วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR <p><strong>ISSN:</strong> 3027-7965 [Online]</p> <p><span style="font-size: 0.875rem;"><strong>กำหนดออก :</strong> 3 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม– สิงหาคม และฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม </span></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong></p> <p>วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงทางด้านมนุษย์และสังคมศาตร์ ได้แก่ ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญาศาสนา ภาษาบาลีสันสฤต การศึกษาเชิงประยุกต์ การพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม รวมถึงสหวิทยาการอื่นๆ ของนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบันการศึกษา</p> <p><strong>คำชี้แจงในการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p>1. บทความที่ส่งมารับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารหรือแหล่งวิชาการอื่นๆ</p> <p>2. ทุกบทความจะได้รับการตรวจสอบทางวิชาการจาก<strong>ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 3 ท่าน</strong> ในลักษณะปกปิดความลับของทั้งสองฝ่าย (Double blinded)</p> <p>3. ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ ทั้งนี้กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีข้อผูกพันด้วยประการใดๆ ทั้งปวง</p> วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย th-TH วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ 3027-7965 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/article/view/2318 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือ บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ 18 แห่ง จำนวน 252 คน เครื่องมือการวิจัย เป็น แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเชื่อมั่น .94 สถิติวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที (แบบ Independent samples) และและการทดสอบวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว</p> <p> <strong>ผลการวิจัยพบว่า </strong></p> <p> 1.ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการบำรุงรักษา ด้านการแจกจ่าย ด้านบุคลากรและการจำหน่ายพัสดุ ด้านการควบคุมพัสดุ และด้านการจัดหาพัสดุ ตามลำดับ</p> <p> 2.บุคลากรที่มีเพศ ระดับการศึกษาและระยะเวลาการปฏิบัติต่างกัน มีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ไม่แตกต่างกัน</p> สุภัค เกียรติโพธิ์ วราภรณ์ รุ่งเรืองกลกิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-19 2026-01-19 2568 3 1 12 ความต้องการพัฒนาชุมชนของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/article/view/2508 <p><strong> </strong></p> <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความต้องการพัฒนาชุมชนของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ประชากรคือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 7,741 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 380 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณของ ทาโร ยามาเน่ เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบใช้สถิติค่า t-test และ F-test (แบบ Independent samples) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe/)</p> <p> <strong>ผลการศึกษาพบว่า</strong></p> <ol> <li>ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา มีความต้องการพัฒนาชุมชน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน จากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการพัฒนาสาธารณสุขและส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ และสังคมด้านการเมือง การบริหาร และด้านการศึกษา วัฒนธรรม และประเพณี ตามลำดับ</li> <li>ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา เพศ ระดับการศึกษา และอาชีพต่างกัน มีความต้องการพัฒนาชุมชน ไม่แตกต่างกัน</li> </ol> สุนิญา สอนจันดา รชพล ศรีขาวรส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-19 2026-01-19 2568 3 13 20 การศึกษาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง จังหวัดสระบุรี https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/article/view/2563 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับประสิทธิภาพ และเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร องค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง จ.สระบุรี จำแนกปัจจัยส่วนบุคคลใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 80 คน ซึ่งได้จากการคำนวณด้วยสูตรของ Taro Yamane วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า (1) ระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบล ลำพญากลาง จ.สระบุรี โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านคุณภาพงาน รองลงมา คือ ด้านปริมาณงาน ด้านเวลา และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ด้านค่าใช้จ่าย และ (2) การเปรียบเทียบในภาพรวมพบว่า บุคลากรที่มีลักษณะปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกันไม่มีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน กล่าวคือ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรเพศใด ช่วงอายุใด หรือมีสถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ และประสบการณ์ในการทำงานที่แตกต่างกัน ต่างก็สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านการบริหารงบประมาณมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> ชนิดา บุญชลอ รชพล ศรีขาวรส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-19 2026-01-19 2568 3 21 28 การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/article/view/2685 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ประชากรที่ศึกษาคือ ประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปี ขึ้นไป ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของ องค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ปี 2568 จำนวน 9,230 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณของทาโร ยามาเน่ ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 383 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test แบบ Independent samples) การทดสอบค่าเอฟ (F-test -oneway ANOVA) และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีการของ เซฟเฟ้ (Scheffe)</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า</p> <ol> <li>ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีมีส่วนร่วมต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=4.10) ยกเว้นด้านการมีส่วนร่วมตัดสินใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการมีส่วนร่วมตัดสินใจ ด้านการมีส่วนร่วมดำเนินงาน ด้านการมีส่วนร่วมประเมินผล และการมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ ตามลำดับ</li> <li>ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลางอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีที่มีเพศต่างกัน มีส่วนร่วมต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง ไม่แตกต่างกัน</li> <li>ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลางอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีที่มีอาชีพต่างกัน มีส่วนร่วมต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง ไม่แตกต่างกัน</li> <li>ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลางอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีที่มีอาชีพต่างกัน มีส่วนร่วมต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ยกเว้นด้านการมีส่วนร่วมประเมินผลไม่แตกต่างกัน</li> </ol> ฐิติวัฒน์ เย็นสมุทร รชพล ศรีขาวรส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-19 2026-01-19 2568 3 29 38