 0.724) โดยด้านการติดต่อสื่อสารแบบบนลงล่าง (β = 0.303) มีอิทธิพลมากที่สุด ขณะที่องค์ประกอบของการสื่อสารมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณอยู่ในระดับสูง (R = 0.902) มีอำนาจในการพยากรณ์ร้อยละ 81.2 (Adjusted R2 = 0.812) โดยด้านผู้รับสารมีอิทธิพลมากที่สุด (β = 0.463)</p> พงษ์ศักดิ์ ขำวิจิตร์, ธัญญาทิพ พิชิตการค้า ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2434 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาความเป็นไปได้และการวิเคราะห์เชิงธุรกิจของผลิตภัณฑ์เส้นบะหมี่ผสมผักหวานอบแห้ง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2017 <p>งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และการวิเคราะห์เชิงธุรกิจของผลิตภัณฑ์เส้นบะหมี่ผสมผักหวานอบแห้ง และวิเคราะห์โมเดลธุรกิจของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยทดลองผลิตเส้นบะหมี่จากแป้งสาลีผสมผักหวานอบแห้งในอัตราส่วน 80:20, 70:30 และ 60:40 ตามลำดับ ผลการศึกษาพบว่า อัตราส่วนที่มีผักหวานอบแห้ง 60:40 มีความหนาเฉลี่ย 1.21 มิลลิเมตร และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคสูงที่สุดในการประเมินด้วยวิธีประสาทสัมผัสแบบ 9 ระดับ 9-Point Hedonic Scale ด้านลักษณะที่ปรากฏ สี ความหนา เนื้อสัมผัส และกลิ่น ทั้งนี้ เส้นบะหมี่สามารถเก็บรักษาได้ทั้งที่อุณหภูมิห้องและในตู้เย็นได้นาน 15 วัน โดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างชัดเจน แต่เมื่อเก็บรักษานานถึง 30 วัน พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านลักษณะภายนอก โดยเฉพาะที่อุณหภูมิห้อง เส้นมีความแห้งและสีเข้มขึ้น ส่วนในตู้เย็นพบว่าเส้นมีผิวสัมผัสหยาบและสีเข้มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านการลวกในน้ำ เส้นบะหมี่ยังคงมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม เหมาะสมต่อการบริโภค จึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเชิงพาณิชย์ </p> สมพล เพิ่มพัธน์, พนิตา ภักดี, ปานทิพย์ บุญส่ง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/2017 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การทำเหมืองกฎความสัมพันธ์ในการวิเคราะห์ตลาดหลักทรัพย์: การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตลาดหลักทรัพย์จีนและตลาดหลักทรัพย์อื่น https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/1435 <p>จากสถานการณ์การลงทุนของไทยในปัจจุบัน มีการเสนอการลงทุนในกองทุนดัชนีที่กระจายความเสี่ยงด้านภูมิภาค โดยตลาดหลักทรัพย์จีนเป็นหนึ่งในตัวเลือก อย่างไรก็ตาม ยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์จีนกับตลาดอื่นๆ งานวิจัยนี้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีนกับตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ โดยใช้การทำเหมืองกฎความสัมพันธ์แนวโน้มของดัชนีหุ้นด้วยอัลกอริทึมเอฟพีโกรธ วิเคราะห์ข้อมูลจาก investing.com ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 ถึง 11 พฤศจิกายน 2562 ใช้ร้อยละการเปลี่ยนแปลงรายวันของดัชนีหุ้นจีนและหุ้นโลก 14 ดัชนี โดยเปรียบเทียบแนวโน้มในระยะสั้น กลาง และยาว ด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กโพเนนเชียล (EMA) ที่ n=10, 25 และ 200 ตามลำดับ ค่าสนับสนุนต่ำสุด 0.1 ความเชื่อมั่นต่ำสุด 0.5 ผลการวิจัยพบว่า ในระยะสั้นและกลาง ดัชนีหุ้นจีน HSI และดัชนีหุ้นไทย SET50 มีความสัมพันธ์สูงเมื่อดัชนีมีแนวโน้มขึ้น แต่ไม่พบความสัมพันธ์ในระยะยาว สรุปได้ว่า การลงทุนในหุ้นจีนภายใต้ดัชนี SSEC, SZI และ HSI เหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงในระยะยาวมากกว่าระยะสั้นและกลาง โดย SSEC อาจเหมาะสมกว่า SZI ทั้งนี้ควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เช่น ผลตอบแทนและผลขาดทุนสูงสุดประกอบด้วย</p> อินทวดี จันทร์ทักษิโณภาส, ประเสริฐศักดิ์ เตียวงศ์สมบัติ, อนุสรณ์ จึงตระการ, กนกพร ศรีปฐมสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/1435 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนารูปแบบสมรรถนะช่างเครื่องบินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสำหรับการเริ่มต้นทำงานซ่อมบํารุงอากาศยานไทยในยุคดิจิทัล https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/978 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะของช่างเครื่องบินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสำหรับการเริ่มต้นทำงานซ่อมบํารุงอากาศยานไทยในยุคดิจิทัล 2) พัฒนารูปแบบสมรรถนะของช่างเครื่องบินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสำหรับการเริ่มต้นทำงานซ่อมบํารุงอากาศยานไทยในยุคดิจิทัล และ 3) จัดทำคู่มือแนวทางการพัฒนาสมรรถนะของช่างเครื่องบินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสำหรับการเริ่มต้นทำงานซ่อมบํารุงอากาศยานไทยในยุคดิจิทัล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบเดลฟายร่วมกับการประชุมสนทนากลุ่ม โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูลมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน จำนวน 20 คน 2) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานซ่อมบำรุงอากาศยาน จำนวน 13 คน และ 3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาคู่มือ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ปลายเปิด แบบสอบถามปลายปิด แบบประเมินรูปแบบ และแบบประเมินคู่มือ ใช้วิธีการวิเคราะห์ด้วยสถิติสำหรับค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ และใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาสำหรับการประชุมสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบสมรรถนะช่างเครื่องบินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสำหรับการเริ่มต้นทำงานซ่อมบํารุงอากาศยานไทยในยุคดิจิทัล มี 3 องค์ประกอบหลัก 19 องค์ประกอบรอง ดังนี้ 1) ด้านความรู้ในการซ่อมบำรุงอากาศยาน มี 7 องค์ประกอบรอง ได้แก่ 1.1) กฎหมายและมาตรฐานวิศวกรรมการบิน 1.2) การจัดการคุณภาพและความปลอดภัย 1.3) วิทยาศาสตร์ธรรมชาติและความรู้เกี่ยวกับอากาศยาน1.4) ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอากาศยาน 1.5) การซ่อมบำรุงอากาศยาน 1.6) ภาษาอังกฤษเพื่อการซ่อมบำรุงอากาศยาน และ1.7) ปัจจัยมนุษย์ 2) ด้านทักษะในการซ่อมบำรุงอากาศยาน มี 6 องค์ประกอบรอง ได้แก่ 2.1) การใช้และการสื่อสารภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการซ่อมบำรุง 2.2) การบริหารการทำงาน 2.3) การคิดเชิงวิเคราะห์ 2.4) การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในการซ่อมบำรุงอากาศยาน 2.5) การใช้เครื่องมือช่างยุคดิจิทัล และ 2.6) การสื่อสารยุคดิจิทัล และ 3) ด้านคุณลักษณะเฉพาะบุคคลในการซ่อมบำรุงอากาศยาน มี 6 องค์ประกอบรอง ได้แก่ 3.1) ความรักในการทำงาน 3.2) การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 3.3) ความฉลาดทางอารมณ์ 3.4) จรรยาบรรณช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน 3.5) ความรับผิดชอบในงาน และ3.6) จิตสำนึกด้านความปลอดภัย ส่วนคู่มือแนวทางการพัฒนาสมรรถนะของช่างเครื่องบินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสำหรับการเริ่มต้นทำงานซ่อมบํารุงอากาศยานไทยในยุคดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า<br />มีความเหมาะสมและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้</p> ปรเมศวร์ ชอนตะวัน, สมนึก วิสุทธิแพทย์, ธีรวุฒิ บุณยโสภณ, ปรีดา อัตวินิจตระการ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/978 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการของภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/1449 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการของภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 2) เปรียบเทียบความแตกต่างของความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการของภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา โดยมีกลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเทคนิคศึกษาภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำนวน 132 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปร 2 ตัว ที่เป็นอิสระต่อกัน (Independent-Samples t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way-Anova) ผลการวิจัย พบว่า ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการของภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 ส่วนรายด้าน จำนวน 4 ด้านมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการของภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำแนกตามสถานภาพทั่วไปด้านเพศ และด้านอายุพบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนด้านระดับการศึกษา พบว่า มีความแตกต่างกันทั้งโดยภาพรวม และรายด้าน จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านกระบวนการ/ขั้นตอนการให้บริการ ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ และด้านคุณภาพของการให้บริการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> วลัยพร ยอดคำมี, สายพิณ ไตรเมฆ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so15.tci-thaijo.org/index.php/Journalbid/article/view/1449 Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0700