วารสารวิชาการประเสริฐวิทย์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JoSS <p><strong><em>เกี่ยวกับวารสารวิชาการประเสริฐวิทย์</em></strong></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong> : วารสารวิชาการประเสริฐวิทย์ (Journal of Sublime) มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ พระพุทธศาสนา และปรัชญา</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ</strong> :บทความที่เผยแพร่จะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลของผู้ส่งบทความ (double- blind review)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong> :</p> <ol> <li>บทความวิจัย</li> <li>บทความวิชาการ</li> <li>บทวิจารณ์หนังสือ</li> </ol> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong> : ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กําหนดการออกเผยแพร่วารสาร</strong> : วารสารกําหนดวงรอบการเผยแพร่ 4 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม, ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน, ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและเทมเพลตบทความ</strong> :</p> <p> 1.สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร. 0644576869</p> <ol> <li>เทมเพลตบทความวิจัย</li> <li>เทมเพลตบทความวิชาการ</li> <li>เทมเพลตบทวิจารณ์หนังสือ</li> </ol> <p>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ 3,500 บาท</p> <p> </p> ร้านประเสริฐวิทย์ th-TH วารสารวิชาการประเสริฐวิทย์ บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร การเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมทางการเมืองการปกครอง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JoSS/article/view/4299 <p class="Default" style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; tab-stops: .5in;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; color: windowtext;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาหรือหลักพุทธธรรม เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมทางการเมืองปกครองแล้วย่อมทำให้องค์ประกอบต่างๆของการเมืองการปกครองมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป้าหมายความสำเร็จ คือ</span><span style="font-size: 16.0pt; color: windowtext;"> “<span lang="TH">ประโยชน์สุข</span>” <span lang="TH">ของประชาชนเพื่อประชาชนและโดยประชาชนเอง เพราะประชาชน คือ เจ้าของประเทศ เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ดังนั้น กิจกรรมทางการเมืองการปกครองที่ผู้ปกครองหรือรัฐบาลทุกรัฐบาล พรรคการเมืองและ นักการเมืองทุกระดับ ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ควรประยุกต์ใช้</span> “<span lang="TH">หลักพุทธธรรม</span>” <span lang="TH">นำไปเป็น</span> “<span lang="TH">นโยบายและผลงาน</span>” <span lang="TH">ของรัฐบาลและของพรรคการเมือง ทุกพรรคการเมืองควรประกาศเป็นนโยบายและแผนงานแม่บทในการพัฒนาบ้านเมือง ประชาชนพลเมืองทุกคนพร้อมกันประสานมือ ประสานใจพัฒนาประเทศโดยการประยุกต์ใช้ </span>“<span lang="TH">หลักพุทธธรรม</span>” <span lang="TH">นำมาเป็นแนวปฏิบัติในการครองตน ครองคน ครองงานและครองบ้านเมือง </span></span></p> อภิชญา พรรณศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-09-25 2025-09-25 1 1 การจัดการเรียนการสอนตามหลักไตรสิกขาเพื่อพัฒนาผู้เรียน https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JoSS/article/view/4301 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การศึกษาหรือการเรียนรู้เป็นเรื่องที่สำคัญของมนุษย์ทุกคนและเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพของตนทั้งด้านความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม สุขภาพ และการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข และเป็นกระบวนการที่ทาให้มนุษย์เจริญงอกงามขึ้น การศึกษาหรือการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการสร้างคุณธรรมและ จริธรรมเกิดจากความรู้ และการฝึกจิตใจให้มีศีลธรรม เรียกว่า Character Development การฝึกจิตให้มีศีลธรรมต้องฝึกภาคปฏิบัติ มิใช่เพียงสอนคุณธรรมในภาคทฤษฎี การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนในชาติให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล การจัดการเรียนรู้ตามหลักไตรสิกขาเพื่อพัฒนาผู้เรียน เป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกับสิ่งที่เรียนจริงๆ แล้วพิจารณาให้เป็นประโยชน์คุณ โทษ ตามความเป็นจริงด้วยตนเอง แล้วนำความรู้นั้นมาเป็นหลักในการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นกรอบแนวทางการเรียนรู้และข้อปฏิบัติที่เป็นหลักสำหรับฝึกอบรมพัฒนา กายวาจา จิตใจ และปัญญาให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้นไปจนบรรลุจุดหมายสูงสุด 3 ขั้น ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อมุ่งดับต้นเหตุแห่งความทุกข์ให้เกิดสภาวะสันติสุขของผู้ปฏิบัติ</p> ธนกร ดรกมลกานต์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-09-25 2025-09-25 1 1 วิเคราะห์ความสอดคล้องพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 กับพระวินัย https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JoSS/article/view/4304 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 กับพระวินัย ผลการศึกษาพบว่า พระวินัยคือข้อห้าม ข้อบังคับ ข้ออนุญาต มารยาท จารีต และธรรมเนียมปฏิบัติ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติควบคุมสงฆ์โดยภาพรวมเพื่อป้องกันการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อส่วนตัวและส่วนรวม เพื่อความเลื่อมใสศรัทธา และเพื่อรักษาความเลื่อมใสศรัทธาไว้ มีบทลงโทษแก่ผู้ทำผิดตามลักษณะของความผิดหรือการละเมิดสิกขาบทคือ ปาราชิกต้องแล้วต้องลาสิกขาออกไปเป็นคฤหัสถ์ สังฆาทิเสสต้องแล้วต้องอยู่ปริวาสกรรม อาบัติที่เหลือต้องแล้วต้องแสดงความผิดแก่ภิกษุอื่น (ปลงอาบัติ) เฉพาะนิสสัคคิยปาจิตตีย์ต้องแล้วต้องสละวัตถุจึงสามารถจะพ้นผิดได้ การบริหารคณะสงฆ์ในประเทศไทยในตอนหลังพระสงฆ์ละเมิดพระวินัยมากขึ้น การควบคุมด้วยสิกขาบทใช้ไม่ได้ผลดีดังเดิมจึงมีการตราพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ขึ้นซึ่งเป็นการประยุกต์รูปแบบพระราชบัญญัติของฝ่ายบ้านเมืองกับพระวินัย เมื่อเทียบกับการห้ามด้วยการลงโทษตามพระวินัยแล้วพระราชบัญญัติได้ผลดีกว่า เพราะสามารถที่จะจับกุมและลงโทษได้ทันที ไม่เป็นการปล่อยให้คนทำผิดลอยนวล แต่ในแง่ของการฝึกตนตามหลักพระพุทธศาสนาการลงโทษด้วยกฎหมายทำให้สถานะความเป็นสงฆ์ลดลงเหมือนชาวบ้านทั่วไป</p> พระมหาคมคาย สิริปญฺโญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-09-25 2025-09-25 1 1 วัฒนธรรมการเมือง https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JoSS/article/view/4306 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัฒนธรรมทางการเมือง ( Political Culture) เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของสังคมการเมืองกับสังคมการเมืองในเชิงจิตวิทยา โดยวัฒนธรรมทางการเมืองที่สังคมการเมืองต้องการก็มักถูกปลูกฝังให้เป็นความคิด อุดมการณ์ ความเชื่อ ของสมาชิกในสังคมการเมืองนั้นๆ ดังนั้น วัฒนธรรมทางการเมืองจึงเป็นความคิด อุดมการณ์ ความเชื่อ ที่ขึ้นตรงกับกระบวนการสร้างความคิด อุดมการณ์ ความเชื่อ จากสถาบันในทางการเมืองต่างๆ ที่แปรผันต่างกันไปตามแต่ละสังคมการเมือง วัฒนธรรมทางการเมืองเป็นมโนทัศน์ที่สำคัญในสาขาวิชาการพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นสาขาวิชาในทางรัฐศาสตร์ วัฒนธรรมทางการเมืองมี 3 รูปแบบที่สำคัญ ได้แก่ วัฒนธรรมแบบไม่สนใจการเมือง วัฒนธรรมแบบรับรู้แต่ไม่เข้าร่วมทางการเมืองและวัฒนธรรมการเข้าร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขัน</p> พระครูไพโรจน์ญาณโสภณ เยาวนิตย์ อรัญญวาส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-09-25 2025-09-25 1 1 ศึกษาวิเคราะห์พระโปฐิละผู้มีใบลานเปล่า https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JoSS/article/view/4300 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวประวัติ การปฏิบัติธรรม และบทบาทของพระโปฐิละ รวมถึงการวิเคราะห์บทเรียนและข้อคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเองของพระสงฆ์และบุคคลทั่วไป การวิจัยใช้วิธีการ วิจัยเอกสารเชิงคุณภาพ (Documentary Research) โดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร บันทึกใบลาน และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า พระโปฐิละมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการอนุรักษ์ใบลาน การถูกตำหนิว่าเป็น “ผู้มีใบลานเปล่า” เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนบริบททางสังคม วัฒนธรรม และการตีความทางศาสนา นอกจากนี้ พระโปฐิละได้พัฒนาตนเองโดยการประยุกต์ใช้สัปปุริสธรรม 7 และ อิทธิบาท 4 ในการฝึกฝนศีล คุณธรรม และการปฏิบัติธรรมอย่างเป็นระบบ การเผยแผ่ธรรมแก่ชุมชนช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ร่วมและสมดุลระหว่างตนเองกับสังคม ผลการวิจัยชี้ให้เห็นข้อคิดสำคัญว่า การพัฒนาตนเองควรผสมผสานระหว่างการศึกษา การปฏิบัติธรรม คุณธรรม การอดทนต่ออุปสรรค และการแบ่งปันความรู้ต่อสังคม</p> พระมหาสมศรี ติกขปญฺโญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-09-25 2025-09-25 1 1