Applied Economics, Management and Social Sciences https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS <p><strong>นโยบายของวารสาร (</strong><strong>Journal Policies )</strong></p> <p><strong>จุดมุ่งหมายและขอบเขต (</strong><strong>Aim and Scope)<br /></strong> Applied Economics, Management and Social Sciences (AEMS) มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่บทความวิจัย และบทความวิชาการ ในสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ, สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, พัฒนาสังคม, จิตวิทยา การศึกษา รวมถึง สหวิทยาการเชิงประยุกต์ด้านสังคมศาสตร์ วารสารตีพิมพ์เผยแพร่บทความออนไลน์ ปีละ 3 ฉบับ โดยทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 2-3 ท่าน โดยผู้พิจารณาบทความจะไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความ และผู้นิพนธ์บทความจะไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) AEMS เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งวารสารใช้โปรแกรม Copy Catch ของระบบ ThaiJO โดยกำหนดความซ้ำของผลงานไม่เกิน 15%</p> <p><strong>ประเภทของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร (</strong><strong>Types of articles)<br /></strong> 1) บทความวิจัย (Research Article) เป็นบทความที่นำเสนอการค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับด้านสังคมศาสตร์ และรวมถึงสหวิทยาการเชิงประยุกต์ด้านสังคมศาสตร์<br /> 2) บทความวิชาการ (Academic Article) เป็นบทความวิเคราะห์ วิจารณ์หรือเสนอแนวคิดใหม่</p> <p><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร (</strong><strong>Publication schedule)<br /></strong> Applied Economics, Management and Social Sciences มีกำหนดการเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ดังนี้<br />- ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน<br />- ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม <br />- ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม</p> <p><strong>อัตราค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ (</strong><strong>Publication fee)<br /></strong> เปิดรับบทความวิจัย และบทความวิชาการ <strong>โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์</strong></p> <p><strong>กระบวนการการพิจารณาบทความ (</strong><strong>Review process)<br /></strong> บทความแต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) จากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยจากหลากหลายสถาบันและต่างสังกัดกับผู้เขียน และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ ทั้งนี้จะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) โดยมีขั้นตอนดังนี้<br /> 1) บทความวิจัย และบทความวิชาการ ทางกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาเบื้องต้นในด้านคุณภาพของบทความ หากเห็นว่าไม่มีคุณภาพเพียงพอจะไม่ดำเนินการต่อ หรืออาจส่งให้ปรับแก้ไขก่อ<br /> 2) บทความที่พิจารณาแล้วเหมาะสม มีคุณภาพ จะส่งผู้ทรงคุณวุฒิตามความเชี่ยวชาญของสาขาวิชานั้น พิจารณากลั่นกรอง (Peer review) 3 ท่าน <br /> 3) เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ผลเป็นประการใดทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ท่านทราบ หลังจากได้รับจากผู้ทรงคุณวุฒิครบทั้ง 3 ท่าน<br /> 4) ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิท่านต้องปรับแก้ หากไม่ปรับแก้จะไม่ได้รับการตีพิมพ์ <br /> กระบวนการโดยรวม ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 60 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับผูพิจารณาบทความ และการปรับแก้ไขของผู้ประพันธ์<br /> ผลการประเมินมี 4 แบบ คือ 1) เห็นควรได้รับการตีพิมพ์โดยไม่ต้องแก้ไข 2) ควรปรับปรุงแก้ไขก่อนการตีพิมพ์ (มอบหมายให้กองบรรณาธิการพิจารณาต่อ) 3) ควรปรับปรุงแก้ไขก่อนการตีพิมพ์ (โดยส่งมาให้พิจารณาใหม่) 4) ไม่สมควรได้รับการตีพิมพ์ </p> <p><strong>เกณฑ์การพิจารณาบทความ (</strong><strong>Review criteria)<br /></strong> 1) บทความวิจัย และบทความวิชาการ ทางกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาเบื้องต้น ในด้านคุณภาพของบทความ และการจัดรูปแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดของวารสารฯ หากเห็นว่าไม่มีคุณภาพเพียงพอจะไม่ดำเนินการต่อ หรืออาจส่งให้ปรับแก้ไขก่อน บทความที่พิจารณาแล้วเหมาะสม มีคุณภาพ จะส่งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกตามความเชี่ยวชาญของสาขาวิชานั้น พิจารณากลั่นกรอง (Peer review) 3 ท่าน<br /> 2) เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ผลเป็นประการใดทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ท่านทราบ<br /> 3) ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิท่านต้องปรับแก้ หากไม่ปรับแก้จะไม่ได้รับการตีพิมพ์<br /> 4) เมื่อมีการปรับแก้เป็นไปตามผู้ทรงคุณวุฒิ กองบรรณาธิการจะตรวจสอบความสมบูรณ์เนื้อหาบทความให้เป็นไปตามรูปแบบของวารสาร และตรวจสอบไฟล์รูปภาพที่ใช้ในบทความที่มีความคมชัดในการจัดพิมพ์ก่อนเผยแพร่บทความ</p> th-TH Mon, 31 Aug 2026 19:16:10 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 Structural Characteristics and Operational Patterns of Savings Cooperatives in Thailand: A Multivariate Analysis Approach https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3517 <p>Research into the analysis of factor classification and cluster characteristics of savings cooperatives aims to categorise the types of cooperatives and characteristic groups, thereby gaining insight into the structural features of savings cooperatives, including their typical attributes in Thailand. The analysis employed factor analysis and cluster analysis to examine secondary data from the Cooperative Auditing Department, which included performance, business characteristics, and financial data of savings cooperatives for the fiscal year 2022, encompassing comprehensive data for the research period. The study examined 57 variables, comprising cooperative characteristics, data from financial statements including both the balance sheet and profit and loss account, and variables associated with the calculation of financial ratios from 1,356 savings cooperatives. The results from the Exploratory Factor Analysis revealed that only 38 variables were suitable for the model. These variables were organised into seven components, which collectively explained 63.997% of the characteristics of savings cooperatives. The results of the Cluster Analysis, utilising the first component variable, divided the savings cooperatives in Thailand into three clusters. Cluster 1 is a small cluster comprising only three cooperatives that exhibit a maturity stage of operation. Cluster 2 consists of small cooperatives in the early stage, characterised by a high growth rate across various dimensions, along with significant investment and asset returns. Cluster 3 represents an expanding cooperative. The findings of the study align with certain classifications of cooperatives as stipulated by formal regulations. They reflect the similarities prevalent among most types of small cooperatives; however, notable differences remain within larger cooperatives. Hence, Regulatory oversight should emphasise debt sustainability monitoring for mature-stage cooperatives and balanced growth management with early warning indicators for expanding-stage cooperatives.</p> Phimphorn Sowawattanakul, Burin Sukphisal ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Applied Economics, Management and Social Sciences https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3517 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการ มัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี ประเทศไทย https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3759 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการโรงแรมมัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการโรงแรมมัลดีฟส์ บีช รีสอร์ท เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตัวอย่างจำนวน 400 คน ด้วยวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การวิเคราะห์ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ One-way ANOVA และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ (Multiple Linear Regression)<br />ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัจจัยประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ที่แตกต่างกันส่งผลต่อความพึงพอใจการเข้าใช้บริการแตกต่างกัน ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และ 2) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ได้แก่ กระบวนการ(β=0.198) ด้านผลิตภัณฑ์(β=0.166) ลักษณะทางกายภาพ(β=0.130) และบุคคล(β=0.110) มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในการเข้าใช้บริการ ณ ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 โดยมีค่าพยากรณ์ได้ร้อยละ 42.50 ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา พบว่า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.394) เมื่อพิจารณาเป็นรายปัจจัย พบว่า ด้านส่งเสริมการตลาดอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.442) รองลงมา คือ ด้านบุคคล กระบวนการ ลักษณะทางกายภาพ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย และผลิตภัณฑ์ ตามลำดับ ส่วนปัจจัยด้านความพึงพอใจของผู้เข้าใช้บริการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.440) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจต่อพนักงานให้บริการด้วยความสุภาพ และเป็นมิตรอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.648) โดยผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาส่วนประสมทางการตลาดโดยเฉพาะด้านกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ ลักษณะทางกายภาพ และบุคคล เนื่องจากเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้เข้าใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะเดียวกันควรพิจารณาความแตกต่างด้านเพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของผู้ใช้บริการ เพื่อพัฒนาการให้บริการและกำหนดแนวทางการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย</p> จันทราทิพย์ คำดอกรับ, ศิริวรรณ ไชยสืบ, ปวงปณต สอบขุนทด ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Applied Economics, Management and Social Sciences https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3759 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่กำหนดความตั้งใจในการออมตามทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน: กรณีศึกษาสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3450 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลตอความตั้งใจในการออมของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior: TPB) ซึ่งประกอบด้วย ทัศนคติ บรรทัดฐานเชิงอัตวิสัย และการรับรู้ การควบคุมพฤติกรรม กลุ่มตัวอย่างจำนวน 382 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และการวิเคราะห์ถดถอย เชิงพหุ ผลการตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือพบว่าอยู่ในระดับดีถึงดีมาก โดยมีค่า Cronbach’s Alpha อยู่ระหว่าง 0.839–0.909 ผลการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุพบว่า ทัศนคติ บรรทัดฐานเชิงอัตวิสัย และการรับรู้การควบคุมพฤติกรรม มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อความตั้งใจในการออม โดยแบบจำลองสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจได้ร้อยละ 44.9 (R² = 0.449) นอกจากนี้ ระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อกระบวนการตัดสินใจออม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการรับรู้การควบคุมพฤติกรรมเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงที่สุดต่อความตั้งใจในการออมของสมาชิก ดังนั้นสหกรณ์ ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ควรส่งเสริมการรับรู้การควบคุมพฤติกรรมของสมาชิก โดยพัฒนาช่องทางและมาตรการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการออม ควบคู่กับการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการออมและ การประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความตั้งใจในการออมของสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น</p> พิชญา สืบสายไทย, รัฐณีภา ชาวพงษ์, อธิภานันท์ สุวิมลเสถียร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Applied Economics, Management and Social Sciences https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3450 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดเล็ก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3797 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดเล็ก โดยใช้ข้อมูลแบบ Panel Data จากสหกรณ์ออมทรัพย์จำนวน 288 แห่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2562–2566 รวมทั้งสิ้น 1,440 หน่วยข้อมูล วิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง Fixed Effect Model ตัวแปรอิสระที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เงินฝากสหกรณ์อื่น-สุทธิ เงินให้กู้ระยะสั้น เงินลงทุนระยะยาว และเงินให้กู้ระยะยาว ผลการศึกษาพบว่าตัวแปรอิสระทั้ง 4 ตัวแปรมีผลเชิงบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเรียงลำดับตามความสำคัญของผลกระทบได้ดังนี้ เงินให้กู้ระยะสั้น มีผลกระทบเชิงบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด รองลงมาคือเงินให้กู้ระยะยาว เงินฝากสหกรณ์อื่น-สุทธิ และเงินลงทุนระยะยาว ตามลำดับ จากผลการศึกษา สหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดเล็กควรให้ความสำคัญกับนโยบายการบริหารจัดการเงินให้กู้ระยะสั้นและระยะยาวเป็นลำดับแรก รองลงมาคือการบริหารจัดการเงินฝากสหกรณ์อื่นและการลงทุนระยะยาว เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของสหกรณ์</p> สิริประภา พรหมโยธา, สิปปภาส อ่อนน้อม, ศศิภา พจนวาที ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Applied Economics, Management and Social Sciences https://so15.tci-thaijo.org/index.php/A_EMS/article/view/3797 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700