https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/issue/feed
วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์
2026-04-27T12:21:00+07:00
พระศรีสัจญาณมุนี, ผศ.ดร.
jornal.chaiyaphum@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong>ISSN:</strong> 3027-7965 [Online]</p> <p><span style="font-size: 0.875rem;"><strong>กำหนดออก :</strong> 3 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม– สิงหาคม และฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม </span></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong></p> <p>วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงทางด้านมนุษย์และสังคมศาตร์ ได้แก่ ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญาศาสนา ภาษาบาลีสันสฤต การศึกษาเชิงประยุกต์ การพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม รวมถึงสหวิทยาการอื่นๆ ของนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบันการศึกษา</p> <p><strong>คำชี้แจงในการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p>1. บทความที่ส่งมารับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารหรือแหล่งวิชาการอื่นๆ</p> <p>2. ทุกบทความจะได้รับการตรวจสอบทางวิชาการจาก<strong>ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 3 ท่าน</strong> ในลักษณะปกปิดความลับของทั้งสองฝ่าย (Double blinded)</p> <p>3. ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์ ทั้งนี้กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีข้อผูกพันด้วยประการใดๆ ทั้งปวง</p>
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/article/view/3281
การเชื่อมโยงการศึกษาระดับอุดมศึกษากับตลาดแรงงาน: ช่องว่างของระบบส่งต่อบัณฑิตในประเทศไทย
2026-03-17T14:33:43+07:00
สัญญา เคณาภูมิ
zumsa_17@hotmail.com
ปุณยนุช อนุภาพ
Jantheppiyawan@gmail.com
หงษ์ยาหยา จำเริญพัฒน์
Prapatsornsubterm@gmail.com
<p>ความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและตลาดแรงงานกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในระบบการศึกษาสมัยใหม่ ในประเทศไทย แม้ว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานจะมีระบบที่เป็นระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนก้าวหน้าในแต่ละระดับการศึกษา แต่การศึกษาในระดับอุดมศึกษายังขาดกรอบการทำงานที่สอดคล้องกันเพื่อช่วยเหลือบัณฑิตในการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดแรงงาน ส่งผลให้บัณฑิตจำนวนมากต้องหางานทำด้วยตนเอง โดยขาดความช่วยเหลือจากสถาบันที่เชื่อมโยงผลการเรียนกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกันในเชิงโครงสร้าง งานวิจัยนี้จึงมุ่ง (1) ประเมินความบกพร่องเชิงโครงสร้างในระบบการเปลี่ยนผ่านของบัณฑิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและตลาดแรงงานในประเทศไทย และ (2) ประเมินระดับที่มหาวิทยาลัยประสานผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากับความต้องการของตลาดแรงงาน งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดยอาศัยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง นโยบายการศึกษา และรายงานตลาดแรงงาน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยไทยเน้นการจ้างงานของบัณฑิตเป็นหลัก โดยให้ความช่วยเหลือด้านการเป็นผู้ประกอบการและการสร้างงานน้อย นอกจากนี้ กลไกของสถาบันต่าง ๆ เช่น ระบบการจับคู่การจ้างงาน บริการให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม ยังไม่ได้รับการจัดตั้งอย่างเพียงพอ ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องกันของทักษะและจำกัดโอกาสในการทำงานของบัณฑิต รายงานฉบับนี้สนับสนุนให้เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม สร้างระบบสนับสนุนด้านอาชีพที่แข็งแกร่ง และบูรณาการการสอนด้านการเป็นผู้ประกอบการเข้ากับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ความริเริ่มดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงระบบการเปลี่ยนผ่านของบัณฑิตและส่งเสริมการเติบโตของบัณฑิตในฐานะผู้ประกอบการมากกว่าเป็นเพียงผู้หางาน</p>
2026-04-27T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์
https://so15.tci-thaijo.org/index.php/JGCR/article/view/3330
ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอหมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
2026-03-26T12:16:29+07:00
ชนิดา บุญชลอ
chxm.nida@gmail.com
รชพล ศรีขาวรส
chxm.nida@gmail.com
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง และ 2.เปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอหมวกเล็ก จังหวัดสระบุรี จำแนกปัจจัยส่วนบุคคล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลางจำนวน 80 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ F-test (one way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe)</p> <p><strong>ผลการศึกษาพบว่า </strong></p> <p> 1.ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอหมวกเล็ก จังหวัดสระบุรี บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 30–40 ปี และมีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี สำหรับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก (μ=3.78) โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านความเร็วในการปฏิบัติงาน รองลงมาด้านคุณภาพของงาน ด้านความรับผิดชอบในการทำงาน ด้านปริมาณงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามลำดับ</p> <p> 2.ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ และระดับการศึกษา พบว่า โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นว่าปัจจัยส่วนบุคคลดังกล่าวไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรในหน่วยงานนี้</p>
2026-04-27T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบัณฑิตศึกษาชัยภูมิปริทรรศน์